พิธา ตั้งคำถามถ้ายังกระจุกอำนาจ ไทยจะรับมือวิกฤตได้อย่างไร

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปลดล็อกท้องถิ่น โดยตั้งคำถามถึงความเสี่ยงของการกระจุกอำนาจไว้ส่วนกลาง ผ่านตัวอย่างวิกฤติโควิด-19 ไฟป่าภาคเหนือ น้ำท่วมและภัยแล้งในหลายพื้นที่ ชี้ว่าท้องถิ่นใกล้ชิดปัญหามากที่สุดแต่ขาดทรัพยากรและอำนาจตัดสินใจ จึงเรียกร้องให้กระจายอำนาจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรับมือความท้าทายของศตวรรษที่ 21

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอร่วมลุกขึ้นอภิปราย ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๔๙ ถึงมาตรา ๒๕๔/๖ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า ร่างปลดล็อกท้องถิ่น ท่านประธานครับ สำหรับผมเวลามีไม่มากเท่าผู้ชี้แจง มีเพียงแค่ ๗ นาที ผมอยากจะใช้เวลานี้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคงจะไม่อภิปรายซ้ำในการที่จะ สนับสนุนว่าการกระจายอำนาจคือการกระจายพลังทางเศรษฐกิจ มันคือการระเบิดพลัง ทางเศรษฐกิจแบบบิ๊กแบง (Big Bang) อย่างที่ประเทศไทยต้องการอยู่ ผมจะไม่อภิปรายซ้ำ ว่าการกระจายอำนาจคือการลดความเหลื่อมล้ำให้กับแต่ละภูมิภาคในประเทศไทย ผมจะไม่ อภิปรายซ้ำว่ามันคือการลดการคอร์รัปชันลง เมื่อเสรีภาพในการแสดงออกพี่น้องประชาชน สภาพลเมืองสามารถที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ แต่ในทางกลับกันผมอยากจะ ใช้เวลาที่มีอยู่ไม่มากนี้ในการที่จะอภิปรายประเด็นกลับกัน คือการตั้งคำถามและชวน เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้คิดกันว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไรถ้าเรายังกระจุกอำนาจอยู่ เหมือนเดิม ผมว่าอันนี้คือคำถามที่เราต้องถามตัวเองมากกว่าที่จะฟังว่าการกระจายอำนาจ ระเบิดพลังทางเศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำอย่างไร ลดคอร์รัปชันอย่างไร แต่เราต้องถาม ตัวเองว่าในสภาพสภาวะความท้าทายโลกวิกฤติแบบนี้ประเทศไทยจะเดินอย่างไร ถ้าเรายัง กระจุกอำนาจอยู่อย่างนี้ ถ้าทุกท่านยังจำได้วิกฤติโควิด (COVID) ถามเลยว่าถ้าเกิด ประเทศไทยมีวิกฤติโควิด (COVID) ซ้ำเข้ามาอีก ๑ รอบ ท่านยังจำได้ใช่ไหมที่เราต้อง ล็อกดาวน์ (Lock down) กรุงเทพฯ จีดีพี (GDP) ประเทศหายไปทันที ๓๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อมีภัยพิบัติที่เราคิดไม่ถึง มีโรคระบาดที่เราคิดไม่ถึงเข้าสู่เมืองหลวงของเรา เศรษฐกิจทั้งประเทศพังหมด ท้องถิ่นแต่ละที่ต้องตามหาวัคซีน (Vaccine) ต้องตามหา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุดพีพีอี (PPE) ต้องกลับมาส่วนกลางเพื่อที่จะดูที่จะรักษา พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ก็ควรถามว่าถ้าเกิดมีโรคระบาดแบบนี้เกิดขึ้น ในพื้นที่ของท่านอีกทีหนึ่ง ท่านยังจะพึ่งรัฐบาลจากส่วนกลาง หรืออยากจะให้ท้องถิ่นที่เป็น คนใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดในการแก้ไขปัญหา อันนี้คือคำถามที่ประชาชนที่ฟังอยู่ ทั่งประเทศและเพื่อนสมาชิกต้องช่วยกันคิดว่าถ้าเกิดเรากระจุกอำนาจแบบนี้แล้วเจอความ ท้าทายของศตวรรษที่ ๒๑ ที่เราไม่เคยเจอแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ถ้าเป็น พี่น้องภาคเหนือเกิดไฟป่าแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ท้องถิ่นเป็นคนที่ใกล้ชิดกับ ปัญหามากที่สุด เห็นมานานมากที่สุดรู้ว่าจะแก้อย่างไร แต่ไม่มีทรัพยากร ต้องขอมา ที่ส่วนกลาง ต้องขอ ปภ. ต้องขอกระทรวงมหาดไทย ต้องขอกระทรวงทรัพยากร ต้องขอ พ.ร.บ. อุทยานในการเข้าไปแก้ปัญหา คนรู้ไม่ได้แก้ คนแก้ไม่รู้ อันนี้คือปัญหาที่พี่น้อง ภาคเหนือที่มีปัญหาเกี่ยวกับไฟป่า ปัญหาเกี่ยวกับ พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ต้องเจอ ถ้าพี่น้อง ภาคอีสาน ภาคใต้ที่ฟังอยู่กับปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ผมลงพื้นที่ไปตอนท่วม คนหลาย หมื่นคนเรือมีอยู่ ๒ ลำ ลำหนึ่งคือของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม อีกลำหนึ่งคือ ปภ. ของกระทรวงมหาดไทย ท้องถิ่นที่ต้องเป็นคนคอยส่งคนแก่ คนเฒ่า คนพิการไปเข้าห้องน้ำ ๔ กิโลเมตร ไม่มีเรือเป็นของตัวเอง ทรัพยากรต้องขอมาที่ส่วนกลาง ประชาชนที่ฟังอยู่ เข้าใจที่ผมพูดครับ หน้าแล้งขนน้ำไปหาคน หน้าฝนขนคนหนีน้ำ พิษณุโลก อุบลราชธานี มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน พัทลุง นครราชสีมา เขาเข้าใจเลยว่าผมทำอย่างไร ผมถามว่า ปัญหาน้ำท่วมสลับกับน้ำแล้งอยู่ในจังหวัดเดียวกันแค่คนละรหัสไปรษณีย์ ข้างล่างท่วม ข้างบนแล้ง กระจุกอำนาจอย่างนี้แก้ได้หรือ คนที่อยู่ห่างไกลเป็น ๘๐๐ กิโลเมตรรู้ดีหรือครับ ว่าเราควรที่จะสร้างแอ่งน้ำที่ไหน เราควรที่จะเอาชลประทานเข้านาแบบไหน เราจะรู้ดี กว่าเขาหรือครับ ถ้ายังกระจุกอำนาจอยู่ ประเทศไทยจะเสียอะไรอีกมากมายมหาศาล นี่แค่ตัวอย่าง ๒-๓ ตัวอย่าง เพราะว่าทั้งหมดนี้คือความท้าทายของศตวรรษที่ ๒๑ ที่เรา ไม่เคยเจอมาก่อน ตอนที่เรากระชับอำนาจปี ๒๔๓๕ ตอนนั้นบริบทประเทศต่างกันกับตอนนี้ มากมาย ความท้าทายที่เรากำลังเจออยู่ขณะนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราเจอมาตลอด ๑๓๐ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นนี่คือคำถามที่ความจริงแล้วเราต้องตอบเสียมากกว่าว่าถ้าเกิดกระชับอำนาจ แล้วคงไว้ซึ่งโครงสร้างแบบนี้ประเทศไทยจะผ่านโอกาสหรือเสียโอกาสอะไรมากมาย ปัญหาสิ่งแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น ตอนนี้อาจจะคิดกันว่าท้องถิ่นไม่มีเงิน ไม่มีความสามารถ ในการแก้ไข ท่านประธานทราบไหม ปารีส อะกรีเมนต์ (Paris Agreement) ข้อตกลงปารีส ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องการที่จะปล่อยเงินมาให้ประเทศที่กำลังพัฒนา ๓.๕ ล้านล้านบาท มากกว่างบประมาณประเทศไทย ยุโรปให้กู้ไปแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประเทศไทย ได้เท่าไร ศูนย์บาท เพราะอะไร เพราะข้อตกลงคือเขาจะปล่อยกู้ให้เฉพาะกับรัฐบาลท้องถิ่น เพราะรัฐบาลท้องถิ่นใกล้ชิดกับปัญหา และรู้ปัญหาในการแก้ เขาไม่เชื่อรัฐบาลกลางว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาแบบนี้ นี่คือโอกาสที่ประเทศไทยเสียแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่าจากการที่ เรายังกระจุกอำนาจไว้แบบนี้ สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายต่อก็คือมายาคติที่มีกับการกระจาย อำนาจ การกระจายอำนาจคือความคิดสุดโต่ง สุดโต่งเป็นคำพูดที่ต้องบอกว่าเป็นคำสัมพัทธ์ หรือคำสัมบูรณ์ คำสัมพัทธ์หมายความว่าสุดโต่งเมื่อเทียบกับอะไร แน่นอนถ้าเกิดเอาคำว่า สุดโต่งไปเปรียบเทียบกับอดีตเมื่อ ๑๓๐ ปีที่แล้วอาจจะสุดโต่ง ผมไม่ได้เห็นต่างจาก ท่านหรอก แต่ถ้าเกิดเอาคำว่าสุดโต่งมาเปรียบเทียบกับความท้าทายของโลกที่มันสุดโต่ง อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหาสังคมสูงวัย สภาพบริบทประเทศเต็มไปด้วยความท้าทายแบบสุดโต่ง แล้วโครงสร้างก็เลยจำเป็นที่จะต้อง สุดโต่ง แต่ถ้าเกิดเปรียบเทียบแบบนี้ ใช้คำสัมพัทธ์แบบนี้เปรียบเทียบกัน การกระจายอำนาจ เป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องทำ ไม่ใช่สุดโต่ง ช้าไปแล้วด้วยซ้ำไปกับการที่จะประเทศไทย จะตอบสนองกับความท้าทายอย่างที่โลกคนอื่นเขาทำได้ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าจะมีการ คอร์รัปชัน สตง. บอกเองเลยย้อนหลังไป ๑๕ ปี คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นน้อยกว่า ที่ส่วนกลาง ๑๐ เท่า ยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดมีสภาพลเมืองมีการตรวจสอบ คอร์รัปชัน จะยิ่งน้อยลง การที่มากระจุกตัว กระจุกอำนาจ กระจุกงบอยู่นี่คอร์รัปชันง่ายกว่า กระจาย ออกไปนี่แหละโอกาสในการที่จะคอร์รัปชันน้อยกว่าด้วยซ้ำ สุดท้ายผมอยากจะทิ้งท้ายในการ อภิปรายในการใช้เวลาของผมในการพูดถึงพี่น้องข้าราชการ ผมเป็นข้าราชการกระทรวง พาณิชย์ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ รู้จักพาณิชย์จังหวัดหลายท่าน รู้จักอุตสาหกรรม จังหวัดหลายท่าน รู้จักแรงงานจังหวัดหลายท่าน รู้จักสิ่งแวดล้อมจังหวัดหลายท่าน ท่านเป็น ข้าราชการที่มีความตั้งใจที่จะทำงาน ท่านเป็นข้าราชการที่มีความสามารถและความตั้งใจจริง ในการทำงาน การกระจายอำนาจจะทำให้สุขภาพจิตท่านดีขึ้นแน่นอนครับ อันนี้ผม รับประกัน ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องตื่นมาวันเสาร์ วันอาทิตย์มารับนาย ตัดริบบิ้น ออกงาน ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเผชิญหน้ากับพี่น้องประชาชนที่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ปีแล้วปีเล่า ท่านจะได้อยู่กับพื้นที่ที่มาจากประชาชนการเลือกตั้ง และแก้ไขปัญหาให้เขาอย่างมี ประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าร่างนี้เป็นร่างที่มีแต่ชนะกับชนะ ไม่มี ใครเสีย ขอให้ช่วยกันรับฟัง แล้วขอให้ผ่านวาระที่หนึ่งนี้ไปได้ แล้วไปแก้ไขกันในชั้น กรรมาธิการ ขอบพระคุณท่านประธานครับ