มานพ ตั้งคำถามเชื่อมโยงกระเช้า-การกระจายอำนาจ ห่วงถกซ้ำซาก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล หารือประเด็นการกระจายอำนาจตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกตัวอย่างปัญหาการบริหารในพื้นที่ชนบทที่ประสบกับการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่บ่อยและการทับซ้อนของหน่วยงาน จนส่งผลให้โครงการพัฒนาล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการปกครองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองต่อชุมชนได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงความเกี่ยวข้องของเรื่องต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นประชุม รวมถึงกรณีการส่งกระเช้าดอกไม้ ที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งและสร้างความกังวลต่อการใช้เวทีอย่างเหมาะสม

นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องของการกระจายอำนาจครับ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจและมีกลไกส่วนภูมิภาค มันมีประสิทธิภาพจริง วันนี้จะไม่มีการมาพูดถึงเรื่องของการกระจายอำนาจ วันนี้พวกเรา จะไม่เสียเวลาตรงนี้ เพราะว่าอันเดิมมันมีปัญหาเราถึงมาพูดกันประมาณ ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมา อันนี้เรื่องร้อน ๆ เลยครับ ท่านนายกเทศมนตรีสมบูรณ์ ชูเจริญสัมพันธ์ ถามผมอยู่ที่เทศบาล ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่บ้านของผมนี่ว่าท่าน ส.ส. เห็นว่าผู้บริหาร ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะลงพื้นที่เชียงใหม่ ลงตรงไหนหรือ ลงวันไหนหรือครับ เรื่องที่ขออนุญาตใช้พื้นที่จะทำศูนย์เด็กเล็ก จะทำถนน ตอนนี้ยังไม่ได้เลย จะไปพบปลัดกระทรวง เห็นไหมอันนี้คือปัญหาที่มันมีอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราได้มาพูดถึงเรื่องของปัญหาที่มันเป็นอุปสรรคและเป็นอุปสรรค ต่อพี่น้องประชาชนที่จะเข้าถึงระบบพัฒนาของประเทศ ผมไม่ได้คิดว่าวันนี้คุยกันจบแล้ว พรุ่งนี้จะปฏิบัติได้เลย ผมคิดว่าผู้ชี้แจงก็ได้ชี้แจงไว้ชัดเจนแล้วว่าการพูดคุยกัน ความคิดต่าง มันมีอยู่แล้ว การใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎร การใช้กลไกของกรรมาธิการจึงเป็นพื้นที่กลาง ที่จะเอาความแตกต่างเหล่านี้มาพูดกัน ผมได้อ่านเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมดูเนื้อหาแล้วไม่ได้เกินเลยอะไรเลย ไม่ได้ไปพูดถึงรูปแบบการปกครอง ยังคงเป็นรัฐเดียว ไม่ได้ไปแตะด้วยความมั่นคง ไม่ได้ไปแตะเรื่องของการต่างประเทศ ไม่ได้ไปแตะเรื่องของ ระบบเงินตรา ไม่ได้ไปแตะเรื่องของระบบศาลยุติธรรม เนื้อหาทั้งหมดที่ผมอ่านดูแล้ว เรากำลังพูดถึงเรื่องของวิธีการกระบวนการ ขั้นตอนกระบวนการกระจายอำนาจ ยังไม่ได้ลง ถึงเนื้อหา ผู้ชี้แจงก็ได้ชี้แจงแล้วว่าถ้าจะไปขั้นที่ ๑ ต้อง ๑ ๒ ๓ ๔ เรื่องนี้จะต้องมีเงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ เรากำลังพูดถึงเรื่องของกระบวนการแล้วก็ระยะเวลา เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเนื้อหา ผมคิดว่าอันนี้คือชุดความคิดใหญ่ที่ผู้เสนอได้นำเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ทำไมเราต้องกระจาย อำนาจ ผมพยายามจะยกข้อเท็จจริงในพื้นที่ให้กับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่า ผมสนับสนุนร่างนี้ในบริบทของความเป็นชาติพันธุ์ ภาคชนบท ภาคคนชายขอบ มันเป็น อย่างไร มีช่วงหนึ่งช่วงที่ผมทำงานเอ็นจีโอ (NGO) ภาคประชาสังคม ผมมีโอกาสได้กลับไป ทำงานที่บ้านของผมที่อำเภอจอมทอง ซึ่งใช้เวลาประมาณ ๕ ปี ในระยะเวลา ๕ ปี ผมต้อง เจอกับนายอำเภอ ๘ คน หัวหน้าอุทยาน ๕ คน ทุก ๆ ครั้งที่ผมเจอนายอำเภอคนใหม่ ผมต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตลอดเลย นับศูนย์ใหม่ตลอด หัวหน้าอุทยานก็เช่นกัน เรากำลังทำ แผนดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริหาจัดการ ไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ นายอำเภอมาใหม่ก็ต้อง เริ่มต้นใหม่ อุทยานมาใหม่ก็เริ่มต้นใหม่ และคนที่มาใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องต่อเนื่อง มาขัดแย้งอีก อันนี้คือปัญหาที่ผมเจอมาตลอด ประเด็นที่ ๒ ท่านที่อยู่ในกรุงเทพฯ ท่านที่ ไม่เคยไปเจอกับชาวบ้านก็จะไม่เห็นภาพว่าความเป็นพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นตำบล ไม่ว่าจะเป็น อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด คือ อบจ. อบต. เทศบาล ท่านประธานทราบไหมว่ามีหน่วยงาน ราชการส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นตัวแทนของส่วนกลางทับซ้อนลงไปกี่หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กรมทางหลวง กรมอุทยาน กรมป่าไม้ กรมเจ้าท่า กรมนั่นกรมนี่เต็มไปหมดเลย ผมยกตัวอย่างกรณีในพื้นที่ให้เห็นภาพชัด ๆ ท่านที่เคยไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรงบริเวณหน้า เทศบาลตำบลสุเทพ เป็นเทศบาลเมืองนะครับ ตรงข้ามกับเทศบาลเป็นป้อมตำรวจ เทศบาล ขอไฟเขียวไฟแดงใช้ระยะเวลา ๔ ปี เพราะอะไรรู้ไหมครับ พื้นที่ไม่เกิน ๕๐ ตารางเมตร ใช้เวลาอยู่ ๔ ปี เพราะว่าตรงนั้นเกี่ยวข้องอันที่ ๑ คือกรมทางหลวงชนบท เพราะมีถนนสองข้าง อันนี้ ก็ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคต้องจัดการ พื้นที่ตรงนั้นเกี่ยวข้องกับกรมชลประทาน คันคลอง ชลประทานที่ไหลมาจากแม่แตงผ่าน มช. แล้วก็ไหลไปที่สันป่าตอง และพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง ที่รับผิดชอบคือเทศบาล เรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้พี่น้องประชาชนที่เดินทางไปมาเกิดอุบัติเหตุ ต้องเสียชีวิต พื้นที่ขอแค่ทำไฟแดงจราจรใช้พื้นที่ ๕๐ ตารางเมตรไม่ถึงด้วยซ้ำไป ใช้เวลา ๔ ปี อันนี้คือตัวอย่างที่ผมพยายามจะอธิบาย เพราะฉะนั้นเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน มีอีกเคส (Case) หนึ่งอมก๋อยที่บ้านน้อยพลังงาน อบต. ได้งบประมาณจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคเรียบร้อย จัดทำศูนย์เด็กเล็ก มีงบประมาณ เรียบร้อย จะทำหน้าที่ความเป็น อปท. ที่ดี ปรากฏว่าสถานที่สร้างอยู่ในเขตป่าสงวน งบประมาณไม่ได้ ดำเนินการไม่ได้ เรื่องไฟฟ้าที่บ้านแม่จร หมู่ ๒๐ ตำบลบ้านแปะ อำเภอ จอมทอง ตำบลที่ผมอาศัยอยู่มีการปักเสาไฟฟ้า เสาไฟฟ้าตั้งเป็นอนุสรณ์ ๒๐ ปีกว่าที่ไฟฟ้า จะมา เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อุทยาน จังหวัด ปกครอง อำเภอ เรื่องทั้งหมดนี้มันเกี่ยวข้องกับส่วนภูมิภาคที่มันทับซ้อนท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนน เรื่องไฟฟ้า เรื่องการศึกษา เรื่องการพัฒนาอาชีพ เรื่องการปลูกป่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านี้ ท่านจะถ่ายโอนไปเท่าไรก็ช่างเถอะครับ แต่ว่ากฎหมายเหล่านี้มันทับซ้อนท้องถิ่น อย่างไรก็ตามแต่มันไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ที่แม่ฮ่องสอน ผมเดินทางไปแม่ฮ่องสอน อันนี้เรื่องที่แบบเศร้ามากเลย มีตั้งแต่นายก อบต. เทศบาล รวมถึงข้าราชการส่วนภูมิภาค เขาบอกว่าแต่ละปีเขาได้งบประมาณตามที่รัฐบาล บอกว่าจะต้องทำแผน ๑ ๒ ๓ ๔ งบต่าง ๆ ที่รัฐบาลเป็นพิเศษก็ทำมา แต่สุดท้าย ท่านประธานรู้ไหมว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องคืนงบประมาณ เพราะทำไม่ได้ เพราะติดเขตป่า อะไรเหล่านี้ อย่าคิดแค่ว่าการถ่ายโอนแล้วจะทำได้ มันมีส่วนภูมิภาคทับซ้อนลงไป และที่ สำคัญคือส่วนภูมิภาคต่าง ๆ เหล่านี้มาคนละเวลา ขออนุญาตทางตรงนี้ต้องไปหน่วยนี้ แล้วต้องกลับมาตรงนี้ กว่าจะดำเนินการได้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อันนี้คือปัญหา ส่วนที่ผม คิดว่าทำอย่างไรให้ส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ตัดสินใจในพื้นที่โดยการใช้พื้นที่หรือเอเรีย เบสด์ (Area based) ให้มันจบตรงนั้น อย่างนี้เราจะคิดว่าการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ว่า ทุกฝ่าย ทุกองค์กรมันจะเห็นผลสำเร็จ โดยสรุปแล้วผมคิดว่าในภาคของพี่น้องชาติพันธุ์ ชนบทและคนชายขอบ เรื่องสำคัญที่สุดที่จำเป็นจะต้องกระจายอำนาจ ระบบตัดสินใจ ต้องอยู่ในพื้นที่คือเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า ถนน การศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตหรือเขตวัฒนธรรมพิเศษ การพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตบนพื้นฐาน ความหลากหลายชีวภาพที่เขามีต้นทุนอยู่ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นฐาน นิเวศสังคมและวัฒนธรรม การแบ่งปันรายได้เรื่องนี้เรื่องสำคัญ หลายอุทยานเก็บรายได้ ปีหนึ่งเป็นร้อย ๆ ล้านปรากฏว่าส่งเข้าส่วนกลาง ส่วนกลางก็ไม่ถึงที่การคลังด้วย แบ่งคืน ให้กับท้องถิ่น ๕ เปอร์เซ็นต์ กระจายทั้งจังหวัด และจะมีประชาชนที่ไหนมีความรู้สึกร่วมว่า มันคือทรัพย์สินและสมบัติของเขา รูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเรามีกลไกการกระจาย อำนาจโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งจะเรียกอะไรก็ได้ แต่ว่าระบบตัดสินใจมันก็อยู่ที่พื้นที่ แบบนี้ ผมคิดว่ามันจะแก้ปัญหาประชาชนได้ ที่หลายท่านบอกว่าเพื่อประชาชน เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน ท่านลองจินตนาการใช้จิตสำนึกของท่านว่าสิ่งที่ท่านพูดออกมากับสิ่งที่ใน ข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ผมอภิปรายนี้มันตรงหรือขัดแย้งกัน

ประเด็นสุดท้าย อันนี้ก็เป็นคำถามมีสมาชิกในสภาได้พูดหลายครั้ง พูดถึง เรื่องการส่งกระเช้าดอกไม้ ผมถามว่าการส่งกระเช้าดอกไม้มันเกี่ยวข้องอะไรกับการกระจาย อำนาจ ขอบคุณครับท่านประธาน