จัตุรงค์ เสริมสุข ตั้งข้อสังเกตความคลาดเคลื่อนในการเสนอรายชื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงต่อสังคม เน้นคัดค้านการแก้ไขที่เกี่ยวกับอำนาจท้องถิ่น โดยยืนยันว่าท้องถิ่นมีอำนาจครบถ้วนแล้ว และการอ้างว่าถูกครอบงำจากส่วนกลางเป็นการนำเสนอที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังชี้ประเด็นการรับฟังความคิดเห็นที่ขาดความโปร่งใส รวมถึงการแจกเอกสารที่อ้างว่ามีการเผยแพร่แต่จริง ๆ แล้วสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้รับ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง
ขอบพระคุณท่านประธานครับ จัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนในสิ่งที่ได้มีการอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับการร่างแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับคณะ ได้มีการนำเสนอเข้ามาในสภา แห่งนี้ สิ่งที่ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเสนอการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการกล่าวอ้างถึง ว่ามีการลงลายมือชื่อของประชาชนจำนวน ๘๐,๐๐๐ กว่าราย จากตัวหนังสือที่ส่งมานี้ ส่งให้กับทางท่านประธานรัฐสภาคือจำนวน ๘๐,๗๗๒ ท่าน ที่ลงลายมือชื่อไว้ แต่ปรากฏว่า ภายหลังจากที่มีการตรวจสอบลายมือชื่อของผู้ที่มีการกล่าวอ้างว่าได้ร่วมกันเสนอเพื่อขอ แก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น กลับพบว่ามีลายมือชื่อที่ถูกต้องเพียงจำนวน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น หายไป ๔,๑๘๑ คน ตรงนี้อาจจะเกิดจากการผิดพลาดใด ๆ ก็แล้วแต่ แต่เป็น ข้อสงสัยที่สังคมควรต้องรับทราบ สำหรับการกล่าวอ้างที่จะทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น ภายหลังจากนั้นก็ไม่พบว่าได้มีการชี้แจง ความผิดพลาดใด ๆ ต่อสังคมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่กล่าวอ้างว่า ๘๐,๐๐๐ กว่าท่าน แต่กลายเป็นเหลือ ๗๐,๐๐๐ กว่าท่าน หายไป ๔,๑๘๑ ท่าน
ประการที่ ๒ สิ่งที่ผมจะนำกราบเรียนท่านประธานและ ณ ที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือว่าการขอแก้ไขหลักสำคัญของผู้ที่นำเสนอการแก้ไขคือคุณธนาธร คุณปิยบุตร และคณะ ในเรื่องการแก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่ของการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านได้สร้างภาพง่าย ๆ ให้กับประชาชนได้รับรู้ รับเห็น รับฟัง สามารถจับต้องได้ก็คือว่าการปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกวันนี้เป็นประหนึ่งว่าถูกครอบงำโดยราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนกลางก็คือนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม อธิบดีกรม หรือปลัดกระทรวง ทั้งหลาย นอกจากนี้ยังถูกครอบงำโดยผู้ว่าการจังหวัดและนายอำเภอ แน่นอนเลยครับ ถ้าสิ่งที่มีการอธิบายออกมาลักษณะเช่นนี้ ทุกคนที่ได้ฟังย่อมมีความรู้สึก ไม่เห็นด้วยและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นการที่ได้มีการขอแก้ไขโดยใช้ถ้อยคำในลักษณะ ที่ว่าท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะต้องมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการ งบประมาณการเงินของตนเอง การบริหารงานบุคคลของตนเอง ให้มีอำนาจหน้าที่ของ ตนเองนั้นฟังดูดีครับ ถ้าตั้งคำถามเช่นนี้ออกไป โปรยใบปลิวออกไป ลงโซเชียล (Social) ไปให้ประชาชนได้รับรู้รับฟัง ทุกคนเห็นด้วยทั้งนั้น ผมเองก็เห็นด้วย แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ท่าน ได้มีการนำเสนอขอแก้ไขเข้ามาเหล่านี้ท่านพูดไม่หมด ประชาชนเองก่อนที่จะเข้าไปเห็นด้วย ชื่นชมชอบใจในสิ่งที่ท่านจะแก้ไขโดยที่ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้รับฟังว่าจริง ๆ แล้ว อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล พัทยา กรุงเทพมหานคร ต่าง ๆ ก็แล้วแต่เขามีอำนาจหน้าที่ครบถ้วนอยู่ทุกประการ มีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไหนที่ท่านบอกว่าเขาไม่มีอำนาจเลย การดำเนินการการจัดเก็บภาษี การจัดทำงบประมาณ การใช้เงิน การบำรุงทางน้ำ การจัดให้มีน้ำเพื่อการเกษตรเพื่ออุปโภค บริโภค การทำถนนหนทาง มีสิ่งใดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจบ้าง ราชการ ส่วนกลาง หรือว่าราชการส่วนภูมิภาคจะเข้าไปมีส่วนในเรื่องการดูแลองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือภายหลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการใช้งบประมาณ ได้มีการดำเนินการตามมติของสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ไปแล้ว ราชการ ส่วนกลาง ราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอไม่มีอำนาจ ที่จะเข้าไปสั่งสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบล นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา หรือผู้ว่ากรุงเทพมหานครว่าห้ามทำถนนเส้นใด ห้ามคุณจัดสร้างรถไฟฟ้า ไม่มีนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านกำลังพยายามที่จะขอแก้ไข แล้วก็ระบุ ให้เห็นว่าการที่หน่วยงานส่วนราชการ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้ว่าหรือนายอำเภอยังมีอำนาจในการควบคุมครอบงำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นสิ่งที่ท่านพูดไม่หมด ท่านเปิดข้อเท็จจริงออกมาให้ประชาชนเขาได้รับทราบสิว่าตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล กทม. หรือพัทยาก็แล้วแต่เขามีอำนาจในการดำเนินการทั้งปวงทั้งสิ้น รวมทั้งสิ่งที่ท่านกำลังบอกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะมีอำนาจในการจัดทำงบประมาณและการใช้เงินของ ตนเอง ที่แล้ว ๆ มาไม่ใช่หมายความว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการจัดทำ งบประมาณหรือการใช้เงินของตนเอง เขามีอำนาจในการจัดเก็บภาษีทุกรูปแบบที่อยู่ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนหนึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บภาษีเงินได้เพียง ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นเอง อีกส่วนหนึ่งก็ต้องรับการสนับสนุนมาจากรัฐบาล โดยเงินที่รัฐบาลให้การสนับสนุนที่แล้ว ๆ มาไม่ว่าจะเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งปัจจุบันอาจจะเหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ รัฐบาลไม่ได้มีอำนาจลงไป สั่งว่าคุณเอาเงินไปแล้วคุณจะต้องใช้อะไรบ้าง คุณไม่มีสิทธิใช้อะไรบ้าง จริง ๆ ไม่ได้เป็น เช่นนั้นเลย ฉะนั้นในสิ่งที่ท่านขอแก้ไขมานี้ ผมจึงใคร่ขอกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมแห่งนี้ว่า ผมไม่เห็นด้วย ฉะนั้นการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถ้าหากว่าท่านพูดไม่หมด แล้วประชาชน ไม่เข้าใจ ถ้าสมาชิกวุฒิสภายกมือคัดค้านไม่เห็นด้วย เดี๋ยวก็จะไปปล่อยข่าวกันบอกว่าสมาชิก วุฒิสภาพยายามขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เราต้อง คุยกันด้วยเหตุด้วยผล
อีกประการหนึ่ง ผมขออนุญาตท่านประธาน ผมขออีก ๑ นาทีครับ อีกประการหนึ่งที่เมื่อเช้านี้ ขออนุญาตท่านปิยบุตรได้กล่าวถึงว่าตามมาตรา ๖ ได้มีการทำ ประชามติโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา ได้มีการทำรับฟังความคิดเห็น ขอโทษนะครับ รับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนเรียบร้อยแล้ว ท่านก็หยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งสีฟ้า ๆ แล้วก็ชู ขึ้นมาบอกว่าเล่มนี้ได้มีการแจกให้กับสมาชิกรัฐสภาแล้ว ผมเน้นนะครับ ท่านหยิบสมุดขึ้นมา เล่มสีฟ้า ๆ แล้วท่านก็บอกว่าแจกให้แล้ว สมาชิกรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะ ท่านจเด็จ อินสว่าง เปิดอ่านดูเสียบ้าง ประชาชนที่อยู่ทางบ้านดูภาพถ่ายการถ่ายทอดทางทีวี แล้วเห็นท่านชูเอกสารเล่มสีฟ้าขึ้นมา เขาไม่ทราบข้อเท็จจริงหรอกครับ จริง ๆ แล้วเอกสาร เล่มสีฟ้าที่ท่านปิยบุตรชูขึ้นมา มันไม่ได้มีการนำไปแจกให้กับสมาชิกรัฐสภาหรอกครับ สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านไม่ได้รับ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านกล่าวออกไป คนที่ฟังทีวีหรือได้รับฟังอยู่ ทางบ้านก็จะเข้าใจผิดว่าสมาชิกวุฒิสภาดีแต่ตีรวน ดีแต่ตำหนิว่ากล่าว แต่ไม่รู้จักอ่านเอกสาร ที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง ผมยืนยันว่าไม่มีการแจกเอกสารเล่มสีฟ้า ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่า ในเอกสารนั้น มีข้อความอะไรอยู่บ้าง เราพูดกันถึงเอกสารเล่มสีฟ้า เราไม่ทราบ แล้วท่านปิยบุตร ก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ไปทำมาแล้ว รับฟังความคิดเห็นแล้ว แล้วสมาชิกวุฒิสภามาตำหนิ เจ้าหน้าที่แบบนี้เขาไม่มีโอกาสได้ชี้แจง ตรงนี้เขาเสียหาย ท่านก็เลยชี้แจงแทน ฉะนั้น ถ้าเอกสารที่ท่านแจกเป็นเล่มสีฟ้า ผมยืนยันว่าไม่มีการแจก แต่เอกสารที่เจ้าหน้าที่มอบให้มา แล้ววางไว้ตามโต๊ะมันไม่ใช่เล่มสีฟ้า แต่มันมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันกับเล่มสีฟ้าที่ท่านชูขึ้นมาให้ประชาชนดู หรือเปล่า
และอีกประการหนึ่ง ผมอยากจะอธิบายให้มันหมดว่าการไปรับฟัง ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา ผมขอตำหนิในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าการรับฟัง ความคิดเห็นไม่ได้มีการถามให้มันชัดเจนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการที่จะกำจัดอำนาจของ ส่วนกลาง ของส่วนภูมิภาค เป็นการไปถามคร่าว ๆ เพียงเท่านั้นเองว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับการที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการดูแลบริหารจัดการตนเอง ลองไปดู คำถามสิครับ ถ้าถามแบบนี้ผมก็ยกมือด้วย ท่านถามไม่ตรง วิธีการทำลักษณะเช่นนี้ผมเห็นว่า มันไม่ชอบ ผมต้องตำหนิที่เจ้าหน้าที่ทำงานกันแบบนี้ แล้วพอถามกันแบบนี้ แล้วก็บอกว่า ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว แล้วก็เอาเข้ามาในสภา แล้วพอสมาชิกวุฒิสภาอภิปราย คัดค้านไม่เห็นด้วย หรือว่าลงมติไม่เห็นด้วย ก็จะบอกว่าสมาชิกวุฒิสภาคัดค้าน คัดค้าน คัดค้านการออกกฎหมายทุกฉบับ ขอบพระคุณครับ