ขจิตร ชี้ร่างกฎหมายสื่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 35

รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ขจิตร ชัยนิคม วิพากษ์ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อมวลชนที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 35 โดยระบุว่าไม่ส่งเสริมเสรีภาพสื่อแต่เป็นการควบคุมสื่อ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและได้รับการคัดค้านจากสื่อมวลชน จึงเรียกร้องให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าว

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเวลาท่านประธานไป ๑๐ นาที เรื่องแรกที่ผมจะพูดถึงก็คือ ขณะนี้รัฐสภาแห่งนี้โดยการประชุมของ ส.ส. และ ส.ว. กำลังประชุมพิจารณาวาระ รับหลักการกฎหมายปฏิรูปสื่อสารมวลชนโดยมีหลักการว่าเห็นสมควรในการที่จะออก กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพของสื่อมวลชน อันนี้คือหลักการ ถ้าดูหลักการตามที่เขียนหนังสือนี้ไม่มีอะไรจะปฏิเสธว่าไม่ควรรับ ท่านประธานครับ จากการประชุมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จากการอภิปรายเขา ไม่รับหลักการ ที่ไม่รับหลักการเพราะเขาพิจารณาในเนื้อหาของกฎหมายแล้วมันไม่ใช่เรื่อง ไปส่งเสริมจริยธรรมของสื่อ มันไม่ใช่เรื่องที่ให้อิสระสื่อ แต่เป็นเรื่องการสร้างองค์กร ไปควบคุม ไปทำอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่ถาม จำไว้ด้วยท่านรัฐมนตรีที่มาเสนอแทน ครม. แล้วก็ คนที่จะมาอธิบาย อธิบายอย่าตอบคำถามผมนะ ของผมไม่ถาม ที่ผมไม่ถามเพราะผมเข้าใจ ว่ากฎหมายที่ท่านร่างมานี้ในเนื้อหาสาระไม่ได้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ท่านอ้างว่าออกตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ เขาเขียนไว้ชัด ในวรรคแรกเขาบอกว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความ คิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพหรือตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ อันนี้คือรัฐธรรมนูญ วรรคแรก แล้วไม่พอเขายังเขียนซ้ำลงไปวรรคสองเขากลัวว่าคนที่เป็นรัฐบาลจะใช้อำนาจ รัฐธรรมนูญเขาจึงเขียนว่าการสั่งปิดหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตาม วรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ นี่เขาเขียนวรรคสอง วรรคสามเขาบอกอีกว่าการที่จะเข้าไปให้ เจ้าหน้าที่ไปตรวจก่อนที่จะออกพิมพ์ใด ๆ กระทำไม่ได้อีก วรรคสามเขาเขียนซ้ำเข้าไปอีกว่า คนที่เป็นรัฐบาลจะไปให้เงินสื่อสารมวลชนที่เป็นเอกชนไม่ได้ เพราะเขากลัวว่าสื่อเกรงใจ ครอบงำอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาล ท่านประธานครับ เขายังเขียนคุ้มครองว่าถ้าพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมาปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ คนนั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรด้วย นี่เขาเตือนไป นี่มีแค่นี้ แต่ว่าดูในกฎหมาย ฉบับนี้ ดูร่างทุกมาตราที่มีแล้วมันไม่ได้สนองตอบต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ ผมไม่ใช่ว่า ไม่เห็นด้วยตามพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าไม่รับหลักการเฉย ๆ ผมยังมีความเห็นต่อไปอีกว่า ถ้าผ่านไปรัฐสภานี้รับรองซึ่งผมคิดว่าวันนี้คงไม่ได้รับรองหรอกผมดูแล้ว รัฐบาลก็คง ไม่รับผิดชอบ ร่วมกับ ส.ว. เพราะกฎหมายปฏิรูปเขาให้ ส.ว. กับ ส.ส. รัฐบาล เอาเสียง มาผ่านกฎหมาย ฝ่ายค้านไม่ต้องไปเอาเสียงกับเขาหรอก โดยเฉพาะเขามีมติว่าไม่เห็นด้วย ไม่รับหลักการแล้วเขาย่อมไม่ร่วม เขาย่อมไม่โหวตให้ อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมทำไมย้ำว่าไม่ต้องตอบผม เพราะผมเข้าใจธรรมชาติครับ ภาษิตโบราณเขา บอกว่างาช้างย่อมออกมาจากปากช้าง มันไม่ออกมาจากสัตว์ที่ไม่ใช่เป็นช้าง เพราะฉะนั้น การให้อิสรภาพสื่อมวลชนหรือให้อิสระสื่อมวลชนได้แสดงออกตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ มันจึงไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลซึ่งเคยใช้อำนาจเผด็จการ ปิดสื่อ ทำลายสถานีวิทยุอย่างที่ เพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายมาแล้วตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ แสดงออกชัดเจนว่า ท่านรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทน ครม. คือ ครม. ชุดเดิม ๆ ที่เคยคุกคามสื่อ ที่เคยปิดสื่อ ที่เคย บิดเบือนเจตนารมณ์อย่าง กสทช. เวลานี้ ผมนี่เป็นคนเขียนกฎหมาย กสทช. ยังเสียใจอยู่เลย เวลานี้ไล่ปิดวิทยุท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ ไม่มีเสรีภาพ ทั้ง ๆ ที่หลักการกฎหมาย กสทช. บอกว่ามันเป็นสื่อของรัฐ คลื่นความถี่ มันเป็นสื่อของประเทศชาติ สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ สิ่งที่ต้องทำคือ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา สิ่งที่ต้องทำคือความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงของรัฐเท่านั้นนะ เขาไม่ได้เขียนว่าเพื่อความมั่นคงของรัฐบาล แต่มีคนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ไปแปลผิด เพื่อความมั่นคงของตัวเอง ถ้าเขาเขียนด่าวิจารณ์ตัวเองแรง ๆ ก็ของขึ้น ประชาธิปไตยไม่รู้จัก รู้จักแต่การใช้อำนาจ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึง ไม่อาจรับเนื้อหาสาระในกฎหมายฉบับนี้ได้ แล้วก็สอดคล้องกับสื่อมวลชน ท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไร ท่านร่างกฎหมายนี้ สื่อมวลชนไม่รู้เรื่อง สื่อมวลชนไม่เห็นด้วย สื่อมวลชน คัดค้าน ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ออกแถลงการณ์คัดค้านตามที่ได้มีการอภิปรายกันแล้ว ผมขอความเห็นของสื่อมวลชนคนเดียวที่เป็นสื่อมาตลอด ๒๐-๓๐ ปีนี่ เขาเขียนคอมเมนต์ (Comment) มา ชัดเจนว่าเรื่องนี้ มุ่งที่จะควบคุมสื่อ ไม่ได้มุ่งส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของสื่อมวลชน ท่านประธานครับ ถ้าหากเอาเสียงมาไม่พอ ก็ถอนออกไปเสีย อย่ามาให้เขานับองค์ประชุมแล้วเสียหายนะ วันนี้ท่านรัฐมนตรีดูแล้ว ท่านประธานดูแล้วเสียงไม่พอนี่ ถอนออกไป เสนอทำไมกฎหมาย แล้วเอาเสียงมาไม่ได้ ขอบคุณครับ