อนุศักดิ์ ชี้ร่างรัฐธรรมนูญเน้นกระจายอำนาจ ถามชัดท้องถิ่นอิสระแบบใด

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

อนุศักดิ์ คงมาลัย อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของท้องถิ่น โดยเน้นให้ชี้ชัดว่าท้องถิ่นควรมีความเป็นอิสระในลักษณะใด ระดับใด และเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้กรอบกฎหมายอย่างแท้จริง

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผู้ประกอบการกิจการขนาดกลาง และขนาดย่อม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายในส่วนของการนำเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เข้ามาซึ่งเป็นการนำเสนอผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ก็เน้นในเรื่อง ของการปรับปรุงปัญหากระบวนการภายใต้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเน้นหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นซึ่งก็มีการถูก หยิบยกขึ้นมาพูดถึงในมาตรา ๒๔๙ ซึ่งมีลักษณะที่ใช้ประโยคเดียวกันคำว่าภายใต้บังคับ มาตรา ๑ ในมาตรา ๒๔๙ เช่นเดียวกันของรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แต่ประเด็นมีอย่างนี้ ว่ารัฐจะต้องจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแบบกระจายอำนาจ และต้องให้ความเป็น อิสระแก่ท้องถิ่นตามหลักการแห่งการปกครองตนเอง คำว่า อิสระ ผมขออนุญาตเรียนถามว่า จะเป็นอินดีเพนเดนต์ (Independent) หรือจะเป็นออโทโนมัส Autonomous ช่วยเตรียม ตอบไว้ด้วย เป็นการปกครองตนเองแบบไหน แล้วท้องถิ่นในตรงนี้เป็นท้องถิ่นระดับอำเภอ ตำบล หรือระดับจังหวัด เพื่อที่จะนำมาชี้แจงให้ถูกต้องว่าเรามองภาพท้องถิ่นเป็นภาพ เดียวกันไหม ชุมชนท้องถิ่นเป็นชุมชนเดียวกันหรือเปล่า แล้วก็มีความหลากหลายที่เป็นอยู่ ดังนั้นในเรื่องของการนำเสนอครั้งนี้เห็นด้วยมากเลยในเรื่องของเจตนารมณ์ของประชาชน ในท้องถิ่นมีอย่างไร เราจะต้องมีการกระจายอำนาจ ซึ่งแน่นอนที่ผ่านมาการกระจายอำนาจ มันดูจะค่อนข้างล้มเหลว มี พ.ร.บ. กระจายอำนาจ มีการพยายามที่จะทำให้อำนาจส่วนกลาง กระจายลงไปสู่ท้องถิ่น เพื่อให้แก้ปัญหาที่เป็นความจำเป็นที่เป็นปัญหาของประชาชน เป็นความต้องการของคนที่อยู่ในพื้นที่ แล้วตอนนี้ถ้าเราพูดถึงท้องถิ่นมีพื้นที่อยู่ทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่งในระดับตำบล และ ๗๐ แห่งในระดับจังหวัด ซึ่งตรงนี้ถือเป็นประเด็น ที่สำคัญที่เรากำลังมามององคาพยพของประเทศเราในฐานะรัฐที่เป็นรัฐเดียวและรัฐที่ แบ่งแยกไม่ได้ด้วย แต่ปัญหาก็คือที่ท่านได้พูดถึงเริ่มต้นจากการแจกแจงปัญหาในพื้นที่ที่เป็น ปัญหาจริง ๆ เราประสบ เราเห็น แล้วเราก็ต้องพยายามจะช่วยกันแก้ในมุมมองของพี่น้อง ประชาชน จะเป็นปัญหาน้ำใช้ไม่ได้สุขอนามัย เด็กนักเรียนเรียนหนังสือไม่พอเพียง หรือเงิน ไม่พอที่จะใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นล้วนเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่มีใครปฏิเสธนะครับ แต่ประเด็นสำคัญก็จะเป็นบอกว่าปัญหานั้นกำลังจะถูกขมวดเข้ามาอยู่ที่ว่าท้องถิ่นไม่เข้มแข็ง เพียงพอ เพราะการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นยังไม่ตอบสนองความเป็นประโยชน์สุข ของประชาชน หรืออำนาจในท้องถิ่นที่มีอยู่จำกัด หรือถูกครอบงำกำหนดโดยราชการ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ท้องถิ่นไม่สามารถจัดบริการสาธารณะให้ครอบคลุมกับปัญหา และความจำเป็น หรือความต้องการของพี่น้องประชาชนจริงไหมตอนนี้ หลายที่ที่พยายาม ทำอยู่และทำได้ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นเพราะว่าเขามีช่องทางในการดำเนินการ เพราะจริง ๆ รัฐธรรมนูญก็เปิดทางไว้ให้ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่เกิดขึ้น อย่างแท้จริง เพราะสาเหตุจากรัฐธรรมนูญในหมวด ๑๔ นี้จริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราคง จะพูดว่าถ้าเรามองทั้งองคาพยพร่างกายก็ไม่สมบูรณ์ บางอวัยวะก็อ่อนเปลี้ย บางพื้นที่ ก็อาจจะเป็นโรคผิวหนัง ดูแล้วชีพจรก็อาจจะดูไม่สม่ำเสมอ บางส่วนก็สุกใส บางส่วน ก้าวหน้าดี แต่บางส่วนก็เรื้อรังแล้วก็รุมโรค เป็นปัญหาจริง ๆ เห็นได้ชัด แต่ว่าในลักษณะ แบบนี้สิ่งที่กำลังจะกำหนดองคาพยพนี้ก็คือการที่เราจะทุบบางอย่างทิ้งไปเสีย ตัดบางอย่าง ทิ้งไปเสีย เพื่อที่จะสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา วิธีคิดก็น่าจะดีเหมือนกระตุกกระตุ้นให้มีการเร่งรัด การกระจายอำนาจ แล้วก็ปลุกจิตสำนึกของสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ สภาให้ช่วยกัน ร่วมมือ ติดตามดูกัน กระบวนการในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป ประเทศ และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติที่มอบอำนาจไว้ให้กับวุฒิสภาก็ทำเรื่องนี้ มาตลอด กำลังแก้ไขปรับปรุงมีหลายเรื่องที่เห็นได้ชัด แล้วก็เชื่อไหมว่าความเข้มแข็งของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นเขามีอยู่จริง แล้วเขามีอยู่ในพื้นที่ของเขาไปนับพื้นที่ได้ ทั่วประเทศ เพราะอะไร เพราะเขามีความสมัครสมานสามัคคีกันตั้งแต่ในระดับผู้ปกครอง ท้องที่ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมีการบริหารงานท้องถิ่นเกิดขึ้นมีเลือกนายก อบต. มีการ ตกลงกัน ไม่ฆ่าแกง ไม่ประหัตประหารกัน ไม่ใช้งบประมาณ ไม่ใช้เงินซื้อเสียง จนกระทั่ง แย่งกันเข้าไป และที่สำคัญภาคประชาชนของเขาเข้มแข็งในพื้นที่นั่นก็คือภาคประชาชนที่มี ส่วนร่วมภายใต้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลไกตรงนี้กำลัง เบ่งบาน กำลังเติบโต แล้วมีกระบวนการในการที่ทำให้ผู้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม แต่ไม่ใช่ ร่วมแบบปัจเจก แต่ร่วมกับการที่ไปร่วมมือกันแล้วตั้งเป็นชมรม เป็นองค์กร เป็นกลุ่ม แล้วก็ ตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนมีกฎหมายรองรับ แต่แน่นอนเราก็เห็นได้ชัดเมื่อไปติดตามเรื่องนี้ เราก็พบว่าก็มีกลไกภาครัฐที่มีความแข็งตัว มีการไม่ยืดหยุ่นแล้วก็ทำให้กลายเป็นปัญหา ที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการกระจายอำนาจ ดังนั้นสิ่งที่ถูกวางเอาไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมมองมีลักษณะที่เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว ที่สำคัญก็คือว่าการให้เป็นอิสระนั้นมันซ่อนไว้ด้วยอะไรหรือไม่ จะไม่ซ่อนก็ดี ก็สามารถ ที่จะชี้แจงได้ อะไรได้ แต่เจตนารมณ์ที่จะทำให้เกิดความสามารถในการจัดการตนเอง เรามีวิธีการ ท่านได้ไปดูบ้างไหม ท่านไปเห็นไหม กระบวนองค์กรชุมชนที่อยู่ตามจังหวัด ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศเขาทำอะไรกันอยู่ แล้วเขามีข้อคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร ที่สำคัญ กระบวนองค์กรชุมชนทั้งที่มีส่วนร่วมเหล่านี้กำลังมีส่วนร่วมอยู่จริง ๆ เขาได้มีส่วนร่วมอยู่ใน ๗๖,๐๐๐ กว่าคนนี้หรือเปล่า เพราะผมเห็นจากแผ่นที่ท่านได้นำมาแจกนี้ก็ต้องกราบขออภัย ไม่ได้ดิสเครดิต (Discredit) ท่าน ๗๖,๐๐๐ กว่าคนนั้น แต่ว่าอ่านดูแล้วเหมือนโฆษณา ห้างสรรพสินค้า น้ำตาลราคาถูก ๓ บาท น้ำมันพืช ส่วนลดสินค้าราคาพิเศษ แต่พอไปจริง ๆ สินค้าหมดแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน