นิกร จำนอง อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น โดยเน้นความจำเป็นในการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง วิพากษ์รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ไม่ระบุคำว่า "กระจายอำนาจ" และมองว่าระบบการจัดการท้องถิ่นยังเป็นแนวทางทอปดาวน์ ขาดการผลักดันจากฐานราก จึงเรียกร้องให้มีการเพิ่มบทบัญญัติการปฏิรูปประเทศและผลักดันการมีส่วนร่วมทางการเมืองระดับท้องถิ่นอย่างรอบด้านร่วมกับพรรคการเมืองทุกฝ่าย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่เสนอในวันนี้ ก็ยืนยันว่าผมเห็นชอบและสนับสนุน ร่างแก้ไขที่ประชาชนได้ร่วมกันลงชื่อริเริ่มเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ ว่าด้วย การปกครองท้องถิ่นให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระจายอำนาจการปกครองให้ย้อนกลับไปสู่ ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจดั้งเดิมมากขึ้น เหตุผลในการสนับสนุนแนวทางการแก้ไข ในหมวดนี้ คือจะพูดคลุม ๆ ไปตอนต้นว่าจะว่าพูดไปทำไมมีแค่ชื่อหมวด ชื่อหมวดก็เขียนว่า การปกครองท้องถิ่นก็มีปัญหาแล้ว ที่จริงทำไมไม่ใช้ชื่อหมวดว่าด้วยการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจใหญ่กว่าการปกครองท้องถิ่น ซึ่งภาษาอังกฤษสากลบอกว่าเป็น ดีเซนทรัลไลเซชัน (Decentralization) ตามหลักสากลของการปกครองแบบประชาธิปไตย ยิ่งน่าอายมาก เพราะว่าทั้งรัฐธรรมนูญนี้ ท่านประธานไปตรวจสอบดูคำว่ากระจายอำนาจ สักคำในรัฐธรรมนูญก็ไม่มี ไปใช้คำอื่น แสดงว่าไม่ใช่เป็นการหลงลืม แต่เป็นการแบบไม่ใส่ใจ ต่ออำนาจนี้ ผมเองมีเหตุผลที่จะสนับสนุนก็คือว่าขอเสนอบทสรุปของคณะอนุกรรมการ ศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่มีท่าน ส.ส. ไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน และมีผม นายนิกร จำนง เป็นเลขานุการ ในฉบับนี้ ซึ่งเราได้ทำกันแล้วศึกษาโดยละเอียดต่อทุกหมวด ทุกมาตรา และได้มีสรุปว่าในหมวด ๑๔ นี้ มีความจำเป็นเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการแก้ไขในหลายประเด็น หลายมาตรา ได้รายงาน สรุปต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว นั่นเป็นความเห็นโดยรวมซึ่งท่านซูการ์โน หรือท่านทวี สอดส่อง ก็ได้พูดไปแล้วอยู่ในกรรมาธิการชุดเดียวกัน ผมมีความเห็นส่วนตนที่ทำงานใกล้ชิด กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาไม่น้อยกว่า ๓๔ ปีแล้ว และได้บันทึกไว้ในเอกสารฉบับนี้ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาวิเคราะห์กล่าวคือ
ประเด็นแรก ก็คือประเด็นเกี่ยวกับเจตนารมณ์ในการกระจายอำนาจตาม รัฐธรรมนูญนี้ ในมาตรา ๒๔๙ วรรคแรก ในหมวด ๑๔ ที่ว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นในฉบับนี้ บัญญัติว่าภายใต้บังคับ มาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครอง ตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ตามวิธีและรูปแบบที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งการบัญญัติเช่นนี้มีลักษณะเหมือนกับการบัญญัติลักษณะ ผู้มีอำนาจจากข้างบนให้อำนาจลงไปข้างล่าง ไม่ใช่เป็นการหมายถึงว่าให้ไปทางด้านข้าง แต่เป็นเหมือนผู้มีอำนาจให้ไป ในขณะที่หลักการตรงนี้ควรจะเริ่มจากอิสระ ผมเปรียบเทียบ ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีลักษณะเป็นบอตทอมอัป (Bottom up) แต่อันนี้เป็นทอปดาวน์ (Top Down) ในฉบับนี้การกระจายอำนาจท้องถิ่น เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ปรากฏมีคำว่ากระจายอำนาจอยู่เลย ไม่เหมือนกันนะครับ ต่างกันมาก
๑๒๐/๑
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นการบัญญัติกรอบและขั้นตอนในการกระจายอำนาจ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ มีบัญญัติเพียงว่าสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่น มีที่มาอย่างไรและมีวาระกี่ปี แต่ในฉบับนี้กลับมีบทบัญญัติเน้นย้ำหลักเกณฑ์ที่ให้วิธีการ เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ มันเปรียบเสมือนกับว่าเริ่มไม่ไว้ใจตั้งแต่ต้นเลยในการบัญญัติ ของเดิมแค่บัญญัติว่ามาอย่างไร มาจากประชาชนและอยู่ได้กี่ปีเท่านั้นเอง ตรงนี้เห็นชัดว่า มีการบัญญัติไว้ไม่ต้องการให้มี ดังนั้นควรจะมีการบัญญัติเสนอว่าบทบาทรัฐส่วนกลางให้ลด ความเหลื่อมล้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย โดยจะต้องกำหนดกลไกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลไกเกี่ยวกับงบประมาณให้เป็นรูปธรรม งบประมาณไม่ให้เขา ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับ บทบัญญัติในหมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพปวงชนชาวไทย ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ นี่ย้อนกลับไปอีกหมวดหนึ่ง แนวนโยบายแห่งรัฐ และหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ จากบทบัญญัติในหมวด ๓ ที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพปวงชนชาวไทย ในส่วนเกี่ยวกับสิทธิ ทางการเมืองมีเพียงการใช้สิทธิผ่านพรรคการเมืองเท่านั้น นั่นคือสิทธิของประชาชนผ่าน พรรคการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มีบัญญัติไว้ให้สิทธิเกี่ยวกับการเมืองระดับท้องถิ่นเลย ให้ผ่าน พรรคการเมือง แต่ถ้าหากจะแก้ไขเรื่องนี้ต้องไม่เคยมีบัญญัติมาก่อนก็จะยุ่งยาก ดังนั้น ความเห็นส่วนตัวที่ผมได้บันทึกไว้แล้ว คือควรจะไปกำหนดไว้ในหมวดว่าด้วยเรื่องการปฏิรูป ประเทศให้ชัดเจน ถ้าเรากำหนดในพื้นฐานแห่งรัฐ มันต้องมีคำว่าต้อง ควรจะมีคำว่าพึง สุดท้ายสรุปให้ความเห็นชอบในร่างแก้ไขที่ประชาชนได้ร่วมลงชื่อเป็นผู้ริเริ่มเสนอแก้ไข เพิ่มเติม หมวด ๑๔ ว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นให้มีบทบัญญัติในการกระจายอำนาจมากขึ้น ในเชิงหลักการที่ต้องแก้ไข และในประเด็นประกอบรายมาตราซึ่งได้กล่าวแล้ว ทั้งในรายงาน ฉบับนี้และที่ผมได้กล่าวไป โดยผมคิดว่าสถานการณ์ขณะนี้สภาวะการเมืองที่บีบแคบมาก แล้วเวลาทางการเมืองของสภา โดยเฉพาะสภาผู้แทนมีสั้นมาก การเสนอครั้งนี้ถ้าเปรียบเป็น ฟุตบอลที่เราพูดกัน ก็เหมือนการกึ่งยิงกึ่งผ่าน เราต้องเสี่ยงแล้ว ยิงไปได้ก็ได้ ไม่ได้ก็คือผ่าน เป็นการกึ่งยิงกึ่งผ่าน ก่อนที่จะถึงเวลาผมฝากไว้เลย ผมก็พอจะทราบว่าท่าทางจะเป็น อย่างไร ก่อนที่จะถึงเวลาตั้งยิงจุดโทษ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้กติกาทำฟาวล์ (Foul) เกี่ยวกับกติกาประชาธิปไตยไว้เยอะมาก จะต้องลงโทษ หมายถึงยิงจุดโทษกัน แต่ประเด็น ที่เราต้องทำผมเรียกร้องพรรคการเมืองทุกพรรค ถ้าวันนี้ไม่ได้เราต้องช่วยกันเสนอเพื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญ ย้อนกลับไปโดยการใช้ สสร. เพื่อจะหาลูกโทษมาวางแล้วเราไม่มีสิทธิยิง ให้ประชาชนยิงลูกโทษ เพราะสิ่งนั้นที่จะเป็นชัยชนะโดยสมบูรณ์ของประเทศไทย โดยการเสนอ แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับในอนาคตต่อไป โดยพรรคการเมืองร่วมกันในการเสนอ ในการเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งที่จะมาถึงของทุกพรรคการเมือง เรียกร้องทุกพรรคการเมือง กราบขอบพระคุณครับ