สฤษดิ์ ชูปรับวัตถุประสงค์การศึกษา รองรับสังคม-เทคโนโลยีอนาคต

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖

สฤษดิ์ บุตรเนียร แปรญัตติเพิ่มเติมวัตถุประสงค constitutional การศึกษาให้ครอบคลุมการพัฒนาด้านอารมณ์ สังคม และความสามารถของผู้เรียนอย่างรอบด้าน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 พร้อมหารือการปรับแนวคิดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทยุคสังคมผู้สูงอายุ เศรษฐกิจ BCG และการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมความพร้อมของเยาวชนให้มีวิสัยทัศน์ในการรับมือกับความท้าทายของอนาคต

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมขอสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๖ ในส่วนที่เกี่ยวกับ วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการศึกษา เรื่องนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เป็นพระราชบัญญัติที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นแม่บท เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคน คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ยิ่งโดยเฉพาะปัจจุบันนี้ประชากร การเกิดก็อัตราส่วนที่ลดลง ต้องมีการพัฒนาเรื่องคุณภาพอย่างมากทีเดียว เรากำลังจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการเรียนรู้หรือการวางมาตราต่าง ๆ หรือเป้าหมายและวัตถุประสงค์จะต้อง มีความชัดเจน ผมแปรญัตติในส่วนเกี่ยวกับในเรื่องของคนจะไปสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ ก็ต้องมีอารมณ์ สังคม สติปัญญาและความรู้ความสามารถ ในส่วนของอารมณ์ ในสังคมนี้ ในปัจจุบันนี้ ยิ่งเด็ก ๆ ด้วยแล้วจะเป็นสังคมที่โดดเดี่ยวอยู่คนเดียว เนื่องจากมีเทคโนโลยี มีคอมพิวเตอร์ เด็กจะมุ่งมั่นหรือที่เรียกสังคมก้มหน้า หรือใช้มือเขี่ยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเราจะต้องมีการกำหนดในวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนและควบคุม ให้เหมาะสมกับกาลเวลา โดยเฉพาะวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งความรู้หรือสิ่งต่าง ๆ มีอายุสั้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมจึงเพิ่มคำว่า อารมณ์ และสังคม เด็กรุ่นใหม่ ๆ ขาดการควบคุมอารมณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการที่จะอยู่ร่วมกัน กับผู้อื่น แล้วก็ในเรื่องของการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ การที่จะทะเลาะวิวาทซึ่งจะเกิดขึ้น ได้เร็วมาก โดยที่จะทำให้สังคมหรือความเป็นอยู่ในอนาคตลำบาก ผมจึงเพิ่มคำว่า อารมณ์ และสังคม โดยเฉพาะการที่เข้าไปอยู่ในสถานประกอบการ จากการที่ผมไปติดตามเป็น คณะกรรมาธิการการศึกษาได้ไปสถานประกอบการหลายแห่ง ก็จะพูดเหมือนกันว่า วันนี้เด็กขาดความเคารพ ขาดความเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา การทำงานก็การทำงานเป็น หมู่คณะไม่ค่อยเป็น เนื่องจากว่าเด็กได้พยายามที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างเดียวโดยที่จะไม่สนใจ คนรอบข้างว่าเกิดอะไรขึ้น อีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มคำว่า ความสามารถ ในปัจจุบันนี้ความรู้ หาได้ง่าย โดยเฉพาะการเข้าสู่แหล่งเรียนรู้นี้มันง่ายมาก แต่ในเรื่องความสามารถ จึงอยากให้ระบบการศึกษาเน้นเรื่องฐานสมรรถนะ ซึ่งจะให้เกิดต้องเรียนรู้ควบคู่กันไปเลย ผมเชื่อเหลือเกินว่าการสอนเป็นวิชา ๆ มันจะเริ่มหมดเวลาแล้ว เราต้องมีการบูรณาการ ภาควิชาการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ขยันด้วยการเรียนพร้อม ๆ กันไปกับการปฏิบัติเป็นเรื่อง เดียวกันเลย เพื่อให้การศึกษานั้นบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการที่ตั้งไว้นะครับ ผมถึงพยายามที่จะแทรกคำว่า ความรู้ ความสามารถ และฐานสมรรถนะที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์กับเยาวชนต่อไปในอนาคต ทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ทั้ง ๓ อย่างนี้มันไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้โดยเด็ดขาด การเรียนรู้ต้องควบคู่ไป แล้วเรียนไปทำไมครับถ้าไม่สามารถจะไปประกอบอาชีพ หรือมาใช้ดำเนินชีวิตในปัจจุบัน หรือในการดำเนินชีวิตในที่ทำงานหรือในครอบครัว ยิ่งโดยเฉพาะของทักษะชีวิตนี้แล้ว เด็กในปัจจุบันเราขาดทักษะในการที่จะดำเนินหรือรู้จักการ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา มักจะสอนให้เด็กรู้จักการหาเงินเพียงอย่างเดียว ประกอบอาชีพหาเงิน จบปริญญาตรี ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท จบ ปวช. ปวส. ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเด็กก็จะมุ่งแต่การที่จะ เรียนรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวเอง แต่ลืมไปว่าปัจจุบันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง ความต้องการ ของสังคมหรือหน่วยงานต่าง ๆ นั้นคือต้องการคนที่มีความสามารถมากกว่าความรู้ที่มีอยู่ ดังนั้นผมถึงพยายามที่จะขอแทรกญัตติในเรื่องของการที่เพิ่มเรื่องของอารมณ์ สังคม และความสามารถ

อีกส่วนหนึ่งครับ เรื่องของความเป็นพลเมือง การที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้นั้น จะต้องมีความสร้างสรรค์เพื่อจะให้เกิดความคิด ในความที่จะให้สามารถประยุกต์ถึง องค์ความรู้ที่มีอยู่ การศึกษาในปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าในเรื่อง ของความรู้ความสามารถ หรือในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถที่จะดำเนินชีวิต เด็กไม่จำเป็นจะต้องเป็นไปตามช่วงวัยต่าง ๆ โดยลึกสามารถที่จะเรียนรู้จากการที่ใช้ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมาประยุกต์ปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ ปัจจุบันนี้เราได้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมากมาย โดยเฉพาะความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วเป้าหมายสำคัญในการจัดการศึกษา เหล่านี้ผมถึงเห็นว่าเราต้องเพิ่มแก้ไขแนวความคิด ในยุคใหม่ ๆ นั้น เรื่องของเอจจิ้งโซไซตี้ (Aging Society) สังคมผู้สูงอายุ แล้วสิ่งแวดล้อม ความสำคัญ เป็นแนวความคิดเรื่องบีซีจี (BCG) การลดโลกร้อน เป็นแนวความคิดที่จะต้อง เกิดขึ้นและต้องเผชิญภัย ดังนั้นการศึกษาควรกำหนดนโยบายให้ควบคุม มองไปข้างหน้า ไม่ใช่ปัจจุบันนี้ เพราะพระราชบัญญัติแต่ละฉบับนั้นเราต้องใช้เวลาใช้งานไป ๒๐-๓๐ ปี เหมือนกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในปี ๒๕๔๒ นี่ผ่านมาเกือบ ๒๔ ปี ๒๕ ปีแล้ว ดังนั้นเราควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนเพื่อจะให้เป็นแนวทางให้บุคลากรทางการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาเด็กและเยาวชนต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ