ศรีนวล บุญลือ หารือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการยุบราชการส่วนภูมิภาค พร้อมแสดงความกังวลว่าอาจสร้างความขัดแย้งและเรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบต่อการกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่นอย่างรอบคอบ
กราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ข้าเจ้าขอมีส่วนร่วมการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๑๔ มาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๐ มาตรา ๒๕๑ มาตรา ๒๕๒ มาตรา ๒๕๓ มาตรา ๒๕๔ แล้วมีมาตราที่เพิ่ม ๒๕๔ มีทับ ดังนั้นทุกมาตราที่ได้อยู่ในเอกสารเล่มนี้ ข้าเจ้าได้อ่านทบทวนทั้งหมดที่จะมีการแก้ไขนั้น แต่ถ้าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านมีเอกสารในมือก็ขอให้อ่านทบทวนดูนะเจ้า ข้าเจ้า ก็กลับมาอ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ก็คงจะไม่แตกต่าง ไม่เพี้ยนกันไปเท่าไร แต่มีเติมบางมาตรานิด ๆ หน่อย ๆ เสร็จแล้ว ณ ปัจจุบันที่ข้าเจ้า ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมาแล้ว ทุกอย่าง ไม่ว่า อบต. เทศบาลก็ได้จัดทำแผนเกี่ยวกับงบประมาณต่าง ๆ ก็ทำเป็นขั้นตอนจะต้องมี ประชาชนมีส่วนร่วมมาโดยตลอดก่อนที่จะทำแผน แต่ละหมู่บ้านจะต้องนำปัญหาในหมู่บ้าน ทำประชาคมแล้วเพื่อนำไปบรรจุแผนของ อบต. หรือว่าท้องถิ่น ทุกวันนี้ก็ปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่ที่ข้าเจ้าติดใจในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขตัวนี้ก็คือ มันมีข้างในอยู่ที่ว่า มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๗ ขอให้ทุกท่านลองดูว่าการอ่านหนังสือนั้นก็ต้องมีความตั้งใจ ถึงแม้ว่า ข้าเจ้าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหน้าใหม่ แต่การศึกษานั้นก็ยังมีในใจที่ว่าได้เรียน หนังสือมาเหมือนกัน บางครั้งอู้จากใจแต่จะไม่ตรงกับที่ทุกคนอยากจะฟัง มันมีมาตรา ๔ มันย้อนแย้งกับมาตรา ๕ มาตรา ๔ ภายใน ๒ ปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีจัดทำแผนยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคภายใน ๕ ปี นับตั้งแต่วันประกาศ รัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องการยกเลิกราชการ ส่วนภูมิภาค แต่ถ้ามามาตรา ๕ ภายใน ๒๔๐ วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้รัฐสภาดำเนินการตรากฎหมายดังต่อไปนี้ ก็คือข้างบนบอกว่า ๒ ปีให้นับ มาข้างล่าง ๕ ปีนับ มาทางลุ่ม ๒๔๐ วัน ก็คือมันย้อนแย้งกัน อันนี้ก็คงไม่ติดใจ เพราะว่าตอนเช้าก็ขอ ชื่นชมท่านเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกรัฐสภา ท่านสุชัย บุตรสาระ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อ แล้วท่านมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ไปเรียบร้อย การกระจายอำนาจนั้นถ้ากระจายอำนาจ ถ้ามาตรา ๔ มาตรา ๕ จะยุบ ส่วนราชการส่วนภูมิภาค ข้าเจ้ามาคิดแล้วไม่ใช่กระจายอำนาจ เป็นการสร้างความแตกแยก มากกว่า ไม่มีราชการคนไหนที่อยู่ ๆ ถ้าจะมากระจายอำนาจแล้วไปยุบราชการส่วนภูมิภาค ลองคิดถึงใจเขาใจเรา ณ วันนี้ถ้าราชการส่วนภูมิภาคเข้าสภามาได้ แล้วมาร่างกฎหมายยุบ การเลือกตั้ง ส.จ. หรือวุฒิสภา อยากจะเรียนถามสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ท่านจะมีความ พึงพอใจหรือ แต่วันนี้ท่านกระจายอำนาจแล้วท่านไปออกมาตรา ๔ มาตรา ๕ ยุบราชการ ส่วนภูมิภาค ถามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และถามท่านนายอำเภอ ถามทั่วประเทศไทย มี ๗๖ จังหวัด แล้วมีนายอำเภอกี่พันคน ลองไปถามทุกท่านที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ถามปลัดด้วย เขาจะมีความพึงพอใจไหมที่จะไปยุบราชการส่วนภูมิภาคของเขา การปฏิรูปประเทศไทย ไม่ใช่ว่าจะไปไล่ปลาใหญ่ แล้วจะไปกินปลาเล็กแบบให้มันสบาย อันนี้ก็ขอร้อง ทุกวันนี้ พ.ร.บ. กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเรามีอยู่แล้วทุกวันนี้เราก็พยายามแก้ให้มันถูกต้อง อันนี้ก็ขอ เสนอแนะ สำหรับตัวข้าเจ้าอยากเสนอแนะข้อคิดเห็น คือผู้บริหารไม่ว่าองค์กรไหนขอให้มีโครงสร้าง ให้มันเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีก็ดี รองนายกรัฐมนตรีก็ดีรัฐมนตรี ส.ส. ส.จ. ส.ท. ศอ.บจ. ทุกระดับชั้นเจ้าไม่ควรอยู่ซ้ำเกิน ๒ สมัย หรือ ๘ ปี ที่ผ่านมาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของเฮาเคยบอกว่านายกตู่อยู่เกิน ๘ ปี ดีนะท่านนายกตู่ท่านไม่อยู่ในที่สภานี้ ถ้าท่านอยู่ในสภา ท่านจะย้อนถาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนอยู่ ๘ สมัย ๙ สมัย ชี้ไปหาท่านนิ้วเดียว เข้าหาตัว ๔ นิ้ว อันนี้ขอให้พิจารณาด้วยนะเจ้า อย่างองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น บางครั้ง มีสามีเป็นนายก ภรรยาเป็นกำนัน หรือเป็นผู้ใหญ่บ้าน ลูกหลานเอามาเป็นพนักงาน อันนี้คือ ปัญหาให้กับสังคมทุกวัน ประชาชนเดือดร้อนต้องการพัฒนา ไม่รู้จะไปเรียกร้องกับไผ บางครั้งทำหนังสือไปถึงกำนันก็เป็นภรรยาของนายก ถ้าทำหนังสือร้องเรียนไปทางนายก นายกก็เป็นสามีของกำนัน ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ยิ่งมีการเลือกตั้งผ่านไป แต่ละครั้งก็มีการแยกพรรค แยกพวก ถ้ามีปัญหาความเดือดร้อน ไม่ใช่พรรคพวกตัวเอง ก็ไม่ต้องไปพัฒนา ทุกวันนี้ถ้าไม่มีส่วนภูมิภาคกำกับดูแล งานท้องถิ่นเดินหน้ายากมากนะเจ้า ขออย่างเดียวขออย่าไปสร้างความแตกแยก ขอเอาใจเขามาใส่ใจเรา ข้าเจ้าเข้ามาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้เป็นสมัยแรก ข้าเจ้าไม่ใช่นักการเมือง แต่ข้าเจ้าเป็นนักพัฒนา จะบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างความรักและสร้างความสามัคคีให้กับชุมชนไม่ว่าระดับไหน ตั้งใจ พัฒนาเพื่อเอาปัญหามาแก้ปัญหาในสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใครที่เอาปัญหาของ พี่น้องประชาชนเข้ามาก็คงจะได้รับการแก้ไขปัญหา ใครที่เอาเรื่องที่ไม่ดีเข้ามา คนนั้นก็คง จะต้องรับผิดชอบต่อไปนะเจ้า ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณเจ้า