เทียบจุฑา สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ชูกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เทียบจุฑา ขาวขำ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอิสระในการบริหารและจัดบริการสาธารณะ พร้อมทั้งวิพากษ์ปัญหางบประมาณไม่เป็นธรรม การถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ชัดเจน และการแทรกแซงการบริหารงานบุคคลจากส่วนกลางที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริการท้องถิ่น

นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสาระสำคัญ ในเรื่องของการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย แล้วก็ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ถูกยกเลิกไป ต่อมา ก็มีการตรากฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็มีสาระ และหลักการที่สำคัญที่ตราไว้ ก็คือหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชน ในท้องถิ่น โดยบัญญัติให้รัฐต้องให้ความเป็นอิสระ รัฐต้องให้ความเป็นอิสระแก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลัก ในการจัดทำบริการสาธารณะให้กับประชาชน แล้วก็มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการ แก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองอย่างมีอิสระ ในการกำหนดนโยบายในการบริหารหรือบริการ สาธารณะ แม้กระทั่งงานบริหารงานบุคคล หรืองานการคลัง การเงิน เป็นต้น แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนี้ไม่ได้บัญญัติไว้ แล้วก็มีปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือการรวบอำนาจไว้ ในส่วนกลาง ไม่กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมายก็ตาม เช่น การออกคำสั่งของ คสช. ที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการจัดการกระจายอำนาจหรือการบริการ สาธารณะให้กับประชาชนให้สะดวกสบายขึ้น ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่น ปัญหาด้านงบประมาณ จะสะท้อนความจริงว่าในกฎหมายได้จัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ ๓๕ ปัจจุบันนี้จริง ๆ แล้วแค่ประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ แต่หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สามารถนำงบประมาณนี้ไปใช้จริง ๆ ได้ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะส่วนมากจะเป็นงบ ที่แอบแฝงจากส่วนกลาง เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ หรือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มารวมมาแอบแฝง ไว้ในยอดจัดสรรของงบประมาณของท้องถิ่นเพื่อให้ตัวเลขมันสูงขึ้น และในงบตัวนี้ในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถที่จะมานำมาแก้ปัญหาในความเดือดร้อนของประชาชน ดังกล่าวได้ และอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเกิดความไม่เท่าเทียมกัน หรือเกิดความเหลื่อมล้ำ เช่น การจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หรืองบถ่ายโอนตามภารกิจต่าง ๆ เช่น การถ่ายโอนภารกิจเรื่องถนน ดิฉันจะยกตัวอย่าง หลาย ๆ จังหวัดที่ดิฉันได้เห็นหนังสืองบประมาณเล่มขาวคาดแดง จะเห็นว่าการจัดสรร งบประมาณถ่ายโอนถนนให้ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กหรือจำนวน ประชากรมากน้อยขนาดไหนก็ตามให้จำนวนเท่ากันหมดเลย แต่ละเส้นไม่เกินเส้นละ ๑๐ ล้านบาท จังหวัดละ ๓ เส้นทาง หรือ ๔ เส้นทาง อย่างนี้ดิฉันคิดว่ามันไม่แก้ปัญหา ไม่ตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัด ขณะเดียวกันการดูแลปัญหาประชาชน เรื่องการถ่ายโอนแหล่งน้ำก็ดี และปัจจุบันนี้เร็ว ๆ นี้ก็เรื่องถ่ายโอนของ รพ.สต. ซึ่งไม่มีความ ชัดเจนหลาย ๆ เรื่องในเรื่องด้านงบประมาณที่จะบริหารจัดการของ รพ.สต. ที่จะถ่ายโอน ขึ้นมานี้ก็ไม่ชัดเจนว่า รพ.สต. ขนาดมีเป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก จะได้ งบประมาณเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนเท่าไร อย่างไร ก็ยังไม่ชัดเจน ดิฉันได้ยกตัวอย่าง เรื่องงบประมาณไปแล้ว ยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งก็คือด้านการเขียนกฎหมายซ้ำซ้อนกัน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดิฉัน จะยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ซ้ำซ้อนกับงานพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ บางครั้งอาจท้องถิ่นและก็ไม่กล้า เพราะว่าในด้านกฎหมายไม่ชัดเจน พอไม่ชัดเจน แต่ปฏิบัติไปเกิด สตง. มาตรวจสอบก็จะเกิดปัญหาขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่ คสช. ได้เขียนไว้ในเรื่องกระจายอำนาจ แต่ไม่กระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น คือในเรื่อง ของการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ปัจจุบันนี้มีปัญหามากมาย ซึ่งแต่เดิมนั้นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้จัดการบริหารขององค์กรด้วยตนเอง แต่เมื่อประกาศ คสช. ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ ให้มีการคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นโดยส่วนกลาง โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งท่านคงจะคิดว่าไม่ไว้ใจท้องถิ่น จะกล่าวหาท้องถิ่นว่ามีการทุจริต แต่เมื่อให้ส่วนกลาง มาดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้มาคัดเลือกเอง ท่านคงจะได้เห็นตามข่าว เกิดการร้องเรียนการทุจริตเกิดขึ้น เขาเรียกว่าเกิดปัญหากบกระโดด คือการร้องเรียน ฟ้องศาลปกครองให้องค์กรปกครองท้องถิ่น เรื่องการสอบจะให้ทำใหม่ จะเห็นว่า ถ้าส่วนกลางทำบุคลากรที่ได้มาก็คงจะได้บุคลากรที่ไม่ตรงตามท้องถิ่นเท่าไรนัก เจ้าหน้าที่ ที่มาทำงานก็ไม่เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีเท่าไร ไม่ตอบสนองความต้องการของพี่น้อง ประชาชน นี่คือปัญหาหลัก ๆ ที่ดิฉันยกตัวอย่างว่ามันควรจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ตามภารกิจ ตามหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ตามระบอบประชาธิปไตย ดิฉันก็ขอสนับสนุน การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป ขอบคุณค่ะ