เสน่ห์ หารือปรับนิยาม "ครู" ใน พ.ร.บ.การศึกษา หวังเพิ่มความชัดเจนการกำกับองค์กร

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖

เสน่ห์ ขาวโต หารือการปรับปรุงนิยามคำว่า "ครู" ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยเสนอให้เพิ่มภาระหน้าที่ด้านการส่งเสริมพฤติกรรมและจิตวิญญาณความเป็นครูที่ยังไม่ชัดเจนในมาตรา 4 พร้อมทั้งเสนอการเพิ่มนิยามศัพท์เกี่ยวกับหน่วยงานและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้การกำกับดูแลองค์กรการศึกษาเหนือสถานศึกษาขึ้นไปมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายเสน่ห์ ขาวโต กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม เสน่ห์ ขาวโต กรรมาธิการ ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าในมาตรา ๔ นั้นเป็นมาตราที่จะขยายความ ในมาตราอื่น ๆ เพราะมันมีหลายคำที่ต้องสร้างความเข้าใจ ต้องทำความเข้าใจกับคำต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ในกลุ่มที่อยากจะนำเสนอตรงนี้ อยากจะบอกว่ามีอยู่ ๒ กลุ่มที่จะนำเสนอคือ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่กำหนดไว้แล้วแต่ยัง ไม่สมบูรณ์ ยังขาดถ้อยคำบางถ้อยคำหรือภาระหน้าที่ในบางภาระหน้าที่อยู่ กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่ไม่ได้กำหนดไว้ในนิยามศัพท์ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องกำหนดไว้ ในส่วนแรก ส่วนที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนที่ยังขาดอยู่คือนิยามของคำว่า ครู นิยามของคำว่า ครู นั้น ตามปกติแล้ว ครูของเรานั้นทำหน้าที่ใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ประการ ประการแรก คือทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่อง ของการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ก็คือเรื่องของการสอนในห้องเรียน เรื่องของ การถ่ายทอดวิชาความรู้ต่าง ๆ เรื่องของการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้เรียน อันนั้นประการที่ ๑ ส่วนประการที่ ๒ ที่ครูต้องทำภาระหน้าที่อยู่ก็คือเรื่องของการที่จะต้องทำให้ผู้เรียนหรือลูกศิษย์ มีความเป็นคนที่ดี เป็นคนที่อยู่ในสังคมโดยที่ไม่มีปัญหา ก็คือพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เรียน พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เรียนที่จะปรากฏในห้องเรียน หรือในโรงเรียน หรือในสถานศึกษา หรือนอกสถานศึกษาก็ตาม เป็นพฤติกรรมที่พวกเราต้องการอยากเห็นว่าผู้เรียนของเรา ลูกศิษย์ของเรานั้นจะมีพฤติกรรมไปในทิศทางที่เราพึงประสงค์หรือสังคมพึงประสงค์ หรือเปล่า เช่นเรื่องของการที่เด็กเขามีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบ มีวินัย มีความ รับผิดชอบต่าง ๆ รวมถึงการทะเลาะวิวาท และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่พึงประสงค์นั้น ครูก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนนี้ด้วย แล้วประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นภาระหน้าที่ของครูโดยตรงก็คือความมี จิตวิญญาณของความเป็นครู จิตวิญญาณของความเป็นครูนั้น ครูเรานั้นจะต้องทำ ภาระหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกศิษย์ของเราเพื่อที่จะดูแลพฤติกรรมต่าง ๆ นอกจากดูแล พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เรียนแล้วก็ยังจะต้องช่วยเหลือดูแลผู้เรียนให้ทั้งครอบครัว แล้วก็เรื่องของความรู้ เด็กที่ขาดความรู้คือเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูก็ต้องเอาใจใส่เข้าไปดูแล อย่างใกล้ชิด เด็กที่ยากจนครูก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแล บางครั้งต้องหาอาหารเช้า อาหาร กลางวันให้กับลูกศิษย์ของตนเอง และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายเยอะแยะไปหมดเลย แต่ว่า ในนิยามศัพท์ในมาตรา ๔ นั้นไม่ได้กำหนดใน ๒ สิ่ง คือเรื่องของพฤติกรรมกับเรื่องของ จิตวิญญาณของความเป็นครูไว้ พูดแต่เฉพาะเรื่องของการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นในคำนิยามของคำว่า ครู ในมาตรา ๔ นั้น จึงขออนุญาตเพิ่มแทรกขึ้นมาว่า อันนี้เห็นด้วยกับท่านเฉลิมชัยว่าต้องมีครูนั้นเป็นวิชาชีพด้วย ตรงนั้นเห็นด้วย เพราะฉะนั้น ก็จะกลายเป็นว่า ครู หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่ทำหน้าที่หลักในสถานศึกษา ในการจัด กระบวนการเรียนรู้ แหล่งความรู้ของผู้เรียน ตลอดจนเอื้ออำนวย ส่งเสริม และพัฒนา การเรียนรู้ของผู้เรียนและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความใฝ่รู้และมีสมรรถนะต่าง ๆ ตรงนี้ก็แทรก ไปอีกว่า และอบรมสร้างให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ไม่ได้ หมายความรวมถึงผู้สอนในระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า อันนี้คือนิยามศัพท์ที่ขออนุญาต ได้เพิ่มเติมในส่วนนี้ไว้นะครับ

ในส่วนที่ ๒ ยังไม่ได้กำหนดไว้ ก็คือเรื่องของคำว่า บุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งก็มีปรากฏอยู่ทั่ว ๆ ไป เพราะในองค์กรของกระทรวงศึกษาธิการที่อยู่ในภูมิภาค จะมีองค์กร ที่เป็นตัวแทนในส่วนภูมิภาคอยู่ ซึ่งตรงนี้ก็มีทั้งหน่วยงานแล้วก็บุคลากร หน่วยงานนั้น ตามปกติแล้วหน่วยงานที่ไม่ใช่สถานศึกษาที่เหนือสถานศึกษาขึ้นไป เขาใช้คำว่า หน่วยงาน ทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานทางการศึกษาเราไม่ได้กำหนดนิยามศัพท์ไว้ ก็ขออนุญาตได้เพิ่มว่า หน่วยงานทางการศึกษา หมายความว่า หน่วยงานที่เป็นสำนักงานที่ทำหน้าที่บริหารจัดการ กำกับ ดูแล สนับสนุน ส่งเสริม ตรวจสอบ นิเทศการศึกษาเหนือสถานศึกษาขึ้นไป แล้วก็ นิยามศัพท์คำว่า บุคลากรทางการศึกษาอื่น ก็หมายความว่า คำว่าบุคลากรทางการศึกษา มันจะมี ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือกลุ่มบุคลากรทั่วไป ทั่วไปนั้นเป็นที่เข้าใจว่าเป็นบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ทุกคน ทุกผู้ ทุกนาม เป็นทั้งข้าราชการและไม่ใช่ข้าราชการ แต่มันจะมีคำว่าบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่อยู่ในหน่วยงานทางการศึกษา เพราะฉะนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องกำหนดเป็นนิยามศัพท์ของคำนี้อยู่ ซึ่งมันมีใช้อยู่หลายที่หลายตอนด้วยกัน ความหมายนั้นเหมือนกับที่ท่านเฉลิมชัยได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ และอีกคำหนึ่ง คำว่า ผู้บริหารการศึกษา ซึ่งผู้บริหารการศึกษานั้นก็เป็นผู้บริหารที่เป็นบุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบ การบริหารหน่วยงานทางการศึกษา เพราะฉะนั้นก็จะครบองค์ประกอบในส่วนที่ยังขาดไปครับ ขอบคุณมากครับ