จุลพันธ์ สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญกระจายอำนาจ แต่กังวลผลกระทบการปกครองท้องถิ่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจและลดความเหลื่อมล้ำ แต่แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาข้อยุติเพื่อคลายความหวั่นไหวและปิดช่องโหว่ในกระบวนการ พร้อมย้ำว่าการพิจารณาร่างดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน และหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญต่อไป

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยภาคประชาชน มีพี่น้องประชาชนเข้าชื่อกัน ๗๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ พรรคเพื่อไทยเองได้มีการประชุมหารือกันในรายละเอียด ประเด็นแรกเลยในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญวันนี้เรากำลังพูดคุยกันในวาระหนึ่ง คือการรับ หลักการของตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นของการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจากการ พูดคุยในพรรคเองนั้นพวกเราให้ความเห็นชอบในหลาย ๆ ประเด็น ประเด็นแรกเลย เราสนับสนุนในเรื่องของการกระจายอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำแล้วก็สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคม ๒. ในหลายปีที่ผ่านมาเมื่อมี ร่างกฎหมายที่มาจากภาคประชาชนนั้นเรารับไว้ด้วยความเต็มใจ เพราะว่าการเข้าชื่อกันของ พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะจำนวนเท่าไรก็ตาม นั่นคือความพยายามอันใหญ่หลวง แล้วก็มี อุปสรรคมากมาย เมื่อเข้าชื่อกันเพื่อที่จะส่งกฎหมายเข้าสู่สภาตามกลไกของรัฐธรรมนูญ พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่มีเหตุให้ปฏิเสธ เมื่อเข้ามาแล้วก็มาพูดคุยกัน ไปแก้ไขกันในชั้นของกรรมาธิการ แล้วก็มาว่ากันในวาระสามว่าเราจะรับหรือไม่รับ นั่นคือ เป็นหลักการการทำกฎหมาย แล้วก็เป็นสิ่งซึ่งพรรคเพื่อไทยเราให้ความเห็นชอบมาโดยตลอด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีส่วนแตกต่าง แต่อย่างไรก็ตามในเนื้อหาสาระต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในหลักการท่านแก้ไขในหมวดซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าในเนื้อหาสาระ ในตัวกฎหมายเองยังมีประเด็นซึ่งเป็นข้อถกเถียงมากมาย ผมอาจจะลงรายละเอียดไม่มาก เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกได้พูดคุยไปในหลายประเด็น แน่นอนเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการเปลี่ยนกฎหมายซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ สิ่งที่มันเกิดตามมาแน่นอนก็คือ ความกลัว ความระแวง บางคนระแวงกับชื่อของผู้เสนอ อันนี้เป็นเรื่องปกติแล้วก็รับได้ครับ ก็แก้ไขกันไป แต่บางคนนี่กลัวในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงจริง ๆ อันนี้ต้องยอมรับ ท่านอาจจะมาชี้แจงตั้งแต่ช่วงเช้าอาจารย์ปิยบุตรก็ชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็มีการตอบ คำถามบอกว่า ส่วนที่ท่านเป็นห่วงกันในเรื่องของชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ตาม ในเรื่องของ ส่วนราชการการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตาม ไม่ต้องห่วงไม่มีปัญหายังอยู่แล้วก็สามารถดำเนิน ต่อไปได้ แต่ในความรู้สึกของคนที่เขาอยู่ในองค์กรนั้น ๆ เขาอยู่ด้วยความกลัวว่าอนาคตของเขา ทิศทางเป็นอย่างไร จะบอกว่าถ่ายโอนไปท้องถิ่นแล้วในสุดท้ายแล้วสุดทางแล้วแคเรียพาท (Career path) หรือว่าอาชีพของเขาที่เขาเดินอยู่มันจะก้าวไปถึงจุดสุดท้ายเขามองภาพไม่ออก อันนี้มันเป็นสิ่งซึ่งเราจะต้องมาทำร่วมกัน ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ ในวาระหนึ่งจากรัฐสภาเราก็ต้องไปถกกันในชั้นของกรรมาธิการเพื่อที่จะหาหนทางแก้ไขและ ให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนในทุก ๆ กลุ่ม เพื่อที่เขาจะได้มีความสบายใจว่าสุดท้ายแล้ว เราจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยที่เขาจะเดินไปกับเราได้อย่างไร เพราะเขาก็เป็น ประชาชนคนไทยคนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าแม้แต่ผมเอง ก็ยังเกิดข้อสงสัย เพราะอะไร ท่านอาจจะบอกว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ตาม แต่เรารู้ทุกการ เปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นมาแล้วมันเกิดพลวัตรที่มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องเป็น โดมิโน (Domino) ต่อไป มันไม่มีทางหรอกที่มันจะยังคงเดิมได้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วเราก็ ต้องมาหาหนทางที่จะมาเยียวยา ที่จะมาแก้ไข ที่จะมาปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ในส่วนของการแก้ รัฐธรรมนูญนั้นผมอยากจะฝากทางผู้เข้าชื่อเสนอร่าง รวมถึงทางเพื่อนสมาชิกที่จะเป็น กรรมาธิการ ถ้ามีได้นะครับ ประเด็นสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เราพูดกันมาก ในวันนี้ ปรากฏว่าประเด็นแห่งการถกเถียงมันเลี้ยวไปอยู่ที่ในประเด็นของการที่จะปรับ โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ประเภทต่าง ๆ คือเราเปลี่ยน เราไปพูดกัน ถึงทูลส์ (Tools) ถึงเครื่องมือ แต่ต้องคิดอยู่ในใจเสมอเลยว่าวัตถุประสงค์แห่งการแก้รัฐธรรมนูญมันไม่ใช่เรื่องของว่า เราต้องการกระจายอำนาจโดยเห็นรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างไร แต่ให้คิดถึงเป้าหมายเป็นหลัก เป้าหมายแน่นอนครับ ก็มีการพูดถึงกันบ้างนะครับในช่วงเช้า หลาย ๆ ครั้ง บางครั้ง ก็คือเรื่องของการที่เราต้องการจะลดความเหลื่อมล้ำ เราต้องการที่จะ สร้างความเจริญให้มันกระจายตัวออกไปยังทุก ๆ ชนบท ทุก ๆ ชุมชนให้มันเกิดขึ้นจริง ซึ่งปัญหาตรงนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าแม้แต่ท้องถิ่นในปัจจุบันหรืออะไรก็ตาม หรือโครงสร้างใหม่ก็ตามก็ยังไม่การันตี (Guarantee) ไม่สามารถที่จะยืนยันได้ว่าการแก้ไข ปัญหาเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นจริง เป็นต้นว่าเรื่องของงบประมาณก็ตาม ท่านก็บอกว่าภายใน ๔ ปี ๕ ปี เราจะมีการปรับโครงสร้างงบประมาณอย่างใหญ่เลย จะมีการถ่ายโอนงบประมาณ ไปสู่ส่วนท้องถิ่นถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะยืนยันได้อย่างไรว่ามันจะไม่เหมือนกับปัจจุบัน ซึ่งเป็นการถ่ายโอนภารกิจไป แล้วก็ผ่านเงินไปให้เขาโดยที่ท้องถิ่นเป็นเพียงแค่นักบัญชี คือรับเงินมาแล้วก็จ่ายไป โดยที่ไม่มีกระบวนการในการบริหารจัดการงบประมาณเอง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขที่ดูเยอะ เราต้องมานั่งคิดกันว่าสุดท้ายแล้วเราจะกระจาย ความเจริญเหล่านี้ไปยังท้องถิ่นเล็ก ๆ ในชนบทได้อย่างไร เขาอยู่ปลายไร่ ตีนดอย เราจะ กระจายเงินเหล่านี้ไปให้เขาเพียงพอที่เขาจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร นี่คือประเด็นสำคัญ เพราะอะไรครับ ท้องถิ่นขนาดใหญ่ กทม. เอง พัทยาเอง หรือว่าเทศบาลที่อยู่ในเขตปริมณฑล งบประมาณมหาศาล แน่นอน เขาเป็นคนเก็บภาษีที่ได้รายได้จำนวนมากเข้ารัฐ เขาก็รู้สึกว่านั่นเป็นสิทธิของเขาเองที่เขา จะต้องได้รับการบริหารจัดการเงินงบประมาณนั้น ในขณะที่ท้องถิ่นที่มันอยู่ห่างไกล ท่านอาจจะบอกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากการจัดเก็บไม่เพียงพอที่จะทำ อะไรเลย อันนี้เราก็ทราบความจริงกันดี แล้วเราจะแก้ไขปัญหาโครงสร้างในการกระจาย รายได้ของท้องถิ่นเพื่อให้มันถึงมือ ให้มันกระจายได้อย่างมีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ กับทุกคนอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร อันนี้เป็นประเด็นซึ่งจะต้องมาถกเถียงถกแถลงกันต่อ ในรายละเอียด

ประเด็นสุดท้าย เรื่องของกรอบเวลา หลายคนนี้ก็เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของ กรอบเวลา ทำไมเอาเข้ามาในช่วงนี้ ผมเข้าใจมันเป็นเรื่องของกระบวนการเข้าชื่อเสนอ กฎหมายใช้เวลา เข้าสภาท่านประธานบรรจุระเบียบวาระก็ไม่ใช่ความผิดพลาด เพราะว่า มันเป็นไปตามขั้นตอนของการตรวจสอบรายชื่อ อันนี้เราอยู่สภามานานจนกระทั่งเรารู้แล้ว ว่าขั้นตอนต่าง ๆ มันมีระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้ แต่สิ่งสำคัญไม่ต้องห่วง ถ้าเกิดว่าเราให้ ความเห็นชอบต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระบวนการของสภามันไม่มีที่สิ้นสุด วันนี้ มีสภาชุดนี้ ถึงแม้ว่าอายุของสภาในชุดปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเคารพเราจะ เหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ สภาชุดใหม่ เริ่มต้นมามีการเลือกนายกรัฐมนตรี กลไกของรัฐธรรมนูญเองก็กำหนดว่าตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการเลือกตั้งคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็มีสิทธิในการที่จะเลือกเอากฎหมาย ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยมาว่าเราจะยืนยันหรือไม่ ถ้ายืนยันก็เดินหน้าต่อก็ตั้งกรรมาธิการเข้าไปเสริมเราก็แก้ไขกันต่อไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยัน ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เรายืนยันว่าเราจะเดินหน้าเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็น ของการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างเป็นธรรมอย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ