จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการประชุมสภา โดยถามถึงการประชุมพิเศษที่ประธานสภาได้เรียก โดยมีใจความหลักคือ การประชุมพิเศษที่ประธานสภาเรียกขึ้น นั้นไม่เหมาะสม และควรจะดำเนินการตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกรัฐสภา ผมขออภัย ท่านประธานนะครับ ด้วยความเคารพท่านอย่างยิ่ง ท่านอาจจะต่อเรื่องบางเรื่องขาด ๆ บางตอนในฐานะที่ท่านนั่งประชุมภารกิจสำคัญเมื่อช่วงเช้า ผมทบทวนนิดเดียวนะครับ คือสมาชิกสงสัยว่าทำไมต้องนัดเป็นพิเศษ เราเคยอยู่ในสภาคำว่านัดกรณีพิเศษหรือพิเศษ ส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติที่ปล่อยผ่านไปเพียงแม้แต่วันเดียวหรือ ๒ วันไม่ได้ เช่น การประกาศภาวะสงครามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๗ เป็นต้น หรือกรณีโรคระบาด ต่าง ๆ เราจึงเข้าใจคำว่านัดพิเศษ มันติดใจแค่ตรงนี้ครับ แต่ถ้าท่านประธานจะเขียนเป็น การประชุมกรณีพิเศษหรือประชุมปกติแล้วมาเสนอเลื่อนระเบียบวาระในที่ประชุมไม่ได้ติดใจ เพียงแต่ที่ท่านประธานได้กรุณาบอกว่าเรื่องเวลาต้องใช้สมองและปัญญา ผมว่าเราพูดคุยกัน ให้จบสิ้นกระแสความ เมื่อมีรัฐสภามาใหม่วันนี้เราเถียงเรื่องนี้แม้จะครึ่งวันแต่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติครับ ผมสมมุติว่าถ้าอนาคตสภาถูกครอบงำแล้วท่านประธานผู้ดำรงตำแหน่ง รัฐสภาใช้วิธีการแบบนี้เลื่อนระเบียบวาระโดยใช้กรณีพิเศษเข้ามาสภาจะเดินแบบไหน อย่างไร ถ้าทำได้แบบนี้หมายความว่าสมัยต่อ ๆ ไปก็ทำได้นะครับ คำถามคือแบบนี้ ประเด็น ต่อมากรณีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้น อภิปรายไม่เห็นด้วยมาโดยตลอด ท่านประธานนั่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมเป็นคนเสนอให้มีการถอนเรื่องออกไปโดยคณะกรรมาธิการ แล้วก็มีการลงมติว่าไม่ถอน เราก็เข้าใจว่าเช้าวันนี้มาประชุมจะต้องเป็นพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ถ้าเป็นภาวะปกติเข้ามาแล้วกรรมาธิการเห็นว่ากฎหมายฉบับนั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์ใด ๆ ก็แล้วแต่ขอเวลา ๓๐ วันไปพิจารณา ขอถอนเรื่องไปก่อนย่อมสามารถทำได้ ไม่จำเป็นจะต้อง ลงมติ จากนั้นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ก็จะเข้า จบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ซึ่งเป็นวาระที่หนึ่งอภิปรายกันเต็มที่ก็ ๓ ชั่วโมง ก็สามารถต่อด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือถ้าไม่จบวันพรุ่งนี้ก็สามารถต่อด้วยร่างรัฐธรรมนูญได้ สมาชิกรัฐสภาจึงมีความเห็นว่ามัน ไม่น่าจะเป็นวาระพิเศษเท่านั้นเองครับ ไม่ได้มีใครดีกว่าใคร หรือไม่มีใครเสียเวลาอะไรใด ๆ เพียงแต่หาข้อยุติ ซึ่งตอนที่ท่านประธานวุฒิสภา ท่านอาจารย์พรเพชรของผมนั่ง ผมก็ถามท่านครับ ท่านก็บอกว่าไม่ได้ปรึกษากับท่านประธานชวนเลย ปรึกษาแค่วัน แต่เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าปรึกษา ผมก็เข้าใจว่านึกว่าปรึกษาเรื่องเนื้อเรื่อง อ๋อ ปรึกษาเรื่องวันว่าจะประชุมวันไหนก็คือวันอังคารและวันพุธ แต่เนื้อเรื่องท่านประธาน วุฒิสภาพูดในที่ประชุม ไปดูชวเลขครับ ท่านพูดเช่นนั้น ผมจึงสงสัยเท่านั้น ผมจึงสงสัยเท่านั้นเองครับว่าการประชุมนัดพิเศษเมื่อท่านประธานออกจดหมายไปถึงบ้านผม ทั้งโซเชียล (Social) ทั้งในมือถือ ผมสงสัยมา ๓-๔ วัน และผมก็ไปเปิดกฎหมาย จึงมาถาม ในที่ประชุมสภาเท่านั้นแหละครับ ไม่เกี่ยวว่าอายุสภาจะอยู่กี่วัน กี่เดือน กี่ปี หรือวาระที่หนึ่ง มันจะจบในผลงานของรัฐสภาในชุดนี้ชุดนั้น เพียงแต่ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติในรัฐสภาเราจะ เอาแบบไหน ถ้ามันมาตามระเบียบวาระวันนี้เช้าเป็นเรื่องการศึกษา ท่านถอนไปจบต่อด้วย จริยธรรมสื่อ ต่อด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่เคยเห็นว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญอยู่กันมา ๔ ปี เดือนหน้าครบวาระ จะผ่านได้โดยสะดวกโยธิน ผมไม่เคยเห็น เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ องค์ประชุมก็ไม่ครบอยู่แล้วครับ ผมไม่อยากจะพูด แต่เอา ความจริงมาพูดกันในที่ประชุมสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญพูดกันปากเปียกปากแฉะ สุดท้าย ก็คว่ำทุกครั้งไป เอาน่ะ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมถามท่านเรื่องเดียวก็คือว่าคำว่า นัดพิเศษ สมัยหน้าถ้าเกิดผมมีบุญพาวาสนาส่งขึ้นไปเป็นประธานรัฐสภา ผมมาในนาม พรรคการเมือง ท่านก็มาในนามพรรคการเมือง ต่อไปนี้ผมเลื่อนระเบียบวาระด้วยวิธีการ เช่นนี้บ้าง แล้วผมก็บอกว่า พ.ร.บ. การศึกษานี่เดี๋ยวมันจะไม่ผ่านมันมีอีกเป็นร้อยมาตรา เอาอันนี้มาก่อนมันจะได้เป็นผลงานสภา ซึ่งถ้ามีเจตจำนงที่ดีอย่างที่ท่านประธานว่าผมโอเค (OK) นะครับ แต่ถ้าอนาคตมันไม่ใช่แบบนั้นล่ะครับ จึงอยากสร้างบรรทัดฐานให้กับรัฐสภา นี่คือเป็นคำถามที่อยากนำเรียนท่านประธานจึงนำมาสู่ข้อพิพาทกรณีที่เราพูดคุยกัน ในช่วงเช้าวันนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ