ขจิตร ชัยนิคม หารือการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยเฉพาะ 4 คำสั่งที่ส่งผลต่อการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภาและ สกสค. โดยไม่มีตัวแทนครู ทำให้สูญเสียหลักการประชาธิปไตย จรรยาบรรณวิชาชีพ และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง เรียกร้องคืนความชอบธรรมให้สถาบันวิชาชีพครูและยกเลิกคำสั่งที่ขัดขวางความโปร่งใสในการบริหารการศึกษา
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนแรก ๆ ที่เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทุกฉบับ เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา แต่ว่าเมื่อได้รับการทักท้วงว่าคำสั่งบางคำสั่งนั้นอาจจะแก้ไข โดยกฎกระทรวงหรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อย ผมก็ยอมครับ แต่คำสั่ง ที่ผมสงวนความเห็นไว้มีความจำเป็นจะยกเลิก ผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึง ๔ คำสั่ง
คำสั่งแรกที่ผมขอสงวนความเห็นให้ยกเลิก คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการ บริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ หลังจาก คสช. ยึดอำนาจไม่ถึงปีก็มีคำสั่งยกเลิก การยกเลิกนี้คณะกรรมการคุรุสภาทำหน้าที่อะไร คณะกรรมการคุรุสภามีองค์ประกอบเดิมระบบไตรภาคี โดยมีตำแหน่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ และมีผู้แทนครูซึ่งคัดเลือกกันในระดับประเทศ ทำหน้าที่อะไร ทำหน้าที่รักษาจรรยาบรรณ ส่งเสริมจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพครู ท่านประธานครับ หลักการในการที่จะดำรงวิชาชีพ ชั้นสูงไว้เขาต้องมีคณะกรรมการที่จะส่งเสริมและรักษาจรรยาบรรณ แต่เวลานี้คำสั่ง คสช. ไป เปลี่ยนแปลงระบบตัวแทนของเขาทั้งหมดแล้วก็ตั้งขึ้นมาเอง ไม่มีข้าราชการครูแม้แต่ คนเดียว มันผิดทั้งหลักการประชาธิปไตย หลักการที่มีส่วนร่วมและหลักการสากล ท่านประธานครับ แม้แต่คุรุสภาเดิมจะมีตัวแทนแล้วก็ตาม ยังไม่ได้รับการยอมรับจากสภา หรือองค์กรวิชาชีพครูโลก เมื่อ ๒๐ ปีมาแล้วผมเคยเป็นตัวแทนองค์กรครูไปประชุมครู ต่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมนั่งในฐานะเป็นเมมเบอร์ (Member) ขององค์กรสภาครู แห่งโลก แต่วันนั้นตัวแทนคุรุสุภาซึ่งเป็นของรัฐบาลได้นั่งในที่นั่งผู้สังเกตการณ์เท่านั้น นั่นคือเรื่องที่เป็นประชาธิปไตยพอสมควรแล้ว แต่วันนี้คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ไม่มีผู้แทนครู แม้แต่คนเดียว ใช้คนอื่นมาส่งเสริมจรรยาบรรณ มันจึงสะท้อนออกโดยกฎหมาย พระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้ของรัฐบาล ที่เขียนแรก ๆ ไม่มีการยอมรับว่าครูเป็นวิชาชีพ ชั้นสูงเลย มีความเห็นว่าใครก็ไปเป็นครูได้ ใครไปสอนไปบอกนักเรียนนั้นได้ แต่คนจะมี จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพครูนั้นจะต้องผ่านสถาบัน จะต้องผ่านการหล่อหลอม จะต้อง รับผิดชอบต่อสังคม เพราะฉะนั้นคำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการคุรุสภาจึงไม่ชอบ เอาละในสถานการณ์ท่านจะต้องการทุกอย่างเบ็ดเสร็จท่านก็ทำไป แต่วันนี้มันผ่านมา ๗-๘ ปีแล้ว ท่านจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยใช่ไหม หรือท่านจะเดินไปสู่ความเป็นเผด็จการ อีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านบอกว่าจะเดินไปสู่ความเป็นอารยประเทศ จะเคารพวิชาชีพครู จะส่งเสริม ว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาที่ต้องใช้จิตสำนึกในการสร้างคนและคนไปสร้างชาติ ต้องยกเลิกคำสั่งนี้ และอีกอันหนึ่งคือคณะกรรมการสวัสดิภาพและสวัสดิการของครู ซึ่งต่อไปนี้ผมจะเรียกว่า สกสค. สกสค. คณะกรรมการชุดเดิมประกอบไปด้วยไตรภาคี ข้าราชการประจำใน กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา และผู้แทนข้าราชการครูทั่วประเทศ เขามาคิดมาสร้างสรรค์ที่จะให้สวัสดิการของครูดีขึ้น เขามาคิดหลักประกัน เขามาคิด ข้อตกลงที่จะได้ส่วนแบ่งจากธนาคารออมสิน เขามาคิดริเริ่มทุกอย่างจนกระทั่งได้มีเงินเข้ามา ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะมาดำเนินการให้สวัสดิภาพและสวัสดิการของครูดีขึ้น เป็นการช่วยรัฐบาล แต่หัวหน้า คสช. ไปฟังอะไรใครไม่ทราบ ก็บอกว่ามีการทุจริตอยู่ตรงนี้ ก็เหมือนท่านกรรมาธิการที่พูดแล้ว จนถึงวันนี้ศาลเขาบอกพวกนี้ไม่มีความผิด แล้วเป็น อย่างไรละทีนี้ เงิน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เหลือ ๓,๐๐๐ ล้านบาทต้องเอาคืนมา วิญญาณครูกระดูกครูทั่วประเทศต้องลุกขึ้นมาหลอกหลอนพวกนี้ ใช้อำนาจเผด็จการ ออกระเบียบ แล้วใช้เงินไปในทางต่าง ๆ จนกระทั่งวันนี้แทบจะไม่เหลือแล้ว จะต้องยกเลิก ถึงเวลาจะต้องยกเลิกหรือยัง ท่านใช้มา ๘ ปีนี้ท่านทำให้เขาดีขึ้นไหม ทำให้ครูพอใจไหม ครูเขาถึงไม่รับพระราชบัญญัตินี้ทั่วประเทศ วันนี้แต่งชุดดำทั่วประเทศแล้ว แล้วท่านรู้หรือเปล่า ถึงปฏิกิริยาเหล่านี้ ทำไมไม่ดู ท่านจะออกกฎหมายการศึกษาโดยไม่ฟังเสียงเรียกร้องของครู ซึ่งเขาทำการศึกษามาด้วยมือและหัวใจของเขาใช่ไหม ผมจึงเห็นว่าคำสั่งนี้ควรยกเลิกได้แล้ว เข้าสู่ภาวะปกติสักที เดินไปบนเส้นทางบ่ายหน้าเป็นหนทางประชาธิปไตย บ่ายหน้าไปยัง มาตรฐานของโลกสากล หรือท่านจะถอยกลับมาในเรื่องเผด็จการเหมือนเดิม ท่านคงไว้นี้ แปลว่าท่านยังจะคงไว้ถึงอำนาจซึ่งยึดเขามาเบ็ดเสร็จ แบ่งเงินใช้เงินเขาไปเกือบหมดแล้ว โดยไม่ได้รับผิดชอบ แล้วศาลเขาพิพากษาแล้วคนพวกนี้ไม่ได้ผิด แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไป คนที่ทำน่ะ
คำสั่งต่อไปก็คือคำสั่งฉบับที่ ๑/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงาน บุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ การบริหารของกระทรวงศึกษาธิการถ้ามีปัญหาอะไร มีใครทำผิดก็แก้ตามนั้น แต่ท่านมาเล่นเปลี่ยนระบบเขาหมด เขาบริหารโดยมีส่วนร่วม เขาบริหารโดยมีผู้แทนครูมานั่งดู ใครผิดก็ว่าไปตามนั้น กฎ ระเบียบมี ทุกคนเป็นข้าราชการ ทั้งนั้น วินัย ท่านก็ดำเนินการไปสิ ไม่ใช่ว่ามาใช้คำสั่งเปลี่ยนแปลง ตัวแทนระบบการมี ส่วนร่วมหมดไป
ต่อไปเป็นคำสั่งฉบับที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารบุคคลและบุคลากร ทางการศึกษา เหมือนกันโดยรวมแล้ว มีคำถามว่าถ้ายกเลิกคำสั่งเหล่านี้ แล้วในส่วนที่ เกี่ยวกับคำสั่งจะทำอะไร ก็ก่อนไม่มี คสช. มายึดอำนาจเขาทำอย่างไร เขาก็ทำได้ เขาทำมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เจริญรุ่งเรืองมา ในส่วนบกพร่องเขาก็เอาคนผิดไปลงโทษดำเนินการทางวินัย ทำไมไม่ทำเหมือนเขา ทำไมต้องใช้อำนาจบาตรใหญ่ การใช้อำนาจคนเดียว ๘ ปีพอหรือยัง พอแล้วใช่ไหม มันพิสูจน์ฝีมือหรือยัง ว่าท่านทำแล้วมันดีขึ้น ๆ ครูยกย่องสรรเสริญไหม หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์อะไร เมื่อท่านทำลายจิตวิญญาณของครูแล้ว แล้วเด็ก เยาวชน ประชาชน จะได้รับผลตอบแทนเต็มที่ได้อย่างไร ท่านใช้บุคลากรทำงานต้องให้เขามี กำลังใจ ไม่ว่าใครมาบริหาร หลักบริหารสถาบันไหนก็ต้องส่งเสริมกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน นี่ท่านเล่นทำลายองค์กรของเขาหมด ทำลายจิตวิญญาณของความเป็นครู เสร็จแล้ว ท่านจะหาความร่วมมือจากใคร ท่านปฏิเสธหรือว่าครูไม่ใช่หัวใจหลักในการดำเนินการศึกษา ถ้าท่านไม่ปฏิเสธท่านต้องยกเลิกคำสั่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าควรจะยกเลิกคำสั่ง ซึ่งผมได้สงวนความเห็นไว้ แล้วการสงวนความเห็นไว้นี้ไม่ได้แถลงต่อกรรมาธิการนะ ท่านเล่น ประชุมนัดสุดท้ายแล้วท่านมาแก้กลับมติผมใหม่ เดิม ๆ นี่พูดกันด้วยสติปัญญาและความ รอบคอบ ท่านก็ยกเลิกตามผม คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ พอชั่วโมงสุดท้าย ผมไปประชุมคณะอนุกรรมาธิการความมั่นคง เสร็จแล้วท่านก็มาเปลี่ยนมติกัน โดยกลับมติ ทั้งหมด ผมก็ไม่ว่า ท่านใช้สิทธิของท่าน แต่ว่าให้พูดถึงหน่อยว่าเป็นวิธีการทำที่ไม่ถูกต้อง ในการพิจารณากฎหมายผมไม่เคยเห็น ขอบคุณมากครับ