รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ธนกร วังบุญคงชนะ นำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และหารือเพื่อแก้ไขและปรับปรุงให้เหมาะสม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เหตุผล โดยที่มาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพ สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรม แบ่งวิชาชีพ เสรีภาพดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน แต่ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของบุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตามที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติรับรอง และกำหนดให้มีการส่งเสริมจริยธรรม สื่อมวลชนเพื่อให้การทำหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพเป็นไปอย่างเหมาะสมจึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมขอ กราบเรียนว่าร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... มีวัตถุประสงค์และเนื้อหาสาระในการส่งเสริมสื่อมวลชนในการรวมตัวกัน มีการกำหนด มาตรฐานจริยธรรมและกลไกในการกำกับดูแลกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างเป็นระบบ เพราะแนวคิดดังกล่าวจะต้องตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานที่จะต้องรักษา ความสมดุลระหว่างเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน และหลักการ ในการใช้เสรีภาพบนความรับผิดชอบที่สื่อมวลชนพึงมีต่อสาธารณะ ประกอบกับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๕ ได้กำหนดรับรองเสรีภาพของบุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพ สื่อมวลชนในการเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ การตรากฎหมายฉบับนี้จึงมีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นการกำหนดให้มีองค์กรเพื่อ ทำหน้าที่คุ้มครองเสรีภาพของบุคคล ซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองและกำหนด ให้มีการกำกับดูแล ส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชน เพื่อให้การทำหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ เป็นไปอย่างเหมาะสมและสมดุล และเพื่อหลักประกันความอิสระในการคุ้มครองเสรีภาพ ในการนำเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นของอมวลชนควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ ต่อสาธารณชนภายใต้มาตรฐานวิชาชีพแห่งวิชาชีพ การสร้างระบบและกลไกภายใต้หลักการ กำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชน ประกอบแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยี สารสนเทศ ได้กำหนดเป้าหมายให้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. .... โดยสนับสนุนให้เกิดสภาผู้ประกอบการ และผู้ประกอบ วิชาชีพสื่อมวลชนระดับชาติในการทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบการและ ผู้ประกอบวิชาชีพ ด้วยเหตุผลนี้จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น นอกจากนั้นร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ยังมีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นการกำหนดให้มีองค์กรเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรอง และกำหนดให้มีการกำกับดูแลส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชน โดยกำหนดให้มีองค์กรกลาง เรียกว่าสภาวิชาชีพสื่อมวลชน โดยมีคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนในการเป็นกลไก ขับเคลื่อนงานสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อให้การทำหน้าที่ตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพเป็นไป อย่างเหมาะสมทำให้สื่อมวลชนมีความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสาร และแสดง ความคิดเห็นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นทุนทางสังคมประการหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่เมื่อ มีสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนได้รับการคุ้มครอง สื่อมวลชนจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรมของสื่อมวลชน อีกทั้งยังเป็นการ ส่งเสริมสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงรอบด้าน และเท่าเทียมกันของประชาชน รวมถึงยังได้กำหนดให้มีมาตรฐานคุ้มครองประชาชนหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการ กระทำของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน หรือองค์กรสื่อมวลชน อันเนื่องมาจากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมสื่อมวลชน รวมทั้งส่งเสริมหลักการกำกับดูแลกันเองของ สื่อมวลชน กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกจะได้กรุณาพิจารณารับหลักการ แห่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ