จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์วิจารณ์การทุ่มทรัพยากรในราชการส่วนภูมิภาคที่ไม่สอดคล้องกับผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของส่วนกลางกับชุมชนท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างกรณีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองในพื้นที่สีเขียวเพื่อโครงการอีอีซีและการเวนคืนที่ดินในฉะเชิงเทราที่กระทบเกษตรกร ก่อนชี้ว่าระบบการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจากส่วนกลางทำให้ขาดความรับผิดชอบต่อชุมชนท้องถิ่น
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรเกือบ ๔ ปีของผม ถึงแม้จะ ไม่ได้เป็นระยะเวลานาน แต่ก็ได้เห็นปัญหาและได้รับเรื่องร้องเรียนมาสารพัด จนผมสามารถ ยืนยันได้เลยว่าราชการส่วนภูมิภาคนี่ล่ะคืออุปสรรคในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วก็เป็นอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนด้วย ต้นทุนที่เราใช้ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขผ่านการใช้อำนาจของส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะค่าตอบแทนบุคลากร เงินบำเหน็จ บำนาญ ค่ารถประจำตำแหน่ง สวัสดิการ การดำเนินงานสารพัด ถ้าเอาไปเทียบกับผลงานการบำบัดทุกข์บำรุงสุขที่ประชาชนได้รับ ต้องบอกว่าแพงเกินจริงไปเยอะ ผมจะเล่าเรื่องตลกให้ฟังว่าเทศบาลแถวบ้านผม ปลัดเทศบาล ข้าราชการส่วนกลางเงินเดือน ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่นายก เทศบาลเงินเดือน ๕๐,๐๐๐ บาท ปลัดเทศบาล ข้าราชการส่วนกลางเงินเดือน ๗๐,๐๐๐- ๘๐,๐๐๐ บาท มีรถประจำตำแหน่ง มีรถปิกอัป มีมอเตอร์ไซค์ มีน้ำมันฟรี ไม่ต้องพูดถึงบำนาญ สวัสดิการ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ถ้าไปเทียบกับ ส.ท. หรือว่าสมาชิกเทศบาลเงินเดือน ๑๐,๔๐๐ บาท ต้องเอานายก ๑ คนที่มาจากการเลือกตั้ง ส.ท. อีก ๓ คนที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงจะเท่ากับปลัดเทศบาลคนเดียว ต้องบอกอย่างนี้ว่าราชการส่วนภูมิภาคที่มีอยู่ทุกวันนี้ มันเกิดขึ้นก็เพื่อที่จะต้องการสนองความต้องการของส่วนกลางเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก จนถึงปัจจุบันไม่ได้เกิดเพื่อต้องการสนองความต้องการของประชาชนเลย ที่เหลือเป็นงาน รูทีน (Routine) ที่เขาต้องทำอยู่แล้วตามงบประมาณตามสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น จะบอกว่า สนองความต้องการไม่ได้ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ต้องบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องตอบสนองความ ต้องการของประชาชนจะถูกกว่า เพราะอะไร ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จริง ๆ เป็นแค่ สาขาหนึ่งของส่วนกลางที่มาจากกรุงเทพฯ ถ้าท่านประธานบอกว่าข้อกล่าวหาผมมันเกิน จริงไป ผมมีข้อพิสูจน์ง่ายมากเลย ไปถามเลยครับ ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดระหว่างยายมี ตามาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเดินข้ามถนนจากศาลากลางแล้วก็ถึงบ้านแกเลยกับคนใหญ่คนโต จากกระทรวงมหาดไทยที่อยู่กรุงเทพฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องนั่งรถ ๓-๔ ชั่วโมง กว่าจะไปถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดเกรงใจใครมากกว่ากัน ไปถามประชาชนก็ได้ ถามประชาชน ว่าเขาอยากได้คนที่มาดูแลเขาแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่างคนที่เป็นใครก็ไม่รู้ มาจากไหน ก็ไม่รู้ แล้วก็อยากจะมาที่นี่หรือเปล่ายังไม่รู้เลย กับคนที่อาสาลงเลือกตั้งเป็นคนที่เกิดในบ้าน เดียวกัน โตมาด้วยกัน อยู่กับสิ่งแวดล้อมเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ คนแบบไหนที่เขาพร้อม จะดูแล คนแบบไหนจะทุ่มเททำงานให้เรามากกว่ากัน ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานคิดว่าระหว่างความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่กับความต้องการจากส่วนกลาง คิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะทำให้ใครก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะตอบสนองความต้องการ ใครก่อน มันแน่นอนว่าส่วนกลาง ถามต่อนิดหนึ่ง แล้วถ้าความต้องการจากส่วนกลางที่ว่า มันดันไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะยังทำต่อไหม ร้อยเปอร์เซ็นต์ทำต่ออยู่แล้ว ทำไมครับ ก็ส่วนกลางเป็นเจ้านายเขา แต่งตั้งเขามา ท่านประธานผมเล่าเรื่องจริงให้ฟังที่ดินริมแม่น้ำบางปะกง ๓-๔ ปีก่อนนี้เองเป็นพื้นที่สีเขียว ประมาณพันกว่าไร่ แล้วก็มีป่าชายเลนอีกหลายร้อยเมตร แน่นอนมันเป็นผังสีเขียวแน่นอน ตอนอีอีซี (EEC) ออกกฎหมายก็ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอให้เปลี่ยนเป็นสีม่วงได้ เพื่อทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เสนอไปไม่กี่วันกลายเป็นสีม่วงทันที ท่านประธานลองคิดเหตุการณ์นี้ถ้าเกิดเป็นคนที่มาจากการเลือกตั้งท้องถิ่น คนที่บ้านอยู่ที่นี่ เติบโตมากับแม่น้ำบางปะกงอย่างน้อย ๆ เรื่องนี้จะไม่เร็วขนาดนี้ ถ้าเป็นคนที่นี่เติบโตมากับ ที่นี่ มีความผูกพันกับแม่น้ำบางปะกงรู้ว่าแม่น้ำบางปะกงสำคัญกับชีวิตคนแปดริ้วอย่างไร เขาจะรู้ว่าเมืองแปดริ้วมีพื้นที่มากมายที่เตรียมไว้สำหรับทำอุตสาหกรรมอยู่แล้ว รัฐบาลก่อน ๆ เตรียมไว้แล้วทั้งถนนหนทาง น้ำ ไฟ แล้วก็เป็นพื้นที่จำนวนมาก แต่ไม่ยอมใช้ ไปใช้พื้นที่ ติดแม่น้ำบางปะกงแล้วไปทำโรงงานผลิตแบตเตอรี่ อีกเรื่องหนึ่งเร็ว ๆ นี้ไม่นานนี้เอง อีอีซี (EEC) มีแผนจะเวนคืนที่หลายร้อยไร่ในตำบลหนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อเอาไปทำ ท่าเรือบกเก็บตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรเลี้ยงปลา ๙๙๓ ชีวิต ตามทะเบียนราษฎร์จะต้องได้รับความเดือดร้อนต้องหาที่อยู่ใหม่ หาที่ทำกินใหม่ แต่ส่วนกลาง ยังขาดความยินยอมจากคนในพื้นที่ ก็เลยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาทำ ผู้ว่าราชการ จังหวัดตั้งคณะทำงานเพื่อไปศึกษาแล้วก็ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน คณะทำงาน ก็ ๑๐ กว่าคน แล้วก็ทุกคนเป็นคนตระกูลเดียวกันหมดเลยคือทุกคนมีนามสกุลฉะเชิงเทรา เหมือนกันหมดเลย สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา ทางหลวงจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลประทาน จังหวัดฉะเชิงเทรา สิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา นายก บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา กำนันจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ในจังหวัด ฉะเชิงเทรา แล้วก็นายก อบต. หนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ไปศึกษาไปทำความเข้าใจ กับพื้นที่ ถ้าเป็นคณะชุดนี้ก็โอเค (OK) เพราะว่าเป็นคนฉะเชิงเทราทั้งนั้นเลย แต่ท่านเชื่อไหม คณะกรรมการชุดนี้จริง ๆ แล้วมีแค่คนเดียวเอง คนเดียวที่แท้จริงแล้วมีความจะต้องรับผิด รับชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นคนเดียวที่จะต้องรับคุณรับโทษจากประชาชนในพื้นที่ คือนายก อบต. ที่เหลือไม่ใช่ แค่นามสกุลเดียวกัน แต่ทำงานให้ส่วนลาง ถึงแม้เขาจะอยากช่วย ประชาชน ถึงแม้เห็นใจประชาชน ๙๙๓ คน แต่เขาก็ปฏิเสธอำนาจจากส่วนกลางไม่ได้ แล้วก็เสียงเดียว ที่เป็นเสียงข้างน้อยซึ่งทำอะไรไม่ได้ โชคดีที่นำเรื่องนี้เข้าสู่กรรมาธิการที่ดิน จนตอนนี้ก็ชะลอ เรื่องนี้ไปได้ก็หวังว่าจะไม่กลับมาอีก เรื่องนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและเกิดขึ้นไม่นานมานี้ที่สะท้อน ให้เห็นว่าความจริงแล้วราชการส่วนภูมิภาคไม่ได้ต้องการที่จะตอบสนองความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ลองดูคนที่ทำเพื่อประชาชนไหมว่าทำเพื่อประชาชนแล้วเป็นอย่างไร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ๓-๔ ปีก่อน ประชาชนรัก ทำงานดี แต่ไปทำพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษชายแดนไม่ได้ ถูกย้าย นี่คนทำเพื่อประชาชนโดน คนทำเพื่ออำนาจจากส่วนกลางรอด แต่ประเด็นคืออย่างนี้ ทำไมจะต้องทำเพื่อประชาชนด้วยล่ะ จะทำไปทำไมต่อให้ผู้ว่าคนนั้น เป็นอัจฉริยะเก่งกาจ มีความสามารถ มีจิตใจดี แต่จะทำไปทำไม ในเมื่อสถิติ ๒๕ ปีที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมีวาระในการดำรงตำแหน่ง ๑ ปี ๕ เดือนเศษ ๑ ปี ๕ เดือนเศษ คือวาระ การดำรงตำแหน่งของผู้ว่าราชการจังหวัดในประเทศไทย ท่านประธานคิดว่า ๑ ปี ๕ เดือน เราจะทำอะไร จะทำโครงการอะไรสำเร็จ โครงการที่อยากทำและเป็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ ท่านย้อนหลังไปได้เลย ๑๐ ปี มีผู้ว่าคนไหนบ้าง ๗๖ จังหวัด ๑๐ ปี ๗๖ จังหวัด ปีละ ๗๖ ที่ มีผลงานอะไรที่เราจำได้ไหม มีหมูป่าอย่างหนึ่ง มีสมุทรสาครโควิด (COVID) อย่างหนึ่ง ผมนึกออกได้ ๒ อย่าง เพราะอะไร เพราะปีครึ่งมันทำอะไรไม่ได้ แต่ทำไมอำนาจถึงมาก เหลือเกิน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับอำนาจจากกระทรวงต่าง ๆ ให้ทำหน้าที่เป็นประธาน กรรมการต่าง ๆ ท่านประธานเชื่อไหม กรรมการจังหวัด ๒๐๐-๓๐๐ ชุดต่อจังหวัดนะครับ กรรมการสารพัดดูแลทุกเรื่อง ผอ. อีกเต็มไปหมด ตั้งแต่แรงงาน กอ.รมน. การท่องเที่ยว ดูทุกอย่าง มันต้องอัจฉริยะ มันต้องยอดมนุษย์ขนาดไหน ถึงจะรู้เยอะขนาดนั้นถึงจะเก่งกาจ ขนาดนั้น ถึงจะตัดสินใจรับผิดชอบเรื่องที่ตัวเองลงมติไปได้ขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคน เก่งขนาดนั้น แต่ก็ยังยัดอำนาจรวมกันไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด สุดท้ายแล้วจะบอกว่า คำถามแล้วก็ข้อสงสัยที่หลายท่านที่ก็ตั้งข้อสงสัยกันมาวันนี้ ถ้าท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง สำคัญแล้วประชาชนได้รับประโยชน์ แล้วก็หลายคนก็ยังบอกว่าไม่ต้องรีบร้อนท่านก็น่าจะให้ เวลาในการอภิปราย เวลาในการตั้งคำถาม แล้วก็ให้เวลาผู้ชี้แจงได้ตอบคำถามให้กระจ่าง เพราะว่าท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญและทุกคำถามผมเชื่อว่าผู้แจ้งตอบได้ ผมยกตัวอย่าง แค่ ๒-๓ คำถาม คำถามที่ว่านี่จะเป็นการทำลายการเป็นรัฐเดี่ยวหรือเปล่า อันนี้ผมว่าผู้ชี้แจง ก็ได้ตอบไปแล้ว แต่เอาอย่างนี้ เอาง่าย ๆ อย่างนี้ ประวัติศาสตร์ไทย ๘๐ ปี ๙๐ ปี ถ้าท่านไป ศึกษาไม่มีอะไรทำลายความเป็นรัฐเดี่ยวหรือไปทำลายรูปแบบของรัฐที่เรามีอยู่ได้เลยครับ นอกเหนือจากการทำรัฐประหาร เพราะคนทำรัฐประหารมันจะฉีกรัฐธรรมนูญ พอฉีก รัฐธรรมนูญรูปแบบของรัฐก็หายไป ราชอาณาจักรไทยที่ท่านพูดกันบ่อย ๆ มันก็หายไป นี่คือ หนทางเดียวในการทำลายรูปแบบของรัฐที่เราเป็นอยู่ ส่วนประเด็นที่บอกว่าผู้ว่าราชการ จังหวัดปฏิบัติงานในสถานะทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณ อันนี้ผมคิดว่าถ้าท่านดูปฏิทิน ก็น่าจะเลิกสงสัยเรื่องนี้แล้ว เพราะนี่มันปีจะ ๒๐๒๓ แล้ว ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ผมคิดว่า น่าจะชี้แจงลำบากคือประเด็นที่หลายท่านหยิบยกขึ้นมาพูดวันนี้ เป็นเหตุผลที่หลายท่าน เอามาพูดเป็นเรื่องติดปากเลยว่าเห็นด้วยทุกอย่างกับการกระจายอำนาจ แต่ใจเย็น ๆ เห็นด้วย แต่อย่าใจร้อน รอไปก่อน เห็นด้วยแต่อย่ารีบ อันนี้ผมไม่สามารถทำความเข้าใจได้จริง ๆ ว่า ท่านจะต้องการจะสื่ออะไร มันแปลว่าอะไรผมยังไม่รู้เลย ก็หวังว่าท่านจะชี้แจงให้ชัดเจน ผู้ชี้แจงจะได้ตอบคำถามที่ท่านสงสัยแล้วก็หวังว่าท่านจะปล่อยให้วาระนี้มันผ่านไปก่อน แล้วไปว่ากันวาระ ๒ ถึงเวลานั้นเดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน