อนุรักษ์ บุญศล แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการนำร่างพระราชบัญญัติสื่อสารมวลชนมาเข้ารัฐสภา เนื่องจากไม่ผ่านการรับรองจากสื่อมวลชนส่วนใหญ่ และมีข้อความที่ควบคุมสื่อออนไลน์อย่างหนัก ทำให้สื่อไม่มีเสรีภาพ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา หลักการมีนิดเดียวค่ะท่านประธาน ให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ชื่อเต็ม ๆ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ พ.ศ. .... ดิฉันว่าไม่ควรเข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ควรเข้ามาในรัฐสภาด้วยซ้ำ ดิฉันมีเหตุผลประกอบค่ะ ขณะที่ดิฉัน มองท่านประธาน ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีที่แถลงเมื่อสักครู่ต่อหน้ารัฐสภามีอาการยึกยัก สักเล็กน้อย ที่ดิฉันว่าไม่ควรเข้ามาเพราะอะไร ดิฉันมีเหตุผลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันถามว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านเสรีภาพสื่อมวลชนกี่คนคะ เมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม บอกว่า มี ๑ คนเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็น ๑ คนเท่านั้นจาก ๖๖ ล้านกว่าคน แล้วทำไมจะต้องเอา กฎหมายฉบับนี้มาครอบ มันไม่ใช่ครอบผู้ทำอาชีพสื่อมวลชน คนที่ทำอาชีพสื่อมวลชนนั้น มีเจ้าของสื่อใช่ไหมคะ แล้วคุณก็รับเงินเดือนในการที่ประกอบอาชีพสื่อ หมายความว่า ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร นั่นคือคำถามแรกค่ะ
ทีนี้ดิฉันถามคำถามต่อไปว่าถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธานว่าถ้าผ่านไปแล้วเสรีภาพของสื่อ จะเบ่งบานเหมือนดอกไม้ที่บานยามเช้าเลยหรือคะ หรือประชาชนจะได้อะไรจากเสรีภาพสื่อหรือไม่ หรือว่าประชาชนจะได้คำว่าเมื่อฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ ประชาชนจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นไปไม่ได้ค่ะ พ.ร.บ. ฉบับนี้มาจากใครคะ ท่านประธานก็ทราบว่าคนที่นั่งเคียงข้างท่านประธานที่เป็นรัฐมนตรี มองท่านธนกรก็ทะลุ ถึงใครอยู่ข้างหลัง นี่คือเรื่องของสื่อค่ะ ทำไมดิฉันต้องให้ถอนออกไป ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นอย่างนี้ใช่หรือไม่ สื่อมีเจ้าของและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ดิฉันเอ่ยถึงในเรื่องของการคิดบวก ไม่มีผลกระทบด้านลบแต่อย่างใด ดิฉันรู้จักคุณดาวุดชา ช่อง ๗ มา ๑๕ ปี คุณแคท ช่อง ๗ มา ๑๕ ปี คุณไก่ ช่อง ๕ มา ๑๕ ปี คุณสุ มติชน กว่า ๑๕ ปี คุณอั๋น สื่อเสรีกว่า ๒๐ ปี คนเหล่านี้จะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดเพราะว่าคุณมีเจ้าของสื่ออยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่ และอีกข้อหนึ่งค่ะท่านประธานคะ การที่มีข้อหนึ่งที่การให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมสื่อคือ การปิดหูปิดตาประชาชนอย่างร้ายกาจเลยทีเดียว หรือว่ารัฐไทยต้องการให้เหมือนประเทศ เพื่อนบ้านหรือประเทศเพื่อนบ้านกลืนหรืออย่างไรถึงจะปิดหูปิดตาประชาชนทุกช่องทาง เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสื่อออนไลน์ (Online) เป็นอย่างยิ่ง ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน เมื่อสักครู่ ที่ดิฉันยกมานั้นไม่กระทบสักเท่าไร แต่ว่าต่อไปนี้จะกระทบต่อสื่อออนไลน์ (Online) เป็นอย่างยิ่ง เฟซบุ๊ก (Facebook) ดิฉันนี้ถึงคนจะติดตามเรือนหมื่นแต่ดิฉันก็อยากจะสื่อให้ พี่น้องประชาชนรู้เรื่องราวของอำเภอสว่างแดนดิน เรื่องราวของดิฉันที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ เฟซบุ๊ก (Facebook) เพจ (Page) อินสตาแกรม (Instagram) ทวิตเตอร์ (Twitter) ติ๊กตอก (Tiktok) กฎหมายฉบับนี้จะควบคุมอย่างหนักใช่หรือไม่ การคุยกันในทวิตเตอร์ (Twitter) อย่างเสรีจะไม่มีแล้วใช่หรือไม่ ท่านจะควบคุมทั้งภาษาที่ใช้ภาษาดีและใช้ภาษาไทยถ่อย ภาษาที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่ แล้วประชาชนจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรตรงไหน นี่คือ ทำไมดิฉันไม่รับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เลยและควรถอนออกไป เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ไม่รับรู้ข่าวสารและไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อเรื่องการเมือง โดยเฉพาะรัฐบาล ที่มาจากทหารค่ะ ทำให้พี่น้องประชาชนถูกคุกคามอย่างหนัก ใช่หรือไม่ โดยเฉพาะดิฉัน ยกตัวอย่างอีกค่ะ ของท่าน ส.ส. วัน อยู่บำรุง เฟซบุ๊ก (Facebook) นะคะไม่ใช่เพจ (Page) มีคนติดตามเป็นล้าน เจ้าของเฟซบุ๊ก (Facebook) จะเดือดร้อนสักแค่ไหน จะเดือดร้อน อย่างไร แล้วประชาชนคนที่ขายออนไลน์ (Online) คนที่สื่อทางเฟซบุ๊ก (Bacebook) ทาง เพจ (Page) ทางทวิตเตอร์ (Twitter) ทางอินสตาแกรม (Instagram) และติ๊กตอก (Tiktok) จะไม่มีสิทธิอะไรเลยใช่ไหม แล้วรัฐราชการจะเข้าไปควบคุมทั้งหมดใช่หรือไม่ แค่คุณปิดแล้ว ปิดปีก ปิดแล้วปิดอีก นี้ก็สมควรที่จะถอนออกไปค่ะท่านประธานคะ ควบคุมสื่อไร้เสรี ผีอุดมการณ์แล้ง ความคิดแห้ง แสงอำไพส่องไม่ถึง ประชาชนตาบอดตาใสไม่คำนึง รัฐดื้อดึง ขังคุกศาล บ้านเมืองไม่เจริญ กราบขอบพระคุณค่ะ