ดะนัย มะหิพันธ์ อภิปรายคัดค้านการตัดคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวสร้างปัญหาสวัสดิการครูและขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ พร้อมยกตัวอย่างกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ถูกลิดรอนสิทธิและถูกกล่าวหาทุจริตโดยไม่มีมูลความจริงตามคำพิพากษาของศาล และเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งทั้งหมดเมื่อพระราชบัญญัติฉบับใหม่ประกาศใช้ เนื่องจากกฎหมายใหม่มุ่งรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคลกลับสู่ส่วนกลางซึ่งขัดแย้งกับเจตนารมณ์เดิม
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนความเห็นเรื่องการตัดคำสั่ง คสช. ตั้งแต่ (๖) ไปจนถึง (๑๐) แต่ผมจะขออภิปรายยกประเด็นตัวอย่างเป็นบางคำสั่ง คำสั่งที่ ๗/๒๕๕๘ ซึ่งสั่งเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นคำสั่งที่ให้ยกเลิกการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการ องค์การค้า เสร็จแล้วท่านก็มาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชการ ในกระทรวงทั้งหมด โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน การดำเนินการท่านรู้ไหมครับท่านประธาน การที่ท่านไปมีคำสั่งยกเลิกกรรมการ ทำให้ครู เขาเสียสิทธิ ทำให้ครูเขาเสียสวัสดิการ ซึ่งมีการดำเนินการอยู่อย่างนี้มาก ผมขอยกตัวอย่าง ครับท่านประธาน ในคำสั่งตัวนี้เขาจะมีกองทุนชื่อกองทุนเงินกู้ ช.พ.ค. ในกองทุนนั้น มีเงินบริหารกองทุนอยู่ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับว่ากองทุน เขาทำหน้าที่อะไร เขาทำอย่างไร เขาให้สวัสดิการอะไรครูบ้าง เขามีเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากการก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลไม่เคยให้เลย ให้ย้อนหลังไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ เกือบ ๒๐๐ ครอบครัว ที่ได้ครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เขามีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ตามความเสียหาย มีทุนให้ครูกู้ยืมไปเรียน ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก รายละ ๕๐,๐๐๐ บาทปริญญาตรี รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทปริญญาโท และรายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทปริญญาเอก ดอกเบี้ยร้อยละ ๒ มีครูได้รับอานิสงส์เป็นหลายพันคน มีทุนให้บุตรครูเรียนปริญญาตรีจนจบ ปีละ ๕๐,๐๐๐ บาท ปีละ ๑๕ ทุน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง และยังมีเงินไปสร้างอาคารสำนักงานให้กับจังหวัดต่าง ๆ เพื่อใช้ในการบริการเพื่อนครู ๗๖ จังหวัด โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแม้แต่ บาทเดียว ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งมีอีกมากมายที่ผมไม่อาจจะได้กล่าว เพราะมันเยอะที่เขาทำเพื่อสวัสดิการครู ไม่ว่าจะเป็นการให้ครูทำวิจัยก็มีทุนให้ การให้ ทุนการศึกษาบุตรครูตามชนบท ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย ปวช. ปวส. ให้ทุกปีครับ นี่คือเขาเอาเงินเหล่านี้มาให้เป็นสวัสดิการ พอท่านมากล่าวหาเขาครับ กล่าวหาว่าเขาทุจริต เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทของกองทุน จากวันนั้นปี ๒๕๕๗ ถึงวันนี้ปี ๒๕๖๖ ยังทำอะไรไม่ได้ ข้อกล่าวหานั้นมันรุนแรง ทำให้คนที่เป็นพนักงาน เป็นราชการต้องถูกออกจากราชการ เป็น ๑๐-๒๐ คน ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำสั่ง ศาลมีคำพิพากษาว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลเหล่านั้น ไม่มีความผิดครับ วันนี้คำพิพากษาศาลอยู่ในมือผมนี่ แล้วใครคือผู้รับผิดชอบในการที่ไป กล่าวหาเขา เงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท หายไปไหน พวกท่านเอาไปทำอะไร ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ครูไม่ได้ใช้เงิน ไม่ได้สวัสดิการอะไรเลย ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่ามีคำสั่งอีกคำสั่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้รายละเอียด อีกนิดหนึ่ง ขอเวลาท่านประธานนิดเดียวครับ คือคำสั่งที่ ๑๙/๖๐ คำสั่งที่ ๑๙/๖๐ สภาแห่งนี้ได้มีการแก้ไขคำสั่งในเรื่องของการบริหารงานบุคคล เพื่อให้การบริหารงานบุคคล เกิดความคล่องตัวเอาไปให้เขตพื้นที่การศึกษาได้ตั้งเป็น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อสักครู่ท่านไตรรงค์มาบอกผมว่าถึงวันนี้ยังหาตัวแทนเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะทำหน้าที่ อ.ก.ค.ศ. ไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะ ก.ค.ศ. ท่านไปกำหนดกฎเกณฑ์ ดึงเอาอำนาจเข้ามาไว้ส่วนกลางทั้งหมด การคัดเลือกประธาน แค่ประธาน อ.ก.ค.ศ. ท่านให้ สพฐ. เสนอคนที่ได้ระดับ ๙ ๒ คน ก.ค.ศ. เสนอ ๒ คน รวมแล้วเป็น ๔ คน ใน ๔ คน ส่งมาให้ ก.ค.ศ. พิจารณา ก.ค.ศ. รู้จักคน ๙๐๐ กว่าคนทุกคนดีหรือครับ แล้วท่านจะ พิจารณาใครดีเท่ากับคนในพื้นที่ ท่านก็จะได้คนส่วนกลางไปเป็นประธานอยู่จังหวัดนราธิวาส ถึงเวลาไปประชุมก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างนี้หรือครับคือการกระจายอำนาจ นี่ผมยกตัวอย่าง ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าคำสั่งใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจะต้องยกเลิกทั้งหมด ยกเลิกทั้งหมด เพราะท่านเขียนไว้ในนี้ แล้วอย่างไรครับว่า บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ หรือที่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้แทน ผมรู้นะครับว่าที่ท่านไม่อยากยกเลิกคำสั่ง คสช. เพราะอะไร เพราะท่านไปเขียนไว้ใน มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๖ ท่านบอกว่า เมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้ อำนาจทั้งหมด ในการบริหารงานบุคคลให้ไปอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวง นั่นแสดงว่าท่านรวบเอาอำนาจการบริหารงานบุคคลทั้งหมดมาไว้ที่ส่วนกลางอีก อย่างนี้ หรือครับเขาเรียกว่าการกระจายอำนาจ ผมจึงเห็นว่าควรจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับ การศึกษาทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ