พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ชี้ปัญหาข้อจำกัดอำนาจของท้องถิ่นจากความล้าสมัยของกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อกอำนาจท้องถิ่น เสริมสร้างศักยภาพการบริหารงานและส่งเสริมความเท่าเทียมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชมน์เจริญ นายกเทศมนตรี นครยะลา วันนี้ก็ขออนุญาตมาชี้แจงในรอบที่ ๒ ก็คงไม่รบกวนเวลามากนัก ก่อนอื่นก็ต้อง กราบขอบพระคุณสมาชิกรัฐสภา ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย แล้วก็ในส่วนที่มีข้อเสนอต่าง ๆ ที่ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นประเด็น แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าพวกเราชาวท้องถิ่น เมื่อวานก็คง ได้เห็นภาพของทั้ง ๓ สมาคม คือสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ได้มายื่นหนังสือต่อประธานสภาเพื่อสนับสนุนในร่างดังกล่าว ผมอยากจะกราบเรียนเท่าที่ ผมฟังจากท่านสมาชิกได้อภิปราย ฟังดูเสมือนหนึ่งว่ากฎหมายในปัจจุบันมีความเพียงพอ จนกระทั่งไม่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายหลัก ผมคิดว่าภาพเมื่อวานที่ ๓ องค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามา ยื่นหนังสือนั้น คงเป็นตัวที่สะท้อนได้อย่างดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความเพียงพอในเรื่อง ของอำนาจหน้าที่หรือยัง แล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นได้ก่อเกิดอุปสรรคหลายสิ่ง หลายอย่างอย่างไรบ้าง หลายคนที่มาโดยเฉพาะนายกเทศมนตรีผมเชื่อว่าโดยข้อเท็จจริง มาจากหลายพรรคการเมือง หลายพรรคก็ไม่ได้มาจากพรรคก้าวไกล หลายพรรคก็ไม่ได้มา จากพรรคเพื่อไทย หลายพรรคก็ไม่ได้มาจากพรรคภูมิใจไทย แต่ทุกคนมาด้วยความรู้สึกว่า ตลอดระยะเวลาของการบริหารท้องถิ่นนั้นมันเกิดอุปสรรคอย่างมาก ทุกคนเลยได้มาร่วม ในการแสดงจุดยืนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในหมวดเรื่องของท้องถิ่น ที่พวกเราเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อพี่น้องประชาชน วันนี้เมื่อสักครู่ทางท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดขอนแก่นได้มาพูดเรื่องรถรางเบา ผมอยากจะกราบเรียนท่าน ประธานสภาว่าจริง ๆ เรื่องรถรางเบานั้นมันก็เป็นข้อจำกัดอันหนึ่ง ข้อจำกัดประเด็นที่ ๑ คือว่าตัวท้องถิ่นเองนั้นทำได้เฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ก็เลยต้องมารวมกันเป็นรูป สหการ แล้วเอาสิทธิของพื้นที่นั้นไปให้บริษัทพัฒนาเมืองขอนแก่นในลักษณะของสัมปทาน ที่เกิดขึ้น ถามว่าวันนี้นั้นถ้าตัวท้องถิ่นเองมีความพร้อม มีอำนาจหน้าที่ ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงไม่ต้องเกิดขึ้นที่จะต้องเอาสิทธิไปให้เอกชน ในกรณีของเทศบาลนครยะลาเองนั้น เราอยากจะทำหลายอย่าง เราก็เคยเจอข้อจำกัด ผมยกตัวอย่างจังหวัดยะลามีตัวมีสินค้า เกษตรตัวหนึ่งก็คือกล้วยหิน ซึ่งเป็นจีไอ (GI) ของจังหวัดยะลา เราต้องการที่จะวิจัยเพื่อเพิ่ม มูลค่าเพิ่ม เนื่องจากเป็นพืชผลที่เป็นดีเอ็นเอ (DNA) ของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เราถูกท้วงก็คือไม่ใช่ หน้าที่ของเรา วันนี้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นข้อจำกัดแล้วก็เป็นอุปสรรค แล้วสิ่งที่สำคัญนั้น อุปสรรคเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากการวินิจฉัยที่เป็นซับเจกทีฟ (Subjective) ก็คือเป็นอัตตา ในการวินิจฉัยว่าได้หรือไม่ได้ วันนี้ถ้าเรามีการปลดล็อกการวินิจฉัยที่ใช้ความคิดเห็นส่วนตน มันก็จะไม่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในโลกดิจิทัล (Digital) ผมเองในช่วงของโควิด (COVID) พยายามที่อยากจะทำวอลเล็ต (Wallet) ของเรา ซึ่งจริง ๆ อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ในโลกของการค้าออนไลน์ (Online) เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นการค้าที่เป็นเฟก (Fake) ก็คือหลอกลวง คือสั่งซื้อสินค้าแล้วก็ไม่ได้ตรงปก วันนี้ถ้าท้องถิ่น เรามีวอลเล็ต (Wallet) ของท้องถิ่น มีกระเป๋าเงินของท้องถิ่นที่ทำให้คนสามารถสั่งซื้อสินค้า จากต่างประเทศได้ สั่งซื้อสินค้าจากในประเทศได้แล้วท้องถิ่นทำหน้าที่คิวซี (QC) หรือการ ตรวจสอบคุณภาพ ในประเด็นหนึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของพื้นที่ ในขณะเดียวกันนั้น เป็นการสร้างมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ แต่สิ่งเหล่านี้เราก็ทำไม่ได้ ถามว่าที่เรา ทำไม่ได้นั้นผมคิดว่าอยากจะแยกแบ่งเป็น ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ คือตัว พ.ร.บ. เทศบาลไม่ได้เขียนไว้เลย เนื่องจากมีการแก้ไขมา ๑๔ ครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๔๙๖ แก้เฉพาะในเรื่องวาระ แต่ไม่เคยแก้ในเรื่องอำนาจหน้าที่อำนาจ หน้าที่ เพราะฉะนั้นอำนาจหน้าที่เราลองย้อนกลับไป ๗๐ ปีก็คือเป็นเรื่องของปัจจัย ๔ ทั้งสิ้น เพราะในพี่น้องประชาชนในวันนั้นยังมีความขาดแคลนในปัจจัย ๔ ขณะเดียวกัน สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ความล้าหลังจึงเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันนั้นเราเองยังมีการออกระเบียบต่าง ๆ มาในการควบคุมกำกับดูแลท้องถิ่น ด้วยลักษณะของการที่ไม่เคยได้ลงไปสัมผัสหน้างาน ผมยกตัวอย่างวันนี้ท้องถิ่นเป็นหน่วยงานเดียวที่ซื้อคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งแฮนดีไดร์ฟ (Handy Drive) จะต้องผ่านคณะกรรมการคอมพิวเตอร์จังหวัด ในอดีต ๓ เดือนประชุมครั้ง ซื้อปรินเตอร์ (Printer) ๑ เครื่อง สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดกับหน่วยราชการอื่น นี่เป็นความเหลื่อมล้ำ ที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่นอย่างมาก ในขณะเดียวกันวันนี้เรื่องของหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการ จัดงานท่านทราบไหม ระบุมาเลยว่าค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์บวกมหรสพการแสดง ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณโครงการ นั่นหมายถึงว่าถ้าตั้งงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายทั้งประชาสัมพันธ์ การจ้างนักแสดงต้องห้ามเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ในมุมหนึ่งผมกราบเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่ดีเป็นการส่งเสริมการแสดงในพื้นที่ แต่ถ้าตราบใด ก็ตามเราต้องการที่จะสร้างอิมเมจ (Image) ของเมืองเหมือนกับที่รัฐบาลไทยพยายามจะเชิญ ลิซาเพื่อมาสร้างอิมเมจ (Image) ของประเทศ ผมคิดว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์คงไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้มันคือความเหลื่อมล้ำเป็นความแตกต่างอย่างมากที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของความเหลื่อมล้ำนั้นพวกเราท้องถิ่นมีความเข้าใจครับ ผมคิดว่าท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่แอบซอร์บ (Absorb) ดูดซับความเหลื่อมล้ำมากที่สุด เทศบาลนครยะลาเรามีวงซิมโฟนีออร์เคสตรา หลายคนเขามาบอกผมว่านายกเขาไม่เคย คิดว่าลูกเขาจะได้ถือไวโอลิน แต่วันนี้ลูกเขาได้ถือไวโอลิน ได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศ ออสเตรียเป็นโซโลอิสต์ (Soloist) ขึ้นมา นี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นได้ลดความเหลื่อมล้ำเทศบาลนคร เชียงรายเปิดโรงเรียนอินเตอร์ (Inter) ให้กับเด็กในพื้นที่ เพราะฉะนั้นถามว่าสิ่งเหล่านี้ ท้องถิ่นเป็นผู้แอบซอร์บ (Absorb) ทั้งสิ้น แต่ขณะเดียวกันในมุมหนึ่งนั้นเราเองเราก็เจอ ปัญหาในเรื่องของรายได้ ผมกราบเรียนท่านประธานสภาว่าวันนี้รายได้ ๒๙ เปอร์เซ็นต์กว่า มานานมาก ถ้าเรามาคิดถึงดัชนีเงินเฟ้อผมคิดว่าเราติดลบในแง่ของเชิงรายได้ที่ผ่านมา ถ้าเรา เอาเงินเฟ้อแต่ละปีมาหัก ผมคิดว่าในเงินที่เป็นเรียลมันนี (Real Money) จริง ๆ เงินที่แท้จริง เราติดลบแน่นอน แต่เราก็พยายามที่จะฟันฝ่าผ่านมันไปให้ได้ แล้วในขณะเดียวกันอยากจะ กราบเรียนว่าในเงินอุดหนุนที่รัฐบาลอุดหนุนนั้นเป็นเงินอุดหนุนที่ให้เราอิสระที่เรียกว่า เงินอุดหนุนตามอำนาจหน้าที่นั้นเพียงประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์เอง แต่เงินที่เหมือนกับเป็น ไปรษณีย์เหมือนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ได้อภิปราย ผมคิดว่าเกือบทั้งหมด เป็นเช่นนี้ แล้วในขณะเดียวกันเทศบาลนคร เทศบาลเมืองที่ต้องไปชี้แจงผ่านสำนัก งบประมาณกลายมาไม่มีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการจัดสรรงบประมาณให้กับพวกเรา ชาวท้องถิ่นเลย สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นปัญหาทั้งสิ้นที่มันไม่ได้ส่งเสริมยุทธศาสตร์ของการ พัฒนาประเทศในระยะยาว ถึงแม้ผู้นำจะมีการตั้งยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี แต่ตราบใดก็ตาม การจัดสรรงบประมาณไม่ได้สอดคล้อง แล้วไม่ได้ส่งเสริมในการเสริมสร้างสมรรถนะของ ท้องถิ่นนั้น ผมคิดว่าก็คงทำไม่ได้ ขณะเดียวกันพอเราพูดเรื่องรายได้ความอิสระในการหา รายได้เราแทบจะทำไม่ได้เลย วันนี้ถึงแม้จะบอกว่าเราสามารถร่วมหุ้นได้ในโครงสร้างพื้นฐาน แต่จะต้องขออนุมัติ เราจะกู้เงินได้หลายท่านพูดถึงเรื่องวินัยการเงินการคลัง ผมอยากจะ กราบเรียนว่าการกู้เงินไม่ได้ง่าย กู้เงินของท้องถิ่นมาจาก ๒ แหล่ง แหล่งที่ ๑ มาจากกองทุน ส่งเสริมกิจการเทศบาล ก็คือมีอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล ซึ่งก็เขียนไว้ ชัดเจนว่าเงินกู้ห้ามเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เท่าของเงินสะสมที่มีอยู่ ในขณะเดียวกัน มีโครงการอะไรบ้างที่ได้กู้ถึงมีสิทธิกู้ แล้วจะต้องมีความสามารถในการชำระเงินเท่าไร การกู้นั้นจะต้องไม่เกินวงเงิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ขณะเดียวกันในการกู้ของ สถาบันการเงินเรากู้ได้เฉพาะของรัฐ จริง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราไม่ต้องกังวลเลย ในกรณีของกู้สถาบันการเงิน เพราะแบงก์เขาไม่ยอมให้เป็นลูกหนี้เสียหรอก ก่อนที่เขาจะให้กู้ เขาประเมินเราดีแล้วว่าความสามารถในการชำระหนี้ของเรานั้นเพียงพอหรือไม่ ขณะเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่สำคัญจะต้องมีการทำโครงการเผยแพร่ต่อสาธารณะ แล้วก็จะต้องเข้าสภาเพื่อขอ อนุมัติแล้วสุดท้ายจะต้องไปผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีวงเงินที่ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นวินัยการเงินการคลังที่เขาเขียนมาบังคับเราทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าวันนี้มันยังมีประเด็นอื่น ผมเชื่อว่าในอนาคตเราก็คงจะต้องมีการทำลักษณะของการกู้เงินที่มีอิมแพกต์ (Impact) ต่อคนทั้งเมืองที่จะต้องเป็นเจ้าหนี้ เป็นลูกหนี้ในการกู้ ในอนาคตอาจจะต้องทำประชามติก็ได้ ในวงเงินต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาของท้องถิ่น ซึ่งผมเองในกรณีของเทศบาลเราก็พยายามทำแอปพลิเคชัน (Application) ที่สามารถ ลงประชามติได้ด้วย อันที่ ๓ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนผมได้ฟังมาโดยตลอดว่าคำว่า ความไม่พร้อม ผมเองอยากจะแบ่งประเด็นเป็น ๒ ประเด็น ความไม่พร้อมของผู้บริหาร ท้องถิ่น ผมกราบเรียนท่านประธานสภาว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เยอะมาก เกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แล้วการศึกษาทั้งหมดก็เป็นคนที่จบ ปริญญาเอกเยอะมากที่เข้ามา บางกระทรวงยังต้องเอานายกเทศมนตรีไปเป็นที่ปรึกษา เพราะมีคุณวุฒิที่ดี เหมือนกับหลายท่านสมาชิกสภาได้อภิปรายว่าบางครั้งยังมีคุณวุฒิ มีความสามารถที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี เราพยายามใช้คนที่มีความสามารถให้คำแนะนำ ประเทศเราก็จะมีความเจริญ วันนี้ท้องถิ่นได้มีการเปลี่ยนไปเยอะมาก ในขณะเดียวกัน สมาคมต่าง ๆ ที่เป็นสมาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น สมาคมสันนิบาตเทศบาล เรามีการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง เรามีการสร้างหลักสูตรใหม่ ๆ ผ่านสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งขึ้นกับรัฐสภาแห่งนี้เป็นคนคอยดูแลให้เราในการจัดอบรมแล้วก็เขียนหลักสูตรที่สอดคล้อง กับยุคสมัย แล้วก็กับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราพยายามให้องค์ความรู้ให้กับผู้นำ ท้องถิ่น วันนี้เราทำมา ๘ รุ่น รุ่นละ ๘๕ คน แล้วเรายังมีการจับมือกับ ปบท. อีก ทำอีก ๒,๐๐๐ เทศบาล สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการในการสร้างความพร้อมให้กับผู้นำท้องถิ่นที่จะ ตอบโจทย์ในยุควันข้างหน้า ในขณะเดียวกันหลายคนบอกว่าประชาชนไม่พร้อม ผมคิดว่า ตัวอย่างที่ชี้วัดได้อย่างดีการเลือกตั้งที่สอบตก ถ้าประชาชนไม่พร้อมผมคิดว่าเขาลงโทษคน ไม่ถูกหรอก วันนี้สิ่งที่ชัดเจนหลายคนที่เป็นนายกไม่เคยคิดว่าจะสอบตกอยู่มา ๒๐ กว่าปี ก็สอบตก หลายคนที่เขาไม่มีความเคลือบแคลงเขาไม่มั่นใจเขาไม่เลือก เพราะฉะนั้นวันนี้ ประชาชนได้เปลี่ยนแล้ว แล้วถ้าเรามาดูในโลกของออนไลน์ (Online) วันนี้ประชาชนคนไทย มีแอกเคานต์ไลน์ (Account Line) ประมาณ ๕๐ กว่าล้านคน นั่นหมายถึงว่าประชาชนเกือบ ๕๐ ล้านคน เล่นไลน์ (LINE) อยู่ คืออยู่ในโลกโซเชียล (Social) ซึ่งก็ต้องขอบคุณรัฐบาล บางครั้งก็เติมเงินผ่านแอป (App) ต่าง ๆ มันก็สอนให้คนรู้จักดิจิทัล (Digital) ซึ่งมันเป็นการ นำมาสู่การรับข้อมูลข่าวสารที่กว้างขวางขึ้น ในขณะเดียวกันข้อมูลที่กว้างขวางขึ้นนั้นทำให้ ประชาชนเกิดการเปรียบเทียบกันโดยตลอดเวลา ท้องถิ่นหนึ่งทำ ท้องถิ่นหนึ่งไม่ทำอยู่ไม่ได้ อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ของประชาชน แล้วเขาคิดว่าวันนี้เขาควรที่จะเป็นสิทธิที่เขาได้ แล้วไม่ทำ เขาก็รอเวลาลงโทษเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้มันกำลังบอกว่าประชาชนเองก็มีความพร้อม ท่านสมาชิกหลายท่านได้ที่อภิปรายว่าวันนี้ประชาชนเขารับเงิน มาพูดไม่พร้อมว่าอาจจะมี การซื้อสิทธิเลือกตั้ง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งก็บอกว่าวันนี้หลายคนที่เขารับเงินแต่เขา ไม่เลือกก็เยอะมาก ซึ่งเราก็ต้องยอมรับเราไม่มีการส่งเสริมให้มีการทุจริตในการเลือกตั้ง แต่ผมคิดว่าการลงโทษโดยประชาชนนั้นมันจะเป็นกระบวนการลงโทษที่รุนแรงที่สุดยิ่งกว่า กฎหมาย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับท้องถิ่น ในขณะเดียวกันเราต้องยอมรับว่าความเป็นผู้นำ ท้องถิ่นนั้นที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานสภาในช่วงเช้าว่ามันมี ๒ ประเด็น ความรับผิดชอบ อันที่ ๑ คือความรับผิดชอบทางการเมือง อันที่ ๒ คือความรับผิดของแผ่นดินเกิดตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อไรทำไม่ดีผมคิดว่าไม่มีที่ยืนให้กับผู้นำคนนั้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าท้ายที่สุดผมเองก็อยากจะกราบเรียนว่าทุกพื้นที่ในประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น เพียงแต่จะอยู่ในรูปแบบไหน โอกาสและปัญหาก็เกิดขึ้น ในท้องถิ่นทั้งสิ้น หลายอย่างโอกาสที่เกิดขึ้นก็อยู่ในท้องถิ่น ปัญหาตั้งแต่มลภาวะ ปัญหาต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นจากท้องถิ่น ถ้าเมื่อไรก็ตามเราสามารถสร้างท้องถิ่นเราให้มีอำนาจ มีหน้าที่ มีความเป็น อิสระในการคิด แล้วก็มีความเข้มแข็ง ผมคิดว่าจะช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แล้วก็สิ่ง ที่สำคัญจะมีความยั่งยืนแน่นอน ตราบใดก็ตามถ้าท้องถิ่นเองมีความเข้มแข็งสร้างประชาชน ให้มั่งคั่ง ท่านลองคิดดูว่ามันเหมือนจิกซอว์ (Jigsaw) แต่ละจิกซอว์ (Jigsaw) ที่มาต่อกัน ผมคิดว่า รัฐบาลเองจะกลายมาเป็นการลดภาระของรัฐบาลกลาง จะเป็นการลดภาระของรัฐบาลกลาง ในการที่จะมาบอกว่าต้องหาเงินมาให้กับท้องถิ่น ถ้าเมื่อไรท้องถิ่นมีความเข้มแข็งผมเชื่อว่า ท้องถิ่นอาจจะไม่ต้องขอพึ่งเงินอุดหนุน แล้วอาจสามารถที่จะหารายได้เองได้ แล้วเรา สามารถที่จะเอาเงินที่ส่วนเหลือที่ท้องถิ่นไม่ขอรับนั้นเข้าไปจุนเจือในสังคมที่อ่อนแอกว่า ในกลุ่มที่อ่อนแอกว่า ซึ่งมันก็เป็นไปตามคำปณิธานที่ว่าพวกเราชาวท้องถิ่นไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ