วีรบูล เสมาทอง หารือการปรับปรุงมาตราเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยเสนอให้เพิ่มความเป็นอิสระแก่ผู้บริหารโรงเรียน รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับผู้พิการ และคัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม วีรบูล เสมาทอง กรรมาธิการ จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมเองอยู่ในกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยในการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการนั้นผมเองได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๔ ซึ่งมีสาระได้บัญญัติไว้ว่า ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาของรัฐนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานดังต่อไปนี้ ผมเองขอให้มีการ แก้ไขโดยเพิ่มคำว่า อยู่บนพื้นฐานการบริหารจัดการดังต่อไปนี้ ด้วยเหตุผลผมเองนั้น มีประสบการณ์การบริหารโรงเรียนมา ๓๐ กว่าปี ได้มองเห็นว่าสิ่งที่ผู้บริหารโรงเรียน โดยเฉพาะสถานศึกษาของรัฐที่จะต้องบริหารจัดการนั้นควรเป็นอย่างไร ใน (๑) ขอให้มีการ ตัดตั้งแต่คำ มีความเป็นอิสระในการบริหารสถาน คือสถานศึกษานะครับ แต่ว่าให้ตัดออกไป แล้วให้เพิ่มคำว่า (๑) ต้องจัดการศึกษา แล้วก็ตัดคำว่า และการกำหนดวิธีการจัดกระบวนการ เรียนรู้เพื่อ ออกไปนะครับ ก็คือให้คงไว้ซึ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ และเป้าหมาย ตามมาตรา ๘ แล้วก็ให้ตัดคำว่า โดยต้องอยู่ในความรับผิดชอบและบังคับบัญชาของผู้บริหาร แล้วก็ขอให้เพิ่มซึ่งได้บอกว่าและเป้าหมายตามมาตรา ๘ อย่างมีคุณภาพ แต่ในกรณีที่ ไม่สามารถจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้เพราะเหตุชุมชนหรือตำบลอันเป็นที่ตั้ง ของสถานศึกษา คงไว้ เพิ่มคำว่า ของรัฐมีจำนวนประชากรลดลง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง พื้นฐานที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาหรือมีเหตุอันสมควรอื่นที่คณะกรรมการนโยบาย กำหนด จะรวมสถานศึกษาของรัฐเข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นสถานศึกษาที่ดีมีระบบการบริหาร ที่เหมาะสม และมีคุณภาพในชุมชนหรือตำบลนั้นก็ได้ โดยรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตชุมชนหรือตำบลอันเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาของรัฐนั้นอาจอำนวยความสะดวกในการ เดินทางและให้ความช่วยเหลือด้านอื่นแก่ผู้เรียนอย่างเต็มที่ นี่คือเหตุผล แล้วก็ขอให้เพิ่มเป็น (๑/๑) มีความเป็นอิสระในการบริหารสถานศึกษาและกำหนดวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ และเป้าหมายตามมาตรา ๘ โดยต้องอยู่ใน ความรับผิดชอบและบังคับบัญชาของผู้บริหารสถานศึกษานะครับ เพิ่ม (๑/๒) ในการบริหารจัดการสถานศึกษาในแต่ละแห่ง ให้ผู้บริหารสถานศึกษารับฟังความ คิดเห็นของครู นักเรียน ผู้ปกครองและบุคลากรในสถานศึกษา และคณะกรรมการ สถานศึกษานั้นด้วย สำหรับ (๒) ให้คงเดิม (๓) ให้คงไว้เหมือนเดิม และขอให้เพิ่ม ๓/๑ ซึ่งนำ (๘) มาเขียนใหม่นะครับ แล้วก็ได้เพิ่มเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ๓/๑ ต้องจัดให้ คนพิการหรือบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ได้รับโอกาสเข้าเรียนและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในสถานศึกษาเดียวกับผู้เรียนทั่วไป ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษเพื่อการพัฒนาให้เต็มศักยภาพ สูงสุดของแต่ละบุคคล โดยจะแยกเป็นสถานศึกษาเฉพาะหรือจัดให้มีระบบพิเศษขึ้น เป็นการเฉพาะในสถานศึกษาก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายให้ผู้เรียนดังกล่าวสามารถเข้าเรียน ร่วมกับผู้เรียนทั่วไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม เป็นสำคัญ (๔) ให้คงไว้เหมือนเดิม (๕) ได้ขอให้ตัดทั้งหมด ด้วยการบริหารจัดการนั้น ผมคิดว่าผู้บริหารโรงเรียนนั้นมีคุณสมบัติเฉพาะผู้ที่จะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้นั้นจะต้อง ผ่านกระบวนการที่สำคัญ คือด้านความรู้แล้วก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทางการบริหารการศึกษาด้วยนะครับ (๖) ก็ขอให้ตัดคำว่า อุปกรณ์ที่จำเป็น ครูและ กำลังคนที่ ให้ตัดคำว่า ครบถ้วน ออกไปครับ แล้วก็ให้เพิ่ม เพียงพอ (๗) ให้คงไว้เหมือนเดิม (๘) ให้ตัดออกทั้งมาตราด้วยนำไปเขียนไว้แล้วใน ๓/๑ แล้วก็ (๙) ขอให้ตัดทั้งมาตรา เพราะว่าหมายถึงการยุบหรือว่าเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นปัญหาตามมา ในปัจจุบันนี้ ยังมีกฎหมายเฉพาะในการจัดตั้งโรงเรียนหรือยุบเลิกโรงเรียนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องนำไป เขียนไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งวันนี้ผมเองในฐานะเป็นผู้นำ องค์กรครูได้รับข้อมูลและการร้องเรียนจากชมรมผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กแห่งประเทศไทย ว่าวันนี้รัฐบาลเองจะใช้นโยบายในการควบรวมโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คนลงมา ก็จะก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบมากมายต่อผู้ปกครอง นักเรียน แล้วก็ชุมชน คำว่า บวร บ้าน วัด โรงเรียนจะหายไป เกียรติและศักดิ์ศรีของชุมชนนั้นก็จะไม่เหลือ ซึ่งมันมีประวัติศาสตร์ ทุกคนเรียนโรงเรียนวัดมาทั้งนั้นแหละครับ ผมเองก็เหมือนกัน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นผู้บริหาร โรงเรียนก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเขียนไว้ โรงเรียนขนาดเล็กถ้าผู้บริหาร มีความสามารถแล้วก็บริหารจัดการที่ดี ชุมชนร่วมกันในการดูแลบุตรหลาน ผู้ปกครองเอง ให้การเอาใจใส่บุตรหลานตามกฎหมาย บุตรหลานของเราก็จะกลายเป็นพลเมืองที่ดีมีอนาคต ของประเทศสืบไป สำหรับ (๑๐) (๑๑) (๑๒) แล้วก็วรรคสอง วรรคสามนั้นให้คงไว้เหมือนเดิม ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน