นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะบทบัญญัติในหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย และขอให้ประชาชนเปิดใจและรับร่างนี้เพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับคณะ และประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งจำนวน ๗๖,๕๙๑ คน เห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บทบัญญัติในหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่นมีเนื้อหาสาระอันเป็นอุปสรรคต่อการ กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น หลายท่านได้อภิปรายในข้อกฎหมายบทบัญญัติไปแล้ว การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขย่อมทำให้ประชาชน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่น เราต้องยอมรับว่าไม่มีใครคนใดคนหนึ่งมีความรู้ความสามารถรู้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะ การปกครองโดยการรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่รัฐส่วนกลาง เราได้พิสูจน์กันแล้วไม่ใช่หรือว่า การบริหารแบบนี้ทำให้บ้านเมืองมันล้าหลัง ประชาชนท้องถิ่นต่าง ๆ เกิดความเหลื่อมล้ำ ยากจน ถนนหนทางเองก็ตาม ถนนไม่ดี น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง เราทราบกันแล้วเราจึงจำเป็น จะต้องให้อำนาจท้องถิ่นเขามีอำนาจกระจายอำนาจให้เขา กระจายรายได้ต่าง ๆ ให้เพียงพอ เพื่อให้การบริหารท้องถิ่นมีความเจริญเทียบเท่ากับเมืองใหญ่ ๆ กระผมเลยคิดว่าถ้าการ บริหารมีประสิทธิภาพโดยการบริหารโดยรัฐรวมศูนย์คงไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในเรื่องการปลดล็อกท้องถิ่นหรอกครับ ฉะนั้นการปลดล็อกท้องถิ่นนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นการให้ อำนาจท้องถิ่นโดยท้องถิ่นปกครองตัวเอง มันไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราต้องการกระจายอำนาจ ในส่วนที่ท้องถิ่นเขาจะต้องใช้อำนาจในการบริหารในท้องถิ่นของเขา เราต้องการกระจาย รายได้ให้ท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอในการพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ท้องถิ่นเขา ดูแล เพราะอย่าลืมว่าคนที่อยู่ในท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่นเขาย่อมรู้ปัญหาต่าง ๆ มากกว่า ส่วนกลาง ไม่มีส่วนกลางคนไหนหรอกจะรู้ปัญหาเท่ากับท้องถิ่น เราเป็นประชาธิปไตย เรามีการเลือกตั้ง ส.ส. ขึ้นมา เพราะเราคิดว่า ส.ส. อยู่ในพื้นที่ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปตัดสิทธิ ส.ส. ในการที่จะพัฒนาท้องถิ่น ตัดสิทธิงบประมาณต่าง ๆ แต่เอางบประมาณมาอยู่ที่ ศูนย์กลางที่เขาเรียกว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นรัฐรวมศูนย์ เป็นอำนาจรัฐซึ่งอำนาจรัฐนี้ มาจากการยึดอำนาจสืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้ การที่จะให้อำนาจท้องถิ่น ผมถามท่าน กลัวอะไร กลัวอำนาจท่านไม่มี กลัวผลประโยชน์ที่ท่านจะต้องเสียหรือ ถ้าเราคิดว่าท้องถิ่น เป็นประเทศไทย เราควรจะพัฒนาส่วนที่มันไม่พัฒนาใช่ไหม ตรงไหนที่พัฒนาแล้วเราจำเป็น จะต้องโหมงบประมาณไปกองกันตรงนั้นหรือ อย่าลืมว่าประเทศไทยทุกอณูประเทศ ทุกตารางนิ้วเป็นของคนไทยเป็นประเทศไทย ถ้าเราคิดอย่างนี้ท้องถิ่นเป็นของพวกเราทุกคน ผมเชื่อว่าผู้มีอำนาจทั้งหลายย่อมจะเห็นความสำคัญในการกระจายอำนาจ เพราะอย่าลืมว่า ท้องถิ่นเขามีความรู้ความสามารถ ถึงเขาจะไม่ได้มาเป็น ส.ส. เขาไม่ได้มาเป็นรัฐมนตรี เขาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ความรู้ความสามารถเขาอาจจะมากกว่าพวกเราก็ได้ อาจจะ มากกว่ารัฐมนตรีก็ได้ ฉะนั้นอย่าไปกลัวการกระจายอำนาจ ผมคิดว่าการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่นเป็นการพัฒนาท้องถิ่นที่รวดเร็วทันใจ ประหยัดงบประมาณ และมีประสิทธิภาพ มากที่สุด การที่เรามานั่งฟังผู้เสนอเราต้องเปิดใจ อย่าทำใจบอด อย่าทำตาบอด ถ้าเราทำใจบอดเราไม่สามารถฟังได้ยินหรอก เปิดใจกว้าง ๆ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความหวังดี ต่อชาติบ้านเมืองทั้งนั้น หลายท่านผมขอชื่นชม มีความเสียสละ หลายท่านมีความรู้ เราอย่าทำให้คนที่มีความรู้ความเสียสละเหล่านี้ต้องไม่ได้รับการเสนอให้เป็นคนที่มีส่วนร่วม ในการพัฒนา อย่าไปตัดสินคนเหล่านี้ ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถที่อยากจะช่วย พัฒนาประเทศเราควรจะส่งเสริมไม่ใช่หรือครับ ผมก็เลยคิดว่าการเสนอร่างนี้ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าในรายละเอียดต่าง ๆ ที่ท่านไม่เห็นด้วยสามารถไปแก้กันได้ในวาระสอง แต่ถ้าท่าน บอกว่าไม่ดี ๆ อะไรก็ไม่ดีสักอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าท่านมีอคติแล้ว ฉะนั้นเรามองดี ๆ ถ้ามองใจ เป็นกลาง ผมก็ไม่ใช่เป็นลูกพรรคของคนเหล่านี้ แต่ผมคิดว่าการที่จะพัฒนาประเทศได้ เราทุกคนต้องช่วยกันระดมความคิดเห็น เอาความรู้ความสามารถของทุก ๆ คนออกมา เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งทางด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม เพราะในท้องถิ่นเขามีดีอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้มันดียิ่งขึ้น งบประมาณลงไปถึงและมีการ พัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่าลืมว่าส่วนกลางไม่สามารถรู้ทุกเรื่อง ผมก็เลยคิดว่าให้เราเปิดใจ รับร่างนี้เถอะครับ แล้วไปว่ากันในวาระสอง ผมขอสนับสนุน แล้วก็ขอขอบคุณทุกท่านที่มา เสนอในสภาในวันนี้ ขอบคุณมากครับ