ทัศนีย์ ชูปลดล็อกท้องถิ่น 4 ด้าน เร่งกระจายอำนาจ-เงิน เพิ่มอิสระบริหาร

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น พร้อมเสนอปลดล็อกทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร อำนาจการบริหาร และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อแก้ปัญหาการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันขอขอบคุณคุณธนาธร พร้อมคณะ แล้วก็ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนเกือบ ๘๐,๐๐๐ คนที่เสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น หากประเทศไทยเราไม่มีการ กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ไม่ให้อิสระกับท้องถิ่น และไม่ให้ประชาชนในท้องถิ่นตัดสินใจ ในการบริหารงานของท้องถิ่น ประเทศไทยคงไม่มีทางที่จะไปไกลกว่านี้ได้ เพราะไม่มีใครรู้ ปัญหาของท้องถิ่นได้ดีเท่ากับคนในท้องถิ่น ปัญหาของท้องถิ่นในปัจจุบันนี้ก็เกิดจากการ ที่เรารวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ขาดการกระจายอำนาจ ทั้งการเขียนกฎหมายที่จำกัดอำนาจ ของท้องถิ่น โดยภารกิจส่วนใหญ่ยังคงผูกติดไว้กับส่วนกลาง การโอนภารกิจก็ยังล่าช้า ไม่มีสภาพบังคับ องค์กรตรวจสอบทั้งหลายมักจะตีความกฎหมายจำกัดอำนาจของท้องถิ่นไว้ อีกทั้งส่วนแบ่งรายได้ก็ไม่เท่าเทียม ท้องถิ่นไม่มีอิสระในการที่จะใช้งบประมาณเท่าที่ควร และที่สำคัญมีรายรับน้อย ได้ส่วนแบ่งภาษีที่น้อยและมีข้อจำกัดในการกู้เงิน อีกทั้งยังแบกรับ งบประมาณรายจ่ายประจำไว้มากจนไม่มีงบที่จะทำภารกิจต่าง ๆ และผลจากการที่ถูกจำกัด อำนาจและเงินทำให้ท้องถิ่นไม่มีการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ดิฉันในฐานะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารท้องถิ่น จากข้าราชการ ในท้องถิ่น ถึงปัญหาในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและพยายามหาทางแก้ไขปัญหา มาโดยตลอด ก็พบว่าสาเหตุปัญหาดังกล่าวมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งยกร่างโดยทีมงาน ของ คสช. ที่มีการตีกรอบความคิดที่จะรวมศูนย์อำนาจ ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของรัฐสภาที่จะได้มีโอกาสแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ หมวดการ ปกครองท้องถิ่น โดยดิฉันเห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นการปลดล็อกท้องถิ่น ทั้ง ๔ ด้าน ปลดล็อกเงิน เราจะต้องกระจายงบประมาณที่เคยรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลางนำไปไว้ ให้กับประชาชนในท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาในพื้นที่ของเขาเอง เพื่อเพิ่มการหารายได้ใหม่ ของท้องถิ่น และท้องถิ่นจะมีอำนาจในการเก็บภาษีใหม่ ๆ สามารถกู้เงินและออกพันธบัตร ได้ง่ายขึ้น โดยให้ส่วนกลางมีหน้าที่ให้เงินอุดหนุนเพื่อสร้างความเท่าเทียมระหว่างท้องถิ่น เท่านั้น ที่ผ่านมากฎหมายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่นถูกกำหนดไว้ไม่ชัดเจน และไม่สามารถทำให้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จึงจำเป็นจะต้องเพิ่มสัดส่วนงบประมาณให้ถึง ร้อยละ ๓๕ ในทุกพื้นที่ภายใน ๒ ปีงบประมาณ และยังจำเป็นจะต้องลดและยกเลิกงานฝาก จากส่วนกลางออกจากบัญชีค่าใช้จ่ายท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีงบประมาณใช้จ่ายเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ปลดล็อกคนต้องเพิ่มความดึงดูดของงานราชการ ในท้องถิ่น และทำให้ในแต่ละพื้นที่มีบุคลากรที่เพียงพอที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชน เพราะปัจจุบันนี้เราพบว่าบุคลากรมากระจุกอยู่ที่ส่วนกลางหมด แต่ในระดับท้องถิ่น อบต. บางแห่งระดับธุรการต้องรักษาการ ผอ. กอง ถึง ๒-๓ กองเลย เพราะไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ ก็เกิดจากที่ คสช. ออกประกาศฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ ที่กำหนดให้การคัดเลือกบุคลากรเพื่อ ปฏิบัติงานในท้องถิ่นต้องมาจากส่วนกลางในการสอบคัดเลือก การปฏิบัติหน้าที่ของท้องถิ่น จึงถูกคัดเลือกจากประกาศฉบับนี้ ไม่ให้ได้คนในท้องที่ เลยไม่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง และเป็นการให้อำนาจส่วนการในการใช้งบประมาณสอบคัดเลือกทำให้เกิดความยุ่งยากกับ ท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าว เพราะท้องถิ่นจะต้องมีสิทธิในการสอบ คัดเลือกที่จะคัดหาคัดสรรบุคลากรของเขาเอง ปลดล็อกงาน เราต้องเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริการสาธารณะ และให้ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทำหน้าที่ เพียงกำกับดูแล ไม่ใช่บังคับบัญชา รวมทั้งกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่บังคับใช้กับท้องถิ่น ที่กำหนดโดยส่วนกลางลง เพื่อให้การบริหารงานของท้องถิ่นเกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน ที่สำคัญปลดล็อกอำนาจ เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจในการจัดบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ ของเขาเอง เว้นที่ท้องถิ่นทำได้ไม่กี่เรื่องที่ท้องถิ่นห้ามทำก็ เช่น ด้านทหาร ด้านความมั่นคง ถ้าหากเราปลดล็อกท้องถิ่น เราจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ต่อท้องถิ่นและต่อประเทศชาติ อย่างมาก กล่าวคือในส่วนของประชาชนนั้นปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่จะได้รับการ แก้ไขอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยผู้บริหารของท้องถิ่นที่ประชาชนเลือกเข้ามา และลดขั้นตอนการดำเนินงานความล่าช้าจากส่วนกลาง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตได้ดี ที่บ้านเกิด เราไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่เมืองใหญ่ และประชาชนในพื้นที่จะมีคุณภาพชีวิต ที่ไม่แตกต่างกันมาก เพราะโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละท้องที่ไม่แตกต่างกัน ประชาชนจะเข้า มามีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานในท้องถิ่นมากขึ้นในฐานะพลเมือง เช่น การเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมายท้องถิ่น การถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในการ จัดทำงบประมาณ และการตัดสินใจในการดำเนินงานของท้องถิ่น รวมไปถึงประชาชน สามารถตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่นเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต ในส่วนของที่จะเกิด กับท้องถิ่นนั้นเราจะลดภาระการรายงานและเพิ่มอิสระให้ท้องถิ่นมากขึ้นโดยไม่ถูกส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคขัดขวาง และท้องถิ่นจะมีงบประมาณเพียงพอในการที่จะทำภารกิจ และโครงการใหม่ ๆ และมีอิสระในการตัดสินใจในท้องถิ่น และสามารถลดความเหลื่อมล้ำ ของท้องถิ่นที่มีงบประมาณมากกับท้องถิ่นที่มีงบประมาณน้อย ท้องถิ่นจะได้รับการพัฒนา ตามความต้องการของพื้นที่ ไม่ใช่คนออกคำสั่งมาจากส่วนกลาง ไม่รู้จักพื้นที่ ไม่รู้จักความ ต้องการของพี่น้องประชาชน ประเทศไทยจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การบริหาร ราชการส่วนกลางจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะราชการส่วนกลาง จะสามารถมุ่งไปที่การพัฒนาประเทศโดยภาพรวม โดยไม่ต้องเสียทรัพยากรเพื่อที่จะ แก้ปัญหาของท้องถิ่น รัฐราชการของประเทศไทยเราก็จะไม่ใหญ่เทอะทะ และสามารถรับมือ กับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้เร็วขึ้น การกระจายอำนาจเพื่อคืนอำนาจให้ท้องถิ่นและยุติ รัฐราชการรวมศูนย์เป็นกุญแจดอกเดียวที่เราจะปลดล็อกท้องถิ่นที่ถูกกดทับมาโดยราชการ รวมศูนย์มาตลอด แล้วเราจะช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยการ กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะปลดล็อกท้องถิ่น ฉบับนี้ และดิฉันขอเรียกร้องไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ทุกท่านอภิปรายในช่วงแรกดิฉันก็เห็น ทุกคนบอกว่าเห็นด้วย เห็นด้วย แต่ว่าข้อคิดเห็นที่เห็นต่างมาเราสามารถเข้าไปคุยกันได้ ในชั้นกรรมาธิการ ดิฉันขอนำมาร่วมกันวันนี้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น คืนอำนาจให้ ประชาชน ลดอำนาจส่วนกลาง ลดอำนาจเผด็จการ แล้วให้ประชาชนตัดสินอนาคตของ ท้องถิ่นด้วยตัวของเขาเองเถอะค่ะ ขอบคุณค่ะ