รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖

สุรพล ทิพย์เสนา หารือเรื่องการยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และเรียกร้องให้กำหนดไว้ในร่างมาตรา 3 ของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิก เช่น องค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา จะหายไป และอาจทำให้กระบวนการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่มีผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ นอกจากนี้ ยังหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกคำสั่งที่ 19 และขอแนะนำให้แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันผลกระทบ

นายสุรพล ทิพย์เสนา ผู้ชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพล ทิพย์เสนา ผู้ชี้แจงจากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ในมาตรา ๓ ที่ได้มีการยกเลิกบทบัญญัติกฎหมาย มีประเด็นที่ทาง ท่านสมาชิกได้มีการขอสงวน แล้วก็ขอแปรญัตติไว้ ก็คือใน (๕) แล้วก็มีการเพิ่ม (๖) ถึง (๑๐) ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ๒ ประเด็น ในประเด็นแรกคืออยู่ใน (๕) ก็คือในการยกเลิก บทบัญญัติของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการเฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับสภาการศึกษา คณะกรรมการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา ใน (๕) นี้มีเหตุจำเป็นที่จะต้องยกเลิกครับ เพราะว่า ตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้มีการโอนเอาสำนักงานเลขาธิการสภา การศึกษามาอยู่ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินี้แล้ว ทำให้สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา รวมทั้งบุคลากร หรือแม้แต่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องโอนมา ดังนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเดิมนะครับ พอหลังจากที่โอนมาเป็นคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติแล้ว ก็จะไม่มีบุคลากร ไม่มีกิจการ ไม่มีทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ ที่มาปฏิบัติหน้าที่แล้ว ดังนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้อง ยุบเลิกในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในส่วนที่เกี่ยวกับ สภาการศึกษาทั้งหมดครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑ สำหรับประเด็นที่ ๒ อย่างที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้กราบเรียนว่า ในร่างมาตรานี้ได้มีการทบทวนกันหลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะ ครั้งสุดท้ายนะครับ ในเหตุผลของการที่ไม่นำเอาคำสั่ง คสช. มากำหนดไว้ในบทยกเลิกของ มาตรา ๓ นี้ เนื่องจากว่าในฐานะของคำสั่ง คสช. มีหลายระดับ โดยทั้งในระดับที่เป็นเรื่อง ของรูปแบบของการบริหารงานทั่วไป ทั้งในระดับที่เป็นการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งในการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายนั้นก็จะไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะมี ๒ แนวคิด อย่างที่ท่านประธานได้กราบเรียนต่อที่ประชุมว่า ในมาตรา ๒๗๙ อาจจะมีลักษณะของการ ไปแก้ไขในกฎหมายนั้น ๆ ทีนี้ในส่วนของคำสั่ง คสช. ที่กำหนดอยู่ใน (๖) ถึง (๑๐) ที่มีการ เสนอเพื่อที่จะให้กำหนดไว้ในร่างมาตรา ๓ นั้น ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า

ในคำสั่งแรกคือคำสั่งที่ ๗/๒๕๕๘ และคำสั่งที่ ๑๗/๒๕๖๐ อันนี้ก็เป็นคำสั่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องของการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ บริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ บุคลากรทางการศึกษา ฉะนั้นถ้ายกเลิกโดยพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้ก็จะมีผลทำให้ องค์ประกอบของคณะกรรมการตามกฎหมายสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการคุรุสภาหรือคณะกรรมการของ สกสค. หายไป หรือจะเกิดผลกระทบครับ จะทำให้กระบวนการในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้นไม่มีผู้ที่จะมีอำนาจในการ ที่จะมาตัดสินใจในการออกใบอนุญาตครู หรือแม้แต่ในองค์การค้าของ สกสค. เองก็จะไม่มี ผู้ที่มาทำหน้าที่บริหาร ซึ่งตรงนี้จะเกิดผลกระทบกับพี่น้องครูและบุคลากรทางการศึกษา มากกว่าที่จะไปแก้ไขในกฎหมายเฉพาะของเขาเองนะครับ

สำหรับในคำสั่งที่ ๑/๒๕๖๐ ซึ่งเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหางานบุคคลของ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแต่เดิมทางกระทรวงศึกษาธิการเองก็มี อ.ก.พ. กรม ซึ่งทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง และดูในส่วนของอัตรากำลังของแต่ละกรม แต่ละสำนักงาน ทำให้เกิด ความไม่เอกภาพในการบริหารจัดการเรื่องการบริหารงานบุคคล แล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน ตรงนี้เองก็เป็นที่มาของคำสั่ง คสช. ที่จะต้องดำเนินการให้มี อ.ก.พ. กระทรวง เพื่อเป็น เอกภาพในการบริหารจัดการ ฉะนั้นถ้าวันนี้ยังไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมายระเบียบข้าราชการครู หรือแม้แต่กฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน ในกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะเกิดปัญหากลับไปเป็นเช่นเดิม ก็คือไม่สามารถจะมีการเกลี่ย อัตรากำลังหรือว่าการโยกย้ายอยู่ในกระทรวงได้ จะอยู่ได้เฉพาะในแต่ละแท่ง

สำหรับในคำสั่งที่ ๑๙ ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ตรงนี้ก็ถ้ายุบเลิกไปก็จะเกิดกระทบครับ เนื่องจากว่าวันนี้เรายังไม่มี บทบัญญัติใดรองรับเรื่องจะทำอย่างไรกับศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค รวมทั้ง บุคลากรที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในโครงสร้างของการบริหารจัดการอันนี้แล้ว สำหรับในส่วนของ อ.ก.ค.ศ. เขต อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กราบเรียนนะครับว่าก็ได้มีการแก้ไข กฎหมายซึ่งผ่านสภาทั้ง ๒ สภานี้ไปแล้วนะครับ ว่าในส่วนของ อ.ก.ค.ศ. เขตนั้นก็จะ เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูต่อไป ดังนั้นด้วยเหตุผลดังที่ได้กราบเรียน ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ ก็จำเป็นจะต้องไปแก้ในกฎหมายเฉพาะเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ อย่างที่ได้กราบเรียนนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนครับ