สุรวาท ทองบุ หารือเกี่ยวกับมมาตรา 6 โดยเสนอให้การศึกษาเน้นการส่งเสริมความคิดริเริ่ม ความสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อผลักดันประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลางและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งการค้นหาความถนัด การเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ทั้งในระบอบประชาธิปไตยและในบริบทของโลกยุคใหม่
เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๖ ซึ่งว่าด้วยวัตถุประสงค์ของการ จัดการศึกษา ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วมาตรา ๖ นี้เป็นมาตราที่มีความสำคัญมาก เป็นตัวหัวเชื้อไปสู่มาตราอื่น ๆ และเป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ของชาติที่เกี่ยวกับการศึกษา เป็นปรัชญาของการศึกษาว่าเราจะจัดการศึกษา คืออะไร เพื่ออะไร อย่างไร ในมาตรา ๖ นี้ ผมก็ได้สงวนความเห็นว่าให้จำแนกเป็นหัวข้อรวม ๔ หัวข้อ ตามเอกสารที่ขึ้นบนจอ บังเอิญ ไม่มีสไลด์ (Slide) เพราะว่ามันซ้ำกันครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๖ ของร่างเดิมที่รับหลักการมานั้นเหมือนกับว่าเราต้องการให้ ประเทศมีความเป็นปึกแผ่นมีความรักความสามัคคีเหมือนกับหลังสงครามอย่างไรอย่างนั้น คือการจัดการศึกษานั้น วันนี้ถ้าเราต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร ให้ประเทศเจริญก้าวหน้า มีความเจริญก้าวหน้าโดยเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่สามารถที่จะแข่งขันได้นะครับ ทำให้ประเทศหลุดพ้นจากการติดหล่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางไม่สูงสักทีนั้น เราอยากให้ เป็นอย่างนั้น ถ้าจะเป็นอย่างนั้นก็ต้องอาศัยระบบการศึกษาที่มันจะเกื้อกูล มันจะพัฒนาคน ให้ช่วยกันทำให้ประเทศเรามีขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่พึ่งพาเศรษฐกิจ ไม่พึ่งพา วิทยาศาสตร์ วิทยาการเทคโนโลยีจากภายนอกซึ่งราคาสูงมาก มากกว่าผลผลิต ทางการเกษตร หรือมากกว่าการท่องเที่ยว ซอฟต์ เพาเวอร์ (Soft power) ที่เรามี เพื่อแลก กับสิ่งนั้น ทีนี้การจะทำให้ประเทศเป็นอย่างนั้นจะต้องให้คนไทยนี้มีอิสรภาพในความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ โลกวันนี้เขาแข่งขันกันด้วยกระบวนการคิดและคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดแปลกใหม่ คิดนอกกรอบ คิดหลุดโลกออกไป ถึงจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ที่เรียกว่านวัตกรรมจนเป็นที่ ยอมรับและใช้ได้ผลดี จึงเรียกว่าเทคโนโลยี และสิ่งเหล่านี้ก็จะนำไปสู่การอุตสาหกรรม แล้วก็ การค้าพาณิชย์ทั้งหลาย ก็จะทำให้ประเทศเป็นอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้นเมื่อถ้าเราดูที่ มาตรา ๖ นี้ จะเห็นว่าเราจะวนเวียนอยู่กับ ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธเรื่องเหล่านี้นะครับ เรื่องของ คุณงามความดีทั้งหลาย ความภาคภูมิใจในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเป็นพลเมืองดี ต้องรับผิดชอบต่อสังคมอะไรทั้งหลาย ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ว่ามันขาดหายไปในเรื่องที่จะทำ ให้ผู้เรียน ให้สถานศึกษารับรองทั้งครู อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความคิดที่เป็น อิสระมีความปลอดภัยในการที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรอื่น ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้น เพื่อการท้าทายว่าจะนำประเทศไปสู่ประเทศที่หลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง ติดหล่มอยู่หลายปีได้นั้น มาตรา ๖ นี้จะต้องเขียนให้เกิดความท้าทาย ทำให้ กระบวนการศึกษาเป็นที่ผลิตความรู้และนวัตกรรมต่าง ๆ แล้วก็มากขึ้นเพิ่มขึ้นจากการที่ ให้คนเป็นคนดี ผมจึงเพิ่มว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริม ให้บุคคลพัฒนาและมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ก็คือเรื่องของพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ทั้งสุขภาพ สติปัญญา ความรู้ อารมณ์ สังคม คุณธรรม การเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งมีความสำคัญ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เรียนรู้ตลอดชีวิต อันนี้ก็เป็นคุณลักษณะนะครับ
(๒) คือให้การศึกษานั้นให้โอกาสได้ค้นพบและพัฒนาความถนัดและความ สนใจของตนให้เกิดความเชี่ยวชาญ นั่นก็คือเรียนในสิ่งที่ได้ใช้และใช้ได้จริงในสิ่งที่เรียน และมีความเป็นเลิศในเรื่องนั้น ไม่ใช่เรียนสะเปะสะปะ
(๓) คือจะต้องมีทักษะที่จำเป็นต่อการรับมือของโลก ไม่ใช่ไปเท่าทันวิ่งไล่ตามเขา ต้องไปดักรอการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร แล้วต้องสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนรู้ สร้างนวัตกรรม นวัตกรรมมีทั้ง เทคนิควิธีแล้วก็เป็นผลิตภัณฑ์ เป็นแนวคิดวิธีการใหม่ ๆ เขาเรียกว่าเป็นนวัตกรรมทาง เทคนิคอล อินโนเวชัน (Technical innovation) หรือโพรดักต์ อินโนเวชัน (Product innovation) ขออนุญาตท่านประธานได้พูดใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เพราะฉะนั้นการศึกษาจะต้องทำให้เขาได้สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี แล้วก็สร้างและใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ได้นะครับ แล้ววันนี้เขาบอกว่าเรียนวันนี้ไม่ใช่เพื่อประกอบอาชีพ ที่มีในวันนี้เท่านั้น เรียนวันนี้ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรียนวันนี้ไม่ใช่เพื่อใช้ เทคโนโลยีในวันนี้ เรียนวันนี้เพื่อทำอาชีพใหม่ในวันข้างหน้าหรืออาชีพเดิมแต่แบบใหม่ เทคโนโลยีใหม่และแก้ปัญหาใหม่
(๔) เราก็ไม่ละเลยเรื่องความตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนต่อผู้อื่น ตามรัฐธรรมนูญตามหลักสากล เคารพความแตกต่างหลากหลายและสิทธิมนุษยชน เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ในระบอบประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ มีความพร้อมสำหรับการเป็นพลเมืองโลก มีความเข้าใจพหุวัฒนธรรมและความสนใจในการ แก้ปัญหาระดับนานาชาติ ดังที่ผมนำเรียนนี้เห็นว่ายังพอมีหนทางว่าเราจะก้าวมุ่งหน้าไปสู่ ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันพึ่งพาตัวเองได้ ทั้งทางวิทยาการกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีได้ครับท่านประธานครับ จึงขอสงวนความเห็นให้เป็นดังที่ผมนำเรียนครับ