คำพอง ยันการปกครองท้องถิ่นมีมาก่อน ขอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคืนอำนาจชุมชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

คำพอง เทพาคำ อภิปรายพัฒนาการการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน

นายคำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภา ต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๑๔ การปกครองท้องถิ่น ในส่วนของผมผมขออภิปรายในเชิงพัฒนาการ การปกครองท้องถิ่น เพื่อจะได้เข้าใจร่วมกันว่าการปกครองในระดับท้องถิ่นมีมาก่อน ถูกยกเลิกบ้าง ถูกจัดตั้งออกแบบให้เข้ากับยุคสมัย หรือสถานการณ์ในยุค ๆ นั้นบ้าง แม้แต่ในรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับหลังปี ๒๔๗๕ ก็มีการบรรจุการปกครองท้องถิ่นไว้ ถ้านับย้อนหลังไป ๑๓๐ ปี ในปี ๒๔๓๐-๒๔๓๕ ได้มีการปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง จนในปี ๒๔๓๗ ระบบจตุสดมภ์ ล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิง โดยได้มีการปฏิรูประบบราชการใช้แบบแบ่งแยกโครงสร้างหน้าที่ สตรักเจอรัล ฟังก์ชันนัลลิซึม (Structural functionalism) มาใช้ในการจัดตั้งกระทรวง ๑๒ กระทรวง ในปี ๒๔๔๐ มีการตั้งการปกครองส่วนภูมิภาค ยกเลิกระบบกินเมือง คือระบบ เมืองหลวง เมืองชั้นใน เมืองชั้นนอก เมืองพระยามหานคร และเมืองประเทศราช เป็นมณฑล เทศาภิบาล มีสมุหเทศาภิบาล มีข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณไปบังคับบัญชา บังคับ บัญชานะครับ ไปบังคับบัญชาคือการปกครองเมือง การปกครองอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน การปกครองท้องถิ่นหายไปไหน ถ้าเราจะตีความว่าประเทศราชคือการปกครองโดยเจ้าท้องถิ่น มันก็คือถูกรวบไปอยู่ในมณฑลเทศาภิบาล ที่จริงการปกครองภูมิภาคแบบมณฑลเทศาภิบาล ก็ไปลอกแบบเขามา ลอกจากอังกฤษที่ปกครองอาณานิคมในพม่า ลอกฝรั่งเศสมาจากการ ปกครองอาณานิคมอินโดจีน คือการปกครองในระบบเทศาภิบาลก็มีปัญหามากมาย อย่างเช่น ที่อีสานบ้านผมในปี ๒๔๓๗ สยามกับฝรั่งเศสแบ่งอาณาจักรลาวล้านช้างออกเป็น ๒ ส่วน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเป็นของฝรั่งเศส ฝั่งขวาแม่น้ำโขงเป็นของสยาม ในอาณาบริเวณนี้ก็ปกครอง ด้วยระบบมณฑลเทศาภิบาล มีมณฑลลาวกาว มีมณฑลลาวพวน ยกเลิกลาวประเทศราช ยกเลิกเจ้าผู้ปกครองประเทศราชแบบอาญาสี่ ตัดรายได้เจ้าผู้ปกครองประเทศราช ใช้ระบบ ภาษีอากรเข้ามาเก็บรายได้ส่งท้องพระคลัง มีการเก็บภาษีอากรมากถึง ๓๘ รายการ เก็บทุกอย่าง ภาษีวัวควาย หมูหมา กาไก่ กอไผ่ ใบหม่อน ผ้าผ่อนหมอนหนุน แบบรีดนาทาเร้นในยุคนั้น เช่น เงินภาษีราชการซึ่งเก็บจากชายฉกรรจ์อายุ ๑๘ ปี ถึง ๖๐ ปี เขาเรียกว่าภาษีชายฉกรรจ์ จนประชาชนในบริเวณพื้นที่การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลได้รับความเดือดร้อน มีบางพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นขบวนการ เพื่อที่จะแสวงหาการปกครองในระบอบที่ดีกว่า อย่างเช่นที่อีสานก็มีขบวนการผู้มีบุญ ต้องการที่จะให้สังคมเป็นสังคมพระศรีอารย์ คนเท่าหน้ากันฮาบคือหน้ากลองไซร้ แต่มีท้าวธรรมิกราชเป็นผู้ปกครอง แต่ก็ถูกกำราบ ปราบปรามอย่างราบคาบ ขบวนการต่อสู้ก็กลายเป็นขบถถูกประหารเป็นร้อยเป็นพันคน เรียกว่ากบฏผีบุญ ที่ภาคเหนือก็เป็นกบฏเงี้ยว ที่ภาคใต้ก็เป็นกบฏพระยาแขกที่ต่อต้านระบบเทศาภิบาล ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการปกครอง แล้วก็การเก็บภาษีอากรที่รีดนาทาเร้น ท่านประธานครับ หลังอภิวัฒน์ปี ๒๔๗๕ เราจะเห็นกฎหมายที่รัฐบาลคณะราษฎรได้ออกมาปี ๒๔๗๖ เพื่อที่จะ กระจายอำนาจ เพื่อที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยคืนอำนาจให้กับประชาชน ให้กับราษฎร เป้าหมายก็คือต้องการที่จะให้เป็นเทศบาล ๔,๐๐๐ กว่าแห่ง แต่ปรากฏว่าจนถึง ๖๐ ปี ให้หลังถึงปี ๒๕๓๕ เราตั้งเทศบาลได้แค่เพียง ๑๑๗ แห่งเท่านั้นเอง แม้ว่าในปี ๒๔๙๕ จะมีการตั้งสุขาภิบาล แต่ก็ปรากฏว่านายอำเภอเข้าไปนั่งเป็นประธานบริหาร ปี ๒๔๙๘ ตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็เข้าไปสวมหมวกนั่งเป็นประธานบริหารอีก ความพยายามเรียกร้องที่จะเป็นประชาธิปไตยการกระจายอำนาจเราได้สูญเสียนักการเมือง ฝ่ายประชาธิปไตยไปอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนายเตียง ศิริขันธ์ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายถวิล อุดล ในภาคอีสาน นายจำลอง ดาวเรืองและครูครอง จันดาวงศ์ ถึงปี ๒๕๓๕ ก็มีการสูญเสีย กว่าจะได้การกระจายอำนาจมาในระดับตำบล และปี ๒๕๔๒ เราก็มีการ กระจายอำนาจไปถึงท้องถิ่นถึงครบทุกตำบล แต่ก็เป็นเพียงคอขวด จะเห็นได้ว่าการปกครอง ในส่วนภูมิภาคก็คือการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง อำนาจเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยใช้ระบบ เทศาภิบาล มณฑลเทศาภิบาล และสุดท้ายหลังปี ๒๔๗๕ ก็ต้องมีการยกเลิกไป อย่างไร ก็ตามการปกครองในส่วนภูมิภาคก็ยังมีอยู่จนปัจจุบันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เริ่มต้นตั้งแต่ ปี ๒๔๔๐ จะเห็นได้ว่าการต่อสู้พัฒนาการการปกครองส่วนท้องถิ่นมันไม่ได้ได้มาง่าย ๆ มีความเจ็บปวด มีความสูญเสีย ปี ๒๕๓๕ อย่าลืมมีการสูญเสีย แล้วก็มีการเรียกร้องให้มีการ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ว่าอย่างน้อยก็ได้ อบต. ได้เปลี่ยนจากสุขาภิบาลมาเป็น เทศบาล ถึงเวลาแล้วเพราะการแก้ไขปัญหาเรื่องของการกระจายอำนาจที่จะผ่านแค่กฎหมาย เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สามารถที่จะกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นให้กับประชาชนได้ไปใช้อำนาจ อย่างเต็มที่ มันต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยผ่านการปฏิรูประดับโครงสร้าง ก็คือการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมคิดว่าใกล้ถึงเวลาแล้วที่เราเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว ที่เราจะต้องมีระบบ การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทันสมัย อำนาจอยู่ในมือของประชาชน อำนาจอยู่ในมือของ ท้องถิ่นให้บริหารจัดการส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบคุณมากครับ