โกวิทย์ พวงงาม หารือร่างกฎหมายส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเห็นว่าองค์กรวิชาชีพควรเป็นผู้กำกับดูแลตนเอง พร้อมตั้งข้อซักถามถึงบทบาทและอำนาจของสภาวิชาชีพตามร่าง พ.ร.บ. โดยเฉพาะในเรื่องการกำกับจริยธรรม มาตรฐานวิชาชีพ และการคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณารับหลักการต่อไป
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ให้ความเห็นต่อร่างพระบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... เรียนท่านประธานว่าผมไม่มีความรู้ด้านสื่อมากนัก เพียงแต่ว่าก็ได้บริโภคสื่อแต่ละประเภท อยู่ทุกวันในการเป็นสื่อกลางให้กระผมได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ทั้งสื่อจากหนังสือพิมพ์ก็ดี วิทยุ โทรทัศน์ก็ดีหรือแม้กระทั่งสื่อออนไลน์ (Online) อันนี้ก็เรียนท่านประธานด้วย ความเคารพว่าเรื่องราวแบบนี้เรารับรู้จากสื่อ ประเด็นมันก็คือว่าตามพระราชบัญญัตินี้ คือเรื่องของพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ สื่อมวลชน พ.ศ. .... คำที่สำคัญ ๒ เรื่องก็คือการส่งเสริมจริยธรรมและคำว่ามาตรฐาน วิชาชีพสื่อสารมวลชนผมเข้าใจว่าองค์กรสื่อ วิชาชีพสื่อมวลชนประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสภาวิชาชีพหนังสือพิมพ์ กลุ่มสภาวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ (Online) ก็ดี หรือแม้กระทั่งกลุ่มสมาคมวิชาชีพทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ผมเรียนท่านประธานว่า ในความเข้าใจของผมเขาคงมีจริยธรรมของแต่ละกลุ่มองค์กรวิชาชีพที่ผมเอ่ยถึง เพราะฉะนั้น คำว่าส่งเสริมจริยธรรม ความเข้าใจของผมเรียนท่านประธานว่าทั้งจริยธรรมและมาตรฐาน วิชาชีพ องค์กรที่ผมกล่าวถึงผมเข้าใจว่ามีและควบคุมกันเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในวิชาชีพ อื่น ๆ ก็เช่นกันตอนที่ผมเป็นคณบดีสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เรามีสมาคมวิชาชีพสังคม สงเคราะห์ผลิตนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ ก็มีสมาคมที่เกี่ยวข้องควบคุมจริยธรรมและ มาตรฐานวิชาชีพนั่นก็เป็นหลักที่ให้สมาคมหรือองค์กรวิชาชีพมีการควบคุมกันเองผมจึงอยาก เรียนท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องของจริยธรรมเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะกำกับตนเอง หรือตระหนักในสิ่งที่ถูกต้องดีงามและการควบคุมผมว่าสังคมยุคใหม่มันมีการกำกับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชน การกำกับโดยการใช้สื่อสารต่าง ๆ ในโลกยุคใหม่ เพราะฉะนั้นผมมีความเชื่อเรื่องกำกับด้วยตนเองและกำกับด้วยสมาคมของเขาเอง นั่นเป็น ประการที่ ๑ อยากจะเรียนท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรามีกฎหมายนี้เพื่อที่จะไป บัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ผมเรียน ท่านประธานว่าผมมาดูในมาตรา ๖ เขียนไว้ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสารและ แสดงความคิดเห็น ก็อาจจะไปโยงกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๕ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่มันเป็นเรื่องที่ ผมสงสัยและอาจจะตั้งเป็นคำถามว่าในตอนท้ายของมาตรา ๖ บอกว่าผู้ประกอบการวิชาชีพ สื่อมวลชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรวิชาชีพและองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ในการปฏิบัติตาม จริยธรรมสื่อมวลชนและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน นั่นก็แสดงว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสภาวิชาชีพ ซึ่งอยู่เหนือองค์กรเหล่านี้ที่จะรับจดแจ้ง ให้เป็นสภาวิชาชีพ แล้วก็จะไปดูเรื่องของการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมของ สื่อสารมวลชนและมาตรฐานวิชาชีพ เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าสภาวิชาชีพจะต้องมาทำ มาตรฐานวิชาชีพหรือไปกำกับมาตรฐานวิชาชีพที่เขามีมาตรฐานอยู่แล้ว นั่นคือประเด็น ที่อยากจะถามและอยากจะให้อธิบายความให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในมาตรา ๖ และในการเขียนวิเคราะห์ไว้ประกอบเอกสารนี้ในหน้า ๗ ผมได้เห็นประโยชน์ที่เขียนไว้ ไม่ได้แปลความว่าผมจะเห็นด้วยกับการเขียนในเอกสารนี้ แต่เป็นคำถามที่ผมอยากจะอธิบาย ความเรื่องของการควบคุมการประกอบวิชาชีพกันเอง อันนี้หมายความว่าอย่างไร ให้องค์กร สภาวิชาชีพควบคุมกันเองแต่ละองค์กรอย่างนั้นใช่ไหม หรือสภาวิชาชีพต้องไปควบคุมอีก ก็นั่นเป็นประเด็นที่จะต้องชี้แจงให้เข้าใจกับสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญก็คือการ ดูแลหรือว่าผู้ประกอบวิชาชีพ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญซึ่งในร่างนี้ก็ไม่ได้เขียนให้ชัดเจนหรือ เกือบจะไม่มีเลย นั่นก็คือการที่ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งทุกด้านไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์และสื่อต่าง ๆ ว่าเรื่องของการคุ้มครองเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดเรื่องค่าตอบแทน หรือการที่ได้รับประโยชน์จากการประกอบวิชาชีพที่จะสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกอบวิชาชีพ จะได้เกิดความคุ้มครองในประเด็นที่ผมพูดถึงก็พูดได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นอยากเรียน ท่านประธานเพื่อให้เป็นคำถามและคำตอบเพื่อจะได้พิจารณาขั้นรับหลักการนี้ก็คือว่า แล้วสภาวิชาชีพที่เขียนไว้จะมีประโยชน์หรือแก้ต่างในสิ่งที่ฝ่ายที่เห็นต่าง ซึ่งผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและมีความเห็นต่างกัน แล้วท่านผู้เสนอ พ.ร.บ. นี้ เข้ามาจะแก้ต่างหรือว่าจะมีสิ่งที่อธิบายความตามที่ผมตั้งคำถามได้อย่างไร เพราะฉะนั้น บางเรื่องผมอาจจะย้อนแย้งในสิ่งที่ผมได้พูดไป เพราะว่าคณะกรรมการจริยธรรม มีอำนาจมากเหมือนกันท่านประธาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นอำนาจในการตรวจสอบ วินิจฉัยการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม เพราะฉะนั้นคำถามใหญ่ที่เพื่อนสมาชิกถามก็คือว่า อะไรคือมาตรฐานจริยธรรมแล้วถ้าไม่ปฏิบัติตามก็มีส่วนลงโทษ แต่การลงโทษผมว่า สภาองค์กรวิชาชีพเขาก็มีมาตรฐานมีการลงโทษกันอยู่แล้วใช่หรือไม่ อย่างไร ฉะนั้นองค์กร ที่ผมพูดถึงคือสภาวิชาชีพจะเป็นประโยชน์หรืออย่างไร อธิบายความให้เข้าใจ ก็เรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ