ประกอบ ชี้ปัญหากระจายอำนาจท้องถิ่นกั๊กภารกิจ-ขาดคน-งบไม่ถึง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยชี้ให้เห็นอุปสรรคสำคัญทั้งด้านการขาดแคลนบุคลากร การกระจายงบประมาณที่ยังไม่เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่กีดกันการดำเนินงานของท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้เร่งผลักดันการถ่ายโอนภารกิจ เงิน และคน ไปยังท้องถิ่นอย่างเป็นขั้นตอนและสอดคล้องกับเป้าหมายตามกฎหมาย โดยเน้นว่าไม่จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญหากสามารถบังคับใช้กฎหมายเดิมให้เกิดผลอย่างแท้จริง

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะ มีส่วนร่วม เรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศ ทางภาคประชาชนได้แก้ไขเพิ่มเติมหมวดที่ ๑๔ ใน ๕ มาตรา คือมาตรา ๒๔๙ ถึง มาตรา ๒๕๓ แล้วก็เพิ่มเติมมาอีก ๖ มาตรา รวมทั้งหมด ๑๑ มาตรา ผมได้ตรวจดูคร่าว ๆ จะเห็นว่าทั้ง ๑๖ มาตรานี้นำไปสู่การแก้ไขการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก ผมได้รับฟัง ผู้เสนอกฎหมาย ได้รับฟังผู้สนับสนุน และได้รับฟังผู้ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยอย่างรอบด้าน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ก็เป็น กฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจายอำนาจ กระจายอำนาจอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าปัญหา อุปสรรคก็คือการกระจายที่ไม่แท้จริง ยังมีอุปสรรคในด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ให้ท้องถิ่นนั้นไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นผมกราบ เรียนท่านประธานว่ามันกระจาย ๓ เรื่องด้วยกัน ถ้าเกิดกระจาย ๓ เรื่องนี้ไม่ประสบ ความสำเร็จหรือมีอุปสรรคก็ไม่ใช่การกระจายอำนาจที่แท้จริง ๓ เรื่องที่ผมกราบเรียน ท่านประธานคือเรื่องอะไรบ้าง

เรื่องแรกการกระจายคน ประเทศเรามีการปกครองบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นยึดโยงกัน ผมกราบเรียนว่าโครงสร้างนี้ไม่ใช่ โครงสร้างที่สร้างความเสียหาย ไม่ใช่โครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาท้องถิ่น ต่อการ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โครงสร้างนี้ใช้ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องโครงสร้างผมก็หวั่นเกรงว่า หลายคนก็มีปัญหา อย่างท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาก็กังวลมากว่าถ้ายกเลิกการบริหาร ราชการส่วนภูมิภาคเขาจะอยู่ตรงไหน หรือไม่ มันไม่เป็นหลักประกัน ก็เป็นสิ่งที่เขากังวล การกระจายคนผมคิดว่าจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ วันนี้เราบริหารราชการแผ่นดิน โครงสร้าง ในการบริหารนั้นมันไม่สอดรับกับการกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่สอดรับอย่างไร คนไปกองที่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แต่ส่วนท้องถิ่นนั้นแทบไม่มีคนเลย บุคลากรด้านสาธารณสุขมีไหม ก็แทบไม่มี เรากระจายไปแล้วโรงพยาบาล แต่บุคลากร ยังไม่มีคนรองรับ เรากระจายการศึกษาไปท้องถิ่น แต่ถามว่าบุคลากรด้านการศึกษา เพียงพอไหม ไม่เพียงพอ หลายเรื่องที่เป็นภารกิจของท้องถิ่นแต่เรายังขาดคน เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดูแลเป็นพิเศษก็คือเรื่องของการกระจายคนให้ไปสู่ท้องถิ่นให้มาก สามารถ ที่จะดำเนินภารกิจของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ทั้งด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข โครงสร้าง พื้นฐานหรือทุกด้านที่ท้องถิ่นมีความจำเป็น

เรื่องที่ ๒ เรื่องการกระจายเงิน ก็คืองบประมาณ จริง ๆ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติขั้นตอนการกระจายอำนาจก็มีบทบัญญัติที่ให้รัฐบาลกลางจัดสรร งบประมาณไปสู่ท้องถิ่นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ แต่ปัญหาวันนี้หลาย ๆ ปีแล้วยังกระจาย เม็ดเงินไปสู่ท้องถิ่นไม่ได้ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ผมก็กังวลว่าร่างภาคประชาชน ที่จะให้กระจายเม็ดเงินไปยังท้องถิ่นร้อยละ ๕๐ นั้นทำได้หรือไม่ ผมอยู่กับความเป็นจริง อะไรที่ทำไม่ได้ก็ไม่อยากทำ อะไรทำได้ก็ต้องทำ เราต้องกินข้าวทีละคำแล้วก็อิ่มเอง ถ้าเกิดว่าทำอะไรไม่เป็นขั้นตอนมันเสียเวลา เสียความรู้สึกและในที่สุดมันก็ทำไม่ได้ ยกตัวอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแม้แต่เรื่องการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ก็ยังทำไม่ได้ แล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์จะทำได้หรือ เราเสียเวลาเปล่าไหม นี่คือ เรื่องกระจายงบประมาณ

สุดท้าย การกระจายงาน คือการกระจายภารกิจของท้องถิ่น ผมว่าวันนี้ หลายเรื่องที่ส่วนกลางยังกั๊กภารกิจของท้องถิ่นที่ไม่สามารถให้ท้องถิ่นสามารถจัดการ กับตนเองได้ กระจายเงินไป แต่ภารกิจนั้นยังกั๊กไว้ ไม่กระจายอย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างว่า คราวที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ไปศึกษาโรงเรียน ขนาดเล็ก โรงเรียนท้องถิ่นในหลายจังหวัด พบจังหวัดหนึ่งขออนุญาตเอ่ยชื่อไม่เสียหาย จังหวัดพิษณุโลกแต่ไม่ขอเอ่ยชื่อโรงเรียน โรงเรียนเขายากลำบากมาก ถนนไร้ฝุ่น ห้องเรียน ก็แย่มาก วันนั้นโชคดี อบต. เทศบาลตำบลได้มาร่วมประชุมด้วย เขาบอกว่าท้องถิ่นมีความพร้อม ที่จะช่วยเหลือโรงเรียน แต่ว่าเขาไม่สามารถทำได้เพราะว่าติดขัดกับข้อระเบียบ ข้อบังคับ เขาเกรงว่า สตง. จะท้วงติง โดนตรวจสอบจะมีความผิด ตรงนี้ที่ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ต้องทำ เร่งด่วนก็คือไปทำลายระเบียบข้อบังคับที่มันเป็นอุปสรรคขัดขวางกับการกระจายอำนาจ และต้องเดินให้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ตามพระราชบัญญัติขั้นตอนการกระจายอำนาจและต้อง กระจายคนไปสู่ท้องถิ่นให้มีความพร้อม ถ้าเกิดว่ารัฐบาลได้กระจาย ๓ เรื่องที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน ผมคิดว่าไม่จำเป็นเร่งด่วนที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายเก่าใช้ได้ เพียงแต่ไปดูอะไรเป็นอุปสรรค อะไรเป็นปัญหาแก้ตรงนั้นก่อน ตรงนี้จะมีความสำเร็จได้ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งรีบในการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ