ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ โดยวิพากษ์การรวมศูนย์อำนาจของรัฐ ตั้งคำถามต่อคำนิยามที่ยาวและซับซ้อนในกฎหมาย ซึ่งขัดกับหลักการกระจายอำนาจและเสรีภาพในการตีความ เช่น เปรียบเทียบกับระบบการศึกษาของฟินแลนด์ที่เน้นความเสมอภาค อิสระ และการเรียนรู้อย่างเปิดกว้าง และเรียกร้องให้กฎหมายเอื้อต่อการปฏิรูปที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือควบคุมจากรัฐบาลภายใต้ระบอบอำนาจนิยม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปราย มาตรา ๔ เรื่องคำนิยาม แต่ก่อนอื่น ผมขอเรียนเบื้องต้นก่อนที่จะถึงคำนิยาม ก็คือพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้นั้น เป็นกฎหมายปฏิรูป แต่ผมได้ดูโดยรวมแล้วยังไม่เห็นว่ามันจะปฏิรูปอย่างไร แต่ผมดูแล้ว มันยังเป็นการรวบอำนาจอยู่ที่ส่วนกลางอยู่ทั้งสิ้น และไม่ได้เห็น ผมดูของการปฏิรูป การศึกษาของประเทศฟินแลนด์ซึ่งผงาดเป็นอันดับ ๑ ในประเทศที่ระบบการศึกษา ที่มีผลสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในโลก เขาขอให้นักเรียนใช้เวลาเรียนในชั้นน้อยลง มีการทำการบ้าน ให้น้อยลง เมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วเขามีเด็กจบการศึกษามัธยมเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ตอนปี ค.ศ. ๑๙๗๐ เขาปฏิรูปการศึกษา แล้วปฏิรูปพร้อมกับสังคม ตอนนี้เป็นประเทศการศึกษาดีที่สุดในโลก เขาใช้แนวคิดอีกแบบหนึ่งครับ เป็นแนวคิด ที่ค่อนข้างจะกระจายไม่ใช่กระจุก แนวคิดที่เปิดกว้างให้อิสรเสรีมากกว่า ให้ความเป็นธรรม ความเสมอภาค ไม่ได้ใช้ความคิดแบบนิติอักษรศาสตร์ คือใช้กระบวนการใช้ความคิดคำ แต่ส่วนเนื้อแท้ก็คือการรวบอำนาจอยู่ส่วนกลาง การร่างกฎหมายที่จะเป็นคำนิยามที่ดี ถ้าร่างสั้น เขียนข้อความสั้น ๆ มันจะทำให้ตีความได้กว้าง ให้อิสรเสรีกับการตีความกฎหมาย ได้มากขึ้น แต่ถ้าอ้างกฎหมายใช้ข้อความเยอะ ๆ พยายามจะให้ครอบคลุมทุกอย่าง นั่นก็คือจะทำให้แคบขึ้น สำหรับในส่วนมาตรา ๔ เท่าที่ดูนะครับ คำนิยามคำว่าการศึกษา เขียนแบบนี้นะครับ กระบวนการเรียนรู้ทางการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเจริญ งอกงามของบุคคลและสังคมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ สติปัญญา ทักษะ ทัศนคติที่ดี โดยแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ จรรโลง การก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้ปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ยาวมาก ทำให้แคบ ครู หมายความว่า บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักในสถานศึกษาในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นแหล่งความรู้ของผู้เรียน ตลอดจนเอื้ออำนวย ส่งเสริม และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน และกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการใฝ่รู้และมีสมรรถนะด้านต่าง ๆ แต่ไม่หมายความรวมถึงผู้สอน ในระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า สถานศึกษา หมายถึง สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานการศึกษา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือของเอกชนที่มีหน้าที่และอำนาจหรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา เว้นแต่ พระราชบัญญัตินี้จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น เขียนกันยาวเหยียดเลยครับ ถามว่าเราจะคิดคำ อย่างไรมาให้ครอบคลุมการศึกษาและมันใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ เขียนกฎหมายแบบนี้ คือกฎหมายแบบพวกที่ใช้อำนาจนิยมพยายามกำหนดกติกากรอบว่าการศึกษาจะต้องมีเพียง แบบนี้เท่านั้น ไม่มีทางตีความให้เกินกว่านี้ได้เลย เรื่องนี้การร่างกฎหมายมันควรอยู่ใน นโยบายของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลใช่หรือไม่ รัฐบาลอื่นมาต่อจากรัฐบาลอำนาจนิยมแบบนี้ จากรัฐประหารแบบนี้จะทำนอกเหนือจากกฎหมายแบบนี้ได้ไหม ไม่ได้ครับ จะคิดแตกต่าง ไม่ได้ ผมไปค้นในส่วนของพจนานุกรมของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เขาให้คำนิยาม ๓ คำนี้ ไว้อย่างนี้ครับ การศึกษา หมายถึง กระบวนการสอนและเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโรงเรียน วิทยาลัย หรือความรู้ที่ได้จากบ้านและการฝึกอบรมวิชาชีพ การศึกษามีแค่นี้เองครับ สามารถตีความได้กว้างขวางไปไกล ไม่ต้องมีรัฐบาลที่จะใช้นโยบายอื่นมากกว่านี้ รัฐบาล เสรีประชาธิปไตยเขาคิดได้มากกว่านี้ กว่าคนไม่กี่คนที่มาคิด เขาสามารถตีความได้มากกว่านี้ ครู หมายถึง บุคคลที่มีอาชีพในการสอนในโรงเรียน วิทยาลัย เขาตีความครูได้กว้างขวาง มากเลยครับ ไม่ใช่มาติเฉพาะคำนิยามแบบนี้ครับ สถานศึกษา หมายถึง สถานที่ ให้การศึกษาโดยมีผู้สอนกับผู้เรียน ทำไมเราต้องไปร่างให้ไกลอย่างนี้ ต้องการควบคุม ใช่ไหมครับ นี่คือการร่างกฎหมายในระบอบของที่ไม่ใช่เสรีนิยมประชาธิปไตย ผมทราบว่า ในกรรมาธิการที่มาเล่าให้ฟังว่า บางทีให้อภิปรายกันเยอะเลยนะครับ เป็นร้อย ๆ มาตรา เสร็จแล้วพอตอนท้ายมาให้โหวตทีเดียว เกณฑ์คนมาแล้วมาโหวตทีเดียวเพื่อให้เป็นไปตาม ร่างรัฐบาล เราร่างเพื่อควบคุมใช่ไหมครับ เราไม่ต้องการปฏิรูปกฎหมาย แท้จริงเราต้อง ควบคุมคนที่อยู่ในกะลาตลอด ให้อยู่กับคนที่มีความคิดแบบอำนาจนิยมตลอด ไม่พัฒนา เหมือนประเทศอื่นเขาเป็นอย่างไร เราไม่ได้คิดจะพัฒนาในส่วนของสังคมควบคู่กัน ความเสมอภาคทางการศึกษา ทำไมประเทศพัฒนาแล้วเขาเขียนสั้น ๆ เคมบริดจ์เขาเขียนสั้น ๆ ประเทศเขาไปไกลการศึกษาเขาดีละครับ ทำไมฟินแลนด์เขาเรียนน้อยลง ลูกคนรวยกับ ลูกคนจนเรียนห้องเดียวกัน ค่าเรียนฟรี การบ้านไม่เยอะ เรียนวันละไม่เกิน ๕ ชั่วโมง ครูไม่ต้องสอน เรียนน้อย ๔-๕ ชั่วโมง ทำไมเขาถึงเจริญขึ้นมาได้ ทำไมของไทยเรียน ตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงต้องมีกติกามากมาย เขียนว่าการเรียนต้องอย่างโน้น คิดคำสารพัด อยากให้ครอบคลุม เสร็จแล้วคือการควบคุมครับ ให้เด็กอยู่ในกะลา ให้เด็กอยู่ในความคิด แบบท่องจำ แล้วเราจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้อย่างไร ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ร่างในส่วน คำนิยามแบบนี้ มันเป็นต้นเหตุของการควบคุมการศึกษา ไร้ความอิสรเสรี ควบคุม จุดส่วนกลาง เดี๋ยวมีมาตราอื่น ๆ ผมดูแล้วผมไม่สบายใจเลย ไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลยครับ ต้องการรวบรวมส่วนกลาง การออกแบบก็มีคนไม่กี่คนมาออกแบบการศึกษาระบบหลักสูตร การศึกษา การควบคุมระบบตำแหน่งต่าง ๆ ความเสรีไม่มี ท้องถิ่นไม่ได้ร่วมอย่างเต็มที่ เขียนแต่คำอะไรก็ไม่รู้ เขียนโดยนักนิติอักษรศาสตร์ที่ตัวเองไม่ค่อยรู้การศึกษาแล้วไม่เข้าใจ การศึกษาที่โลกเขาไปถึงไหนแล้ว ไม่เคยดูในส่วนของการศึกษาประเทศพัฒนาแล้วเขาทำ อะไรบ้าง อยู่แต่ในกะลาแบบนี้แล้วประเทศไทยจะไปได้อย่างไร ผมไม่เห็นด้วยกับคำนิยาม แบบนี้ ผมเห็นว่าควรจะเปิดให้กว้างอย่างเช่นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างที่ผมได้กราบเรียน เมื่อสักครู่ครับท่านประธาน เดี๋ยวมาตราอื่นผมอภิปรายต่อครับ