ภาคิน สมมิตรธนกุล อภิปรายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น โดยยืนยันว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีความสมบูรณ์ครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายลูกที่มีอยู่แล้ว พร้อมยกตัวอย่างประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะอภิปรายการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในหมวดที่ ๑๔ เกี่ยวกับ เรื่องของการปกครองท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แล้ว ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการเมือง สังคม ครบครอบคลุมหมด ทำไมผมถึงพูดเช่นนี้ เราจะเห็น ว่ารัฐธรรมนูญนั้นโดยเฉพาะในหมวดของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเขียนไว้ชัดแจ้ง และชัดเจน ครอบคลุมไว้หมดแล้ว ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ ผู้ที่มาเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญในวันนี้จะได้ไม่เข้ามา เหตุผลที่ได้เข้ามาเสนอ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้เขียนไว้ในมาตรา ๒๖๕ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเสนอผ่านเข้ามาได้ โดยรวมชื่อ ของประชาชนกว่า ๕๐,๐๐๐ คนนำมาเสนอในที่นี้ แต่มีเงื่อนไขภายใต้บังคับของมาตรา ๒๕๕ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนว่าจะไปแบ่งแยกรัฐไม่ได้ เป็นอิสระ แบ่งแยกไม่ได้ อันนี้เขียนชัดเจนไว้ ตรงนั้นอยู่แล้ว ฉะนั้นความดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีแน่ เพราะคนที่ร่างก็คือคนที่มีความรู้ความสามารถ ในหลายวิชาชีพที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กว่าจะมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราใช้ ผู้เชี่ยวชาญในทุกมิติเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อร่างเสร็จแล้วเราก็ยังได้ให้ทำ ประชาพิจารณ์ผ่านพี่น้องประชาชนคนไทยกว่า ๖๐ ล้านคน แล้วก็ผ่านความเห็นชอบจาก พี่น้องประชาชนมาครบถ้วนทุกประการแล้ว อันนี้คือรัฐธรรมนูญที่มันสมบูรณ์แบบที่ได้ นำมาใช้ พอมาดูในมิติของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ ครอบคลุมครบหมดแล้ว ก็คือให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการที่จะเป็นเจตนารมณ์ของ ประชาชนในท้องถิ่น ฉะนั้นการปกครองในท้องถิ่นก็ยึดโยงกับคนในท้องถิ่น แต่ด้วยการปกครอง แบบท้องถิ่นที่มันกระจายในรูปแบบของกฎหมายเป็นกฎหมายลูกที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายเทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีกฎหมายแยกมาแล้ว กฎหมายปกครอง ส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็มีกฎหมายฉบับหนึ่งแล้ว แต่ดูเหมือนผู้มาชี้แจงวันนี้ กำลังจะเขียนกฎหมายลูกไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูแล้วมันก็มีในรายละเอียดของ พ.ร.บ. อยู่แล้ว ฉะนั้นกฎหมายที่เป็นส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้เขียนครอบคลุม ไว้เพื่อให้ออกเป็นพระราชบัญญัติได้ มีกฎหมายหลายฉบับที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภา มาแล้วที่จะแก้ไข ไม่ว่าจะการเข้าชื่อยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่า เรื่องของการจัดเก็บรายได้ หารายได้ ก็มีครอบคลุมที่จะเป็นพระราชบัญญัติไว้ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าผู้เชี่ยวชาญที่ได้เขียนขึ้นมาผ่านขั้นตอนแล้ว แต่ท่านผู้มาชี้แจง ท่านเขียนมาคนเดียวมาเสนอในสภาแห่งนี้ ท่านพูดมาหลายครั้งที่ชี้แจงว่าท่านเป็นคนเขียน คนเดียว แล้วมาเสนอในสภาแห่งนี้ อันนี้ผมก็ยังงง ๆ สงสัยอยู่ ฉะนั้นเห็นว่าในมาตรา ๒๔๙ ก็เขียนให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว พอมาตรา ๒๕๐ ของรัฐธรรมนูญก็เขียนชัด เรื่องของอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองในแต่ละแบบ แต่ที่เน้นย้ำก็คือว่าทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแบบไม่เท่ากัน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีรายได้ดี เพราะมีการจัดเก็บรายได้ดี มีรายได้ในการทำงานตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ก็คือไปร่วมกับเอกชนได้ ไม่ห้าม เขียนไว้แล้ว เราจะเห็นว่าในหลายจังหวัดที่เป็น เทศบาล ในหลายจังหวัดที่เป็น อบต. ที่มีขนาดใหญ่มีความหนาแน่นของประชากรนั้น ก็มีรายได้จากจัดเก็บเข้ามาแล้วก็ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่มันมีบางเทศบาล อบต. ที่จัดเก็บ รายได้น้อย อันนี้ก็แน่นอนหน่วยงานภาครัฐก็ต้องเข้าไปดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่ยังช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดเก็บขยะ ฉะนั้น เทศบาลขนาดใหญ่ก็สามารถดำเนินการเองได้หมดร่วมมือเอกชนได้ แต่ถ้าเป็นลักษณะของ เทศบาลขนาดเล็กก็มี เดี๋ยวนี้เขามีรวมกันเขาเรียกเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) รวมกันในการ คัดแยกขยะเอามารวมกัน แล้วก็มีเอกชนให้ความสนใจที่จะมาดำเนินการคัดแยก หรือจะไป ตั้งเป็นโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าได้ เห็นไหมว่าเทศบาลนั้นมีความคล่องตัว มีความเจริญก้าวหน้าไป ค่อนข้างดีเยอะ มันมีผลประจักษ์ให้เห็นอย่างไร มีผลประจักษ์จากการจัดเก็บรายได้ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๔ นั้นรายได้ของ อปท. มีถึง ๗๘๙,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นจัดเกือบเองก็เกือบแสนล้านแล้ว รัฐจัดเก็บให้ตั้ง ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเงินอุดหนุนช่วยอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ก็คือความดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไปได้ดีมาก รัฐบาล ปัจจุบันนี้ก็บริหารจัดการอุดหนุนช่วยเหลือองค์กรปกครองท้องถิ่น ๓ ปีที่ผ่านมาเห็นว่า มีตัวเลขที่ที่มั่นคงแน่นอนคือเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทุกปีงบประมาณ ฉะนั้นเราจะเห็นว่า การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นสมบูรณ์แบบ ทุกประการ มันเป็นการแข่งขันกันภายในท้องถิ่นของผู้บริหารในแต่ละระดับ เราจะเห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทศบาลที่ยังไม่เจริญก้าวหน้า เขาเห็นเทศบาลข้าง ๆ เขามันเจริญก้าวหน้ารวดเร็ว เขาก็พยายามจะปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ถ้ามีผู้บริหารที่เก่งในเทศบาลนั้นก็จะพัฒนาตัวเองในการที่จะขยับขึ้นมาเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น เราอาจจะเห็นในสภาแห่งนี้อาจจะเคยเป็นนายกเทศบาลมาแล้ว อบต. มาแล้ว นั่นแหละครับ คือผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถก็คือเข้าไปบริหาร จัดการเชื่อมโยงเอางบประมาณไปลงในพื้นที่ตัวเอง ซึ่งยังมีมิติของงบประมาณในหลาย ๆ มิติ ฉะนั้นสรุปแล้วผมจึงเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังสมบูรณ์แบบในหมวดที่ ๑๔ ในเรื่องของ การปกครองส่วนท้องถิ่นมีครบสมบูรณ์ทุกประการไม่จำเป็นต้องแก้ไขครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ