รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

เรวัต วิศรุตเวช ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะความแตกต่างจากมาตรฐานวิชาชีพอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานชัดเจนและถูกกำหนดไว้หลังการศึกษาวิจัย นอกจากนี้ ยังถือว่าไม่จำเป็นต้องมีสภาวิชาชีพเพื่อปกป้องสื่อ เพียงให้เสรีภาพกับสื่อเพียงพอแล้ว

นายเรวัต วิศรุตเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ จริง ๆ ที่ ไม่เห็นด้วยนี่คือมีหลายประเด็นนะครับ แต่ว่าถ้าให้เรียงตามลำดับความสำคัญหรือไพรออริตี (Priority) ก็จะเอาไพรออริตี (Priority) ในเรื่องของจุดกำเนิด หรือจุดตั้งต้น หรือสารตั้งต้น ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันมาจากบรรยากาศที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย มาจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโดย คสช. ซึ่งเป็นการยึดอำนาจไปจากพี่น้องประชาชนครับ เมื่อสารตั้งต้น เป็นเช่นนี้ผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนก็ไม่เห็นด้วย และถ้าถามว่าวันนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง ก็นึกไม่ออกเลยครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ มาดู พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมมีเวลาอันจำกัด จะขอดูที่มาตรา ๖ ครับ มาตรา ๖ ได้บัญญัติไว้ว่า ให้สภาวิชาชีพสื่อมีวัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็น เอาตรงนี้ก่อนครับ ถ้าวัตถุประสงค์บัญญัติไว้เช่นนี้ไม่ต้องตั้งสภาวิชาชีพหรอกครับ เพียงแต่ให้เสรีภาพเขาไป มันเพียงพอแล้วครับ ผมสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องของสภาวิชาชีพได้ในฐานะที่ ขณะที่รับราชการได้เป็นผู้เขียนหรือบัญญัติสภาวิชาชีพหลายวิชาชีพมากครับ เช่น แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์ สภากายภาพบำบัด เพราะฉะนั้นอยากจะเล่าให้ฟังว่าจริง ๆ แล้วการที่เขามีสภาวิชาชีพนั้นเป็นเพราะว่าเขาต้อง กำหนดตัวมาตรฐานวิชาชีพไว้ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติ คือแพทย์ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ และ สาขาวิชาชีพทุกสาขาได้ทำตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อความปลอดภัย ของผู้ป่วย ไม่ใช่เขียนไว้เพื่อปกป้องผู้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีสภาวิชาชีพ เพื่อปกป้องสื่อ เพียงให้เสรีภาพกับสื่ออันนั้นเพียงพอแล้ว แล้วไม่ใช่อำนาจรัฐไปรังแกสื่อ ก็พอแล้วครับ

ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๖ เช่นเดียวกันครับ ก็มีบัญญัติไว้ต่อไปอีกว่า ให้กำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรวิชาชีพ ในการปฏิบัติ ตามจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นปัญหาว่าท่านจะให้คำ จำกัดความจริยธรรมของสื่ออะไรครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องการจริยธรรมที่ถูกใจผู้มีอำนาจรัฐใช่ไหมครับ คืออย่างนี้ครับ จริยธรรม ของแต่ละท่าน มันไม่เหมือนกัน ถ้าหากว่าถูกใจท่านก็อาจจะบอกว่าอันนี้ถูกจริยธรรม ถ้าหากว่าสื่อบอกว่าเขาทำตามจริยธรรมแล้วเพียงแต่ว่ามันไม่ไปถูกใจผู้มีอำนาจก็อาจจะ ถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบด้วยจริยธรรมได้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าคำว่าจริยธรรม มันดีไฟน์ (Define) หรือกำหนดคำจำกัดความมีหลายมาตรฐานมาก แล้วแต่ว่าผู้มีอำนาจ จะชอบใจหรือไม่ บางทีสื่อปฏิบัติโดยบริสุทธิ์ใจและยังมีมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม แล้วก็อาจจะไม่มีความถูกใจกับผู้มีอำนาจรัฐได้ครับ

อีกประเด็นครับ คือเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพจะกำหนดอย่างไรครับ จะกำหนดอย่างเป็นวิชาชีพ อย่างเป็นวิชาการหรือแล้วแต่ดุลยพินิจว่าถูกใจผู้มีอำนาจหรือเปล่า ซึ่งมันยากครับ มันไม่เหมือนกับบางวิชาชีพ ผมขอยกตัวอย่างครับ อย่างสมมุติว่าวิชาชีพแพทย์ มันชัดครับ มันชัดมากที่จะกำหนดมาตรฐานวิชาชีพได้ เช่นสมมุติว่าเป็นโรคความดัน เบาหวาน หัวใจ มันมีมาตรฐานกำหนดไว้เลยว่าจะต้องรักษาอย่างไร ถ้าคุณเป็นโรคหัวใจนี่ ต้องผ่าตัด มันกำหนดไว้ชัดว่าต้องผ่าตัดตามนี้ บังเอิญสมมุติว่ามีหมอท่านใดเกิดอุตริ ไปคิดเอาเองนะครับ ไปคิดเอาเองโดยไม่มีอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพแล้วก็ไปดำเนินการ จนกระทั่งทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยอันนี้คือผิด มาตรฐานวิชาชีพเช่นนี้มันจึงชัดครับว่า ต้องกำหนดไว้ เพราะไม่กำหนดไว้แล้วมันจะเกิดอันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ผมคิดว่ามันมีความ แตกต่างจากวิชาชีพทางสื่อครับ เพราะฉะนั้นผมมีความเห็นว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องไปเขียน คือในทางการแพทย์เราไม่จำเป็นต้องไปเขียนใด ๆ เพื่อจะไปคุ้มครองแพทย์หรือสาขา ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลเทคนิคการแพทย์หรือใด ๆ ก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเขียน เลยว่าจะต้องไปปกป้องเขาอย่างไร หากว่าเขาปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพแล้วก็เป็นอันว่า เขาไม่ต้องได้รับการปกป้องใด ๆ ทั้งสิ้นครับ สรุปก็คือทั้งจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ ในสาขาอื่น ๆ มันมีความจำเป็นที่กำหนดไว้เป็นรูปธรรม เนื่องจากว่ามันผ่านการศึกษาวิจัย อย่างละเอียดลออและอย่างยาวนานจนกำหนดเป็นมาตรฐานได้ครับ สำหรับวิชาชีพสื่อนั้น ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องกำหนดเลยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ