เลิศศักดิ์ สนับสนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญ ชูกระจายอำนาจ-ถ่ายโอนภารกิจสู่ท้องถิ่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารท้องถิ่นทุกประเภทมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และเสนอให้ถ่ายโอนภารกิจจากราชการส่วนภูมิภาคไปยัง อบต. อย่างเป็นระบบ มีกรอบเวลาชัดเจนภายใน 240 วันหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ รวมถึงสนับสนุนการปฏิรูประบบราชการให้เหลือเพียงส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น โดยให้คงสถาบันกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านไว้ตามบริบทของชุมชนไทย และเสนอให้ทดลองนำร่องในบางพื้นที่ก่อนขยายผลทั่วประเทศ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ที่ประชาชนกว่า ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ได้ร่วมกันนำเสนอต่อสภาแห่งนี้ โดยมีเหตุผลประกอบ ดังต่อไปนี้ครับ

ประการแรก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ ปี ๒๕๖๐ มีเนื้อหา สาระในบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวด ๑๔ การปกครองท้องถิ่น มาตรา ๒๕๒ ที่ผม มองว่ายังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไข บทบัญญัติใน มาตรา ๒๕๒ ที่บอกว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจาก การเลือกตั้ง หรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น หรือในกรณีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะมาโดยวิธีอื่นใดก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติ เนื้อหาสาระในบทบัญญัติมาตรานี้ผมถือว่าเป็นเศษซากของอำนาจ จากการทำรัฐประหาร ได้เวลาที่ต้องแก้ไข วันนี้เราต้องให้ความไว้วางใจพี่น้องประชาชน อย่าคิดแทนประชาชน ไม่ต้องกังวลแทนประชาชน เขาเลือกผู้บริหารท้องถิ่นของเขา ถ้าทำไม่ดี ๔ ปีก็เลือกใหม่ เปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นมันมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขมาตรานี้ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นในทุกรูปแบบต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชนครับ

ประการต่อมา ผมมีความมั่นใจว่าเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมไทยได้เป็นอย่างดีก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้นับวันความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยจะยิ่งขยายกว้างมากยิ่งขึ้น การกระจายอำนาจ สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบการเพิ่มให้พี่น้องประชาชนให้มีรายได้สูงขึ้น ให้พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะรวยหรือจน ไม่ว่าจะอยู่ในชนบทหรืออยู่ในเขตเมือง ให้เขาได้ เข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกัน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นสิ่งที่น่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างดีที่สุด ปัจจุบันนี้ภารกิจบางอย่าง ที่ถูกกำหนดไว้ให้เป็นภารกิจของราชการส่วนภูมิภาค หรือถูกกำหนดไว้เป็นภารกิจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ พี่น้องที่อยู่ในเขตชนบท อยู่ในเขต อบต. เขาไม่สามารถ เข้าถึงบริการสาธารณะจากภารกิจเหล่านี้ได้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มองเห็นง่ายมาก เช่น การใช้บริการเรื่องของทะเบียนราษฎร์ การใช้บริการในส่วนของการทำใบขับขี่ การต่ออายุ ในเรื่องของการขนส่ง เหล่านี้ที่พี่น้องที่อยู่ในชนบทจะต้องใช้เวลาในการเดินทางไปใช้บริการ ในสำนักงานขนส่งจังหวัดที่มีอยู่แห่งเดียวทั้งจังหวัดในบางจังหวัด หรือแม้กระทั่งการไปทำ บัตรประชาชน การทำแจ้งบัตรประชาชนหาย ทำบัตรประชาชนใหม่ เหล่านี้ต้องไปที่ราชการ ส่วนภูมิภาคก็คืออำเภอ หรือไม่ก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ แต่จะให้ง่าย กว่านั้นดีไหม ถ้าเขาไปใช้บริการที่องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้บ้านเขาได้ อย่างนี้ก็ทำให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทเขาสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะเหล่านี้ได้ ที่ผมกำลังจะพูด หมายความว่าผมให้การสนับสนุนในร่างฉบับนี้ที่บอกว่าการถ่ายโอนภารกิจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นจะถูกกำหนดไว้ว่ากรอบระยะเวลาในการถ่ายโอน โดยกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บอกว่า ภายหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้จะต้องมีการออกกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน ๒๔๐ วัน ดังนั้นถ้าถึงกำหนด ระยะเวลาแล้วภารกิจไม่ถูกถ่ายโอนก็ต้องถ่ายโอนโดยอัตโนมัติอย่างนี้ผมคิดว่าสมควร อย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุน

ประการสุดท้ายเป็นประการที่ ๓ ต้องยอมรับว่าบัดนี้ใกล้ถึงเวลาที่เราจะต้อง มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญแล้ว ที่ผมกำลังจะบอกหมายความว่าเรื่องของการปฏิรูป ระบบราชการไทย ปัจจุบันนี้มีระบบราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคและราชการ ส่วนท้องถิ่นที่เห็นได้ชัดว่ามีการซ้ำซ้อนในส่วนของภารกิจหน้าที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความล่าช้าในการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางลงสู่พี่น้องประชาชน แถมหนำซ้ำ ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมเห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ที่บอกว่ารูปแบบ การปกครอง รูปแบบของราชการที่จะมี ๒ รูปแบบ คือส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ผมได้ศึกษา ดูรูปแบบระบบราชการของประเทศญี่ปุ่นเขากำหนดให้มีระบบส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ใกล้เคียงกับร่างฉบับนี้ ระบบส่วนท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นเขามีการจัดแบ่งไว้เป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนของท้องถิ่นในรูปแบบของจังหวัด อันที่ ๒ เป็นรูปแบบของเทศบาล และ อันที่ ๓ เป็นรูปแบบพิเศษ ผู้บริหารท้องถิ่นก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ในรูปแบบจังหวัด อาจจะเป็นนายกจังหวัดที่ท่านว่า หรือเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งก็แล้วแต่ จะไปกำหนดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนในรูปแบบอื่น ๆ ก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเป็นปกติ แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมยังอยากจะให้คงไว้ก็คือในส่วนของสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ยังมีความจำเป็นต่อบริบท ของสังคมไทยอยู่ ส่วนนี้ยังจำเป็นที่จะต้องคงไว้และที่ผมอาจจะไม่เห็นด้วยโดยตรงกับ ร่างฉบับนี้ก็คือในส่วนของการกำหนดว่าภายใน ๒ ปีนับจากประกาศใช้จะต้องมีการกำหนด แผนการยกเลิกระบบราชการส่วนภูมิภาคและต้องมีการทำประชามติในการยกเลิกราชการ ส่วนภูมิภาคนั้น ผมยังไม่เห็นด้วยในทันที เพราะเหตุว่าอยากให้มีการนำร่องในการจัดทำการ ปฏิรูประบบราชการไว้ภูมิภาคละ ๑ จังหวัดก่อน เพื่อดูเหตุและผลของการจัดสรร ความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลางและราชการส่วนท้องถิ่นให้มีความชัดเจน และไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้มีการดำเนินการกำหนดปฏิรูประบบราชการแบบนี้ให้เป็น ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคภายหลังที่ได้เห็นผลการศึกษา หรือการดำเนินการ อย่างแท้จริงในบางจังหวัดที่นำร่องไปแล้วอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน ในส่วนของร่างฉบับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ