ทวีวงษ์ เปิดห่วงใยมาตรฐานยาอาเซียน ชู GMP ยกระดับคุณภาพร่วม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๖

ทวีวงษ์ จุลกมนตรี หารือร่างพิธีสารแก้ไขข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการยอมรับร่วมมาตรฐานการผลิตยา (GMP) เพื่อยกระดับความร่วมมือ ขยายครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุ และส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยาไทยในเวทีอาเซียน โดยเน้นความจำเป็นในการผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูง ราคาประหยัด เพื่อรองรับวิกฤตสุขภาพในอนาคต

นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ทวีวงษ์ จุลกมนตรี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขณะที่ทางสภาเรากำลังพิจารณานี้ก็คือร่างพิธีสารเพื่อแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับ ร่วมรายสาขาของอาเซียน สำหรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานวิธีการในการผลิตยา ซึ่งก็เป็นการแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียน (ASEAN) สำหรับ การตรวจประเมินตามมาตรฐานวิธีการในการผลิตยา หรือที่เราคุ้นเคยก็คือ กู๊ด เมนูแฟกต์เชอร์ริง แพร็กทิซ (Good Manufacturing Practice) หรือจีเอ็มพี (GMP) จะเห็นว่ายาหรือ โรงงานยาที่มีมาตรฐานสูงจะอ้างอิงจีเอ็มพี (GMP) ซึ่งเราก็เป็นที่คุ้นเคยกัน รวมทั้ง โรงงานผลิตยาในประเทศไทยเราด้วยนะครับ ซึ่งจากการศึกษาใช้เวลาอย่างรีบด่วนสรุปว่าประโยชน์ของร่างนี้คือเป็นการยกระดับและ ขยายความร่วมมือในการผลิตยา เป็นการครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุ ผลิตภัณฑ์ที่ต้อง สั่งจ่ายโดยแพทย์ สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมในการผลิตยาแล้วก็ชีววัตถุ ประโยชน์ต่อไป คือเป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ยา พัฒนามาตรฐาน และระบบการตรวจสอบผู้ผลิตยาในอาเซียน (ASEAN) ให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน แล้วท้ายที่สุดเป็นการยกระดับมาตรฐานการค้าที่ดีร่วมกัน เป็นการส่งเสริมขีดความสามารถ ในการแข่งขัน และส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมยา ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็นนายแพทย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยมากกว่า ๔๐ ปี รวมทั้งเป็นอาจารย์สอน นักศึกษาแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ด้วย ในอดีตยาที่เราใช้ในฐานะที่เป็นแพทย์เป็นความ ยากลำบากมาก เพราะต้องใช้ยาที่ส่วนใหญ่แล้วผลิตมาจากประเทศทางตะวันตกก็คือยุโรป และอเมริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดคือมาตรฐาน ซึ่งเรายอมรับว่ามาตรฐาน ผลิตยาที่มาจากทางตะวันตกค่อนข้างจะสูง แต่ขณะเดียวกันราคายาก็สูงตามไปด้วย ประเทศไทยเราไม่ใช่เป็นประเทศที่ร่ำรวย ฉะนั้นเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเราก็จำเป็นต้องใช้ ยาที่มีราคาแพง ยุคปัจจุบันภาวะวิกฤติที่เป็นภาวะโลกร้อน สิ่งที่เราจะต้องต่อสู้ทั้งปัจจุบัน และอนาคตคือโรคอุบัติใหม่และโรคระบาดซ้ำจากภาวะโลกร้อนที่เราคุ้นเคยทุกวันนี้ที่เราก็ยัง อยู่กับมันคือโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งก็ยังไม่ยอมไปสักทีหนึ่ง แล้วไม่รู้จะมีการอุบัติ ที่รุนแรงเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าในอนาคต รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสตัวใหม่ ๆ ซึ่งเราไม่คาดคิด ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ รวมทั้งภาวะน้ำทะเลหนุนสูงทำให้เกิดภาวะ ที่มีภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยในอนาคตเป็นสิ่งที่เราต้อง เตรียมการไว้ ทั้งหลายทั้งปวงจะต้องใช้ยาและเวชภัณฑ์ ดังนั้นถ้าเราสามารถที่จะผลิตยาได้ หรือว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีการแพทย์สูงระดับต้น ๆ ของโลก ทั่วโลกยอมรับ ในความเป็นมาตรฐาน รวมทั้งการแพทย์ของไทยเราซึ่งก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงส่งสมเด็จพระราชบิดาไปศึกษา การแพทย์ การสาธารณสุข แล้วก็มาวางรากฐานทางการแพทย์ การสาธารณสุขของไทยเรา มากว่า ๑๐๐ ปี ทำให้ประเทศไทยเรามีพื้นฐานทางด้านการแพทย์ การสาธารณสุขที่ดีเยี่ยม และเป็นที่ยอมรับระดับโลก รวมทั้งเราวางแผนที่จะเป็นฮับ (Hub) ทางการแพทย์ ของทางอาเซียน (ASEAN) เอเชีย (Asia) และของโลกด้วยซ้ำ ฉะนั้นจะเห็นว่าในช่วง วิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมาวัคซีนและยาหลาย ๆ ตัวซึ่งเราไม่สามารถผลิตได้เอง เราจำเป็น ต้องใช้มาจากทางยุโรปและอเมริกาซึ่งก็มีราคาค่อนข้างจะสูง แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งได้ตั้งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทำให้เราสามารถเป็น สถานที่ผลิตวัคซีนที่มีมาตรฐานระดับโลก แล้วทำให้ราคาของวัคซีนถูกลง รวมทั้งองค์การ เภสัชกรรมซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสามารถผลิตยาได้ ทำให้ราคายาต่าง ๆ ที่รักษาโรคโควิด (COVID) มีราคาถูกลง ดังนั้นในอนาคตยาและเวชภัณฑ์ที่เราจะต้องเตรียมไว้ มาตรฐาน ต่าง ๆ ที่เราสามารถผลิตได้ รวมทั้งการร่วมมือในอาเซียน (ASEAN) จะเห็นว่าศักยภาพ ของอาเซียน (ASEAN) เองไม่ได้ด้อย ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมทั้ง หลาย ๆ ประเทศในอาเซียน (ASEAN) มีศักยภาพในการเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ด้วย ดังนั้นถ้าเรามีมาตรฐานเดียวกัน มีการร่วมมือกัน ทำให้อนาคตเราสามารถผลิตยาได้ที่มีต้นทุนราคาที่ถูกลง และมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานสูง ในฐานะที่เป็นแพทย์การใช้ยาแต่ละครั้ง ถ้ายาที่มีมาตรฐานไม่เป็นที่ยอมรับหรือไม่สามารถ ที่จะยืนยันในมาตรฐานได้ในการที่จะจ่ายยาให้กับผู้ป่วย หรือแม้แต่คนที่เราใกล้ชิดเป็นสิ่งที่ แพทย์ทุกคนต้องพึงระวังอยู่แล้ว รวมทั้งราคายาที่มันสูงมาก ซึ่งเราไม่สามารถที่จะใช้ได้ ก็เป็นอุปสรรคสำคัญในการที่จะใช้ยาหรือเวชภัณฑ์นั้นในการดูแลผู้ป่วย ฉะนั้นจะเห็นว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์ได้ศึกษาร่างพิธีสารดังกล่าวนี้อย่างละเอียดในช่วงเวลานี้แล้ว ยังมอง ไม่เห็นผลเสียหรือประโยชน์ที่เราจะเสียไปกับร่างพิธีสารนี้ มีแต่ว่าจะได้ประโยชน์ในการที่จะ สามารถมีมาตรฐานของการผลิตยาที่สูงในระดับเดียวกัน การค้าขายยาที่สะดวกคล่องขึ้นแล้วก็เป็นการพึ่งพาตัวเองในระดับอาเซียน (ASEAN) สามารถที่จะเตรียมการรองรับทั้งโลกอุบัติใหม่ โรคระบาดซ้ำ รวมทั้งภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งก็มี ความจำเป็นจะต้องใช้ยาและเวชภัณฑ์ ก็จะเห็นว่าไม่มีข้อเสียอะไรเลยในการร่างพิธีสาร ดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เป็นแพทย์ก็ขอสนับสนุนให้มีการรับรองหรือยอมรับในร่างพิธีสาร เพื่อแก้ไขดังกล่าวนี้ ขอบคุณมากครับ