รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ปิยบุตร แสงกนกกุล ชี้แจงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สนับสนุนบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ นอกจากนี้ยังเสนอร่างกฎหมายเพื่อให้ร่างกฎหมายยังคงอยู่ แม้สภาจะใกล้หมดอายุ และชี้แจงเรื่องการเข้าชื่อร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเข้ามาเสนอมา แต่ถึงเวลาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบแล้วมีรายชื่อไม่สมบูรณ์

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้เสนอร่าง

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล ในฐานะผู้ที่แจงครับ ผมจะขอใช้เวลาตอบคำถามตกค้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่รบกวนเวลาแห่งนี้มากครับ เพราะว่าฟุตบอลโลกใกล้จะเริ่มแล้ว เดี๋ยวกลัวเราจะกลับไปดูฟุตบอลโลกกันไม่ทัน ใช้เวลา เล็กน้อยเท่านั้น ท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคำถามเพื่อนสมาชิกท่านแรก ก็คือเท่าที่ มองไปน่าจะไม่อยู่ในห้องประชุมแล้ว แต่คิดว่าคงฟังบันทึกกันอยู่ นั่นก็คือ คุณศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปกติแล้วผมเองเป็นคนนับถือเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน บางท่านเคยเป็นเพื่อนร่วมพรรคกับผมมา แล้วย้ายไปพรรคอื่น ผมก็ไม่มีปัญหา เราก็เห็นต่างกันแล้วก็แยกทางกันเดิน ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เป็นเรื่อง ปกติ แต่กรณีนี้จำเป็นต้องชี้แจง คือผมฟังการอภิปรายของท่านแล้วก็แปลกใจไม่น่าเชื่อว่า อดีตเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่มาก่อน คนที่เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นวันนี้มาเป็น ส.ส. กลับอภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจไปให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนเคยเป็น ส.จ. มาก่อน ท่านบอกว่าผมจะเสนอยกเลิกนั่น ยกเลิกนี่ให้เห็นใจเขาใจเราบ้าง ผมก็ต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าร่างฉบับนี้ไม่ได้มีผลโดยตรง ในการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค มันต้องเป็นขั้นเป็นตอน และสุดท้ายประชาชนจะเป็นคน ตัดสิน เราเพียงแต่แก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้นจากการกระจายอำนาจตลอด ๒๐ กว่าปีว่าเดินไป ไม่สมบูรณ์สักที ครั้งนี้มาทำให้สมบูรณ์ได้หรือไม่ แล้วท่านก็บอกว่ากลัวจะเกิดการสร้างความ แตกแยกในพื้นที่ต่าง ๆ ถ้ามันแตกแยกมันแตกแยกไปนานแล้ว ประเทศไทยเราเลือกตั้ง ท้องถิ่นกันมา ๒๐ ๓๐ ปีแล้ว แล้วท่านเองก็มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นอย่ากลัวเรื่องการ เลือกตั้ง อย่ากลัวเรื่องการเมือง เรื่องการหาเสียง เป็นเรื่องปกติถ้าประชาชนเป็นใหญ่ ในแผ่นดิน เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินเองในเรื่องสำคัญ ๆ แล้วสุดท้ายก็ทิ้งสุภาษิตเอาไว้บอกว่าถ้าหากเสนอเรื่องดี ๆ เข้ามาในสภาก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าเสนอเรื่องที่อันตรายที่มันไม่ดีเข้ามาสภาก็อาจจะได้รับผลร้ายได้ ผมคิดว่าเรื่องที่ผม เสนอเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้เป็นเรื่องดีแน่นอน เรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอาจจะเสนอเรื่องไม่ดีเข้ามาในสภาแห่งนี้ก็คือผมเคยสนับสนุนคนแบบนี้ ได้เป็น ส.ส. ถือว่าเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวงครั้งหนึ่งในชีวิตทางการเมืองของผม ท่านประธานครับ ก็เอาละโดยหลักแล้วท่านบอกว่าเสนอของไม่ดีเข้ามาระวังรับกระทบ ผลร้าย ผมก็คิดเหมือนกันครับท่านประธาน คนอกตัญญูไม่รู้คุณคนเป็น ส.ส. ได้เพราะอะไร เพราะใคร ระวังครั้งหน้าจะได้รับผลกระทบไม่ได้เป็น ส.ส. อีกเลย

ขออนุญาตตอบเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผมนับถือ เป็นพี่ชาย ก็เห็นด้วยกับท่านหลายเรื่อง แล้วก็อยากจะเสริมประเด็นตรงนี้นิดหนึ่ง ก็คือว่า เรื่องของร่างฉบับนี้ที่เสนอมาช้า แล้วถ้าหากสภามันหมดอายุจะทำอย่างไร ท่านจุลพันธ์ ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีชุดหน้าสามารถเอากลับมาใหม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ชัดใน มาตรา ๑๔๗ ทีนี้มันเสริมเข้าไปอีก บังเอิญว่าพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมายปี ๒๕๖๔ ในมาตรา ๑๔ บอกเอาไว้ว่าร่างที่เข้าชื่อมาโดยประชาชน ประชาชนก็สามารถยืนยันกลับไปได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากสภาหมดอายุไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ตัวผู้แทนของคณะประชาชนที่เข้าชื่อ มาร่วมยืนยันด้วยได้ ดังนั้นร่างนี้จึงมีโอกาสไปต่อได้ แม้สภาจะใกล้หมดอายุก็ตาม

สุดท้ายครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งคือขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจัตุรงค์ เสริมสุข แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ท่านยังลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งหนึ่งทวงถามอยู่ ผมชี้แจ้งอย่างนี้ครับ ประเด็นที่ ๑ เรื่องที่ท่านถามว่าเข้าชื่อมา ๘๐,๐๐๐ คนเศษ แล้วทำไมถึงเวลามันเหลือ ๗๖,๐๐๐ กว่าคน มันหายไปไหน ๔,๐๐๐ กว่าคน ก็เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องปกติของการ เข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนมาโดยตลอด ปกติอย่างไรครับ ตั้งแต่เราใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีกฎหมายเข้าชื่อมาก็เคยมีการเข้าชื่อกันแบบนี้ จำนวนของคนที่คณะรวบรวม เข้าชื่อมี แต่ถึงเวลาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาตรวจสอบแล้วก็บอกว่า มีรายชื่อไม่สมบูรณ์ เซ็นผิดเซ็นถูกบ้าง มีปัญหาทางเอกสารบ้างเขาก็เอาออกก็เท่านั้นละครับ ครั้งนี้ก็เหมือนกันสภาชุดนี้ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ใช้กฎหมายเข้าชื่อปี ๒๕๖๔ ก็มีการ เข้าชื่อกันมาหลายครั้งหลายหน แล้วก็เหมือนกันคณะเข้าชื่อก็เสนอชื่อมาหลากหลายคน หลากหลายจำนวน เสร็จแล้วสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาก็ตรวจสอบครับ แล้วก็ตัดออกสำหรับเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ก็แค่นั้นไม่มีอะไรแปลกพิสดาร อย่านำประเด็นเล็ก ประเด็นหยุมหยิมมาตั้งคำถามและชี้ชวนให้พี่น้องประชาชนคิดว่าเขาไปทำอะไรกัน ทำไมชื่อมันชื่อจริงไหม ชื่อปลอมไหม คิดเกินไป คิดเกินไปนิดหนึ่ง ต่อมาท่านก็บอกว่า คณะผู้เสนอ ผู้ชี้แจงพูดไม่หมด หลายเรื่องมันไม่ใช่อย่างนั้นพูดไม่หมด จริง ๆ ผมคิดว่า ผมพูดหมดนะครับ แต่ว่าท่านอาจจะอ่านไม่หมด ท่านอาจจะเข้าใจไม่หมด ท่านสมาชิก บอกว่าทุกวันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีอำนาจอยู่แล้วไม่ใช่ว่าไม่มี ผมเองก็ไม่ได้ บอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจอยู่ แต่อำนาจที่มีอยู่มันไม่เพียงพอ มันไม่เพียงพอต่อการพัฒนา มันไม่เพียงพอต่อการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่ได้บอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีอำนาจ มีอยู่ครับ แต่มันซ้ำซ้อนกับราชการส่วนภูมิภาค ซ้ำซ้อนกับราชการส่วนกลาง ท่านบอกว่าทุกวันนี้ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ไม่ได้เข้าไปสั่งการ ท้องถิ่น ไปดูสิครับ ไปค้นคว้าไปเปิดดูสักหน่อยครับ ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ระเบียบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากเนื้อความข้างในเขียนไปแล้ว ส่งผลเข้าไปแทรกแซงการทำงานของท้องถิ่นเยอะแยะเลยครับ พี่น้ององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาส่งสัญญาณมา เขาโต้แย้งมาหลายครั้งหลายหน บางครั้งฟ้องไปที่ ศาลปกครองด้วย แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ชนะด้วยบอกว่าระเบียบเหล่านี้มันขัด รัฐธรรมนูญ ขัดหลักการกระจายอำนาจ เช่นเดียวกันท่านตั้งคำถามซึ่งผมแปลกใจมันเป็น เรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าท่านคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ผมก็จะชี้แจงเรื่องเอกสารสีฟ้า คืออย่างนี้ครับ ผมก็แปลกใจว่าทำไมท่านไม่ได้รับ ทำไมผมซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วผมยังได้รับเลย แต่ผมได้รับด้วยการค้นคว้าเข้าไปเว็บไซต์ (Website) สืบค้นมาแล้วก็ปรินต์ (Print) ออกมา ทีนี้บังเอิญว่าเครื่องปรินต์ (Print) มันไปตั้งค่าเป็นสี มันก็ปรินต์ (Print) ออกมาเป็นสีฟ้าครับ ผมก็เลยบอกว่ามันเป็นเอกสารสีฟ้า แต่ทีนี้เพื่อนสมาชิกของผมคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. เขตคลองสาน เขตธนบุรี พรรคก้าวไกล เขาก็เลยหยิบมาให้ผมดูว่าสมาชิกได้เอกสารนี้ เช่นเดียวกัน เพียงแต่มันเป็นแฟ้มเบ้อเริ่มเลยเพราะวันนี้ท่านประชุมหลายวาระ มันก็มีหลาย วาระตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้ก็มีหลายวาระ แล้วก็เปิดไปดูสิมันก็มีเอกสารชี้แจงอยู่ว่าร่างฉบับนี้ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ หมดแล้ว มีรายละเอียดอยู่ข้างใน เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ (Website) ของรัฐสภา ประชาสัมพันธ์ผ่านวิทยุโทรทัศน์ ให้พี่น้องประชาชนมาแสดงความเห็น เพียงแต่ว่าเขาประหยัดงบประมาณ เขาใช้ปรินต์ (Print) หมึกขาวดำมันก็เลยเป็นสีขาวดำก็เท่านั้นเองครับ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต ถ้าขยันค้นคว้าหน่อย เอกสารที่สำนักงานเขาทำมา ปรินต์ (Print) มา มันเสียเงินเสียทอง งบประมาณแผ่นดิน ท่านอ่านหน่อยครับ อ่านนิดเดียวก็รู้แล้วมันไม่เป็น ประเด็นใหญ่โต แล้วผมก็ค้นอีกว่าวุฒิสภาให้ความสำคัญเรื่องนี้ ท่านประธาคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองของวุฒิสภา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นี่ขนาด ผมคนนอก วันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส. แล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ส.ว. ผมยังตามไปค้นดูเลยว่า ท่านประชุมกัน ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน ประชุมกันตั้งแต่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ แล้วก็มีมติออกมาบอกว่าให้พวกเราไปศึกษาเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด ๑๔ การปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และประชาชนกว่า ๘๐,๐๐๐ คนเข้าชื่อมา ให้ไป ศึกษาอย่างละเอียด ท่านขยันทำการบ้านดีมากครับวุฒิสภา แต่บังเอิญอาจจะมี ส.ว. บางคน ลืมทำการบ้านเรื่องนี้มา บังเอิญเห็นหน้าผมก็ตั้งใจจะวิจารณ์กันอย่างเดียวละ ไม่ได้ดูเลยว่า ศึกษาอะไรกันมาแล้ว เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตใช้เวลาเท่านี้ เพื่อชี้แจงตอบ คำถามที่หลงเหลืออยู่ และเดี๋ยวขออนุญาตทางผู้ชี้แจงสรุปอีก ๑ ท่านครับ