ชวน หลีกภัย ระบุชื่อผู้ที่จะกล่าวต่อคือ คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา
ต่อไปคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ
อย่างข้อแรกในส่วนของมาตรา ๒๔๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการบริหารและการจัดทำบริการ สาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง ซึ่งอันนี้ดิฉันขอถามว่ามีหลายท่าน ที่อภิปรายว่าถ้าประชาชนในท้องถิ่นต้องการจะยกระดับรูปแบบการปกครองท้องถิ่น ของตนเองเป็นรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเหมือนกรุงเทพฯ กับพัทยา ขีดความสามารถในการปกครองตนเองยังไม่พร้อมไม่ว่าจะทั้งในเรื่องของรายได้ ไม่ว่าจะเรื่อง จำนวนประชากร ในเรื่องของพื้นที่ ทุกจังหวัดอยากจะยกฐานะตัวเองเป็นรูปแบบ การปกครองรูปแบบพิเศษหมด แล้วรัฐบาลกลางจะต้องซัปพอร์ต (Support) และทีนี้จะเอา งบประมาณมาจากไหน เพราะทุกวันนี้รัฐบาลยังจะต้องทำงบขาดดุลอยู่ทุกปีเลย ในส่วนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระ อยากจะต้องการเป็นอิสระ แล้วการตรวจสอบ ได้พูดถึงไหม ท่านมีความชัดเจนหรือไม่ ตรงนี้ในมาตรา ๒๕๔/๖ (๓) ที่ในร่างได้บอกเอาไว้ว่า ให้จัดตั้งสภาพลเมืองประจำท้องถิ่นโดยให้สมาชิกมาจากการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันภายใน ประชาชนในท้องถิ่นทุกปี เพื่อทำหน้าที่เสนอ แล้วก็ตรวจสอบการบริหารจัดการขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น คำถามก็คือว่าใครเป็นคนเลือกสภาพลเมืองประจำท้องถิ่นและ ผู้เชี่ยวชาญจะมีหรือไม่ ใครจะเป็นคนเลือก ใครจะเป็นคนจัดตั้ง แล้วมันใช่ประชาธิปไตย อย่างแท้จริงหรือเปล่า ขนาดสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร ท่านเองอธิบายเลยว่าสุดท้ายพอเลือกเข้าไปก็กลืนไปกับฝ่ายบริหารไปเป็นพวกเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์อะไรก็ตาม แล้วท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการที่ท่าน แต่งตั้งมาอาจจะเป็นพวกพ้องกับฝ่ายบริหารหรือในส่วนของสภา แล้วมันก็ไม่สามารถ ที่จะทำการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง อันนี้ดิฉันฝากทางท่านได้พิจารณาแล้วก็ขอเป็นตั้ง ข้อสังเกตไว้ และส่วนมาตรา ๒๕๒ (๓) ให้รัฐบาลจัดสรรในส่วนของรายได้สุทธิของรัฐบาล ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ภายใน ๓ ปี นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มาจากรายได้สุทธิของรัฐบาล ปัจจุบันนี้งบประมาณของแผ่นดินรัฐบาลยังจัดสรรให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่อปียังไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เลยทุก ๆ ปี เพราะเงินไม่พอ ต้องจัดสรร ให้กับคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานร้องขอมาในแต่ละปี เราต้องดูแลรัฐบาลต้องดูแล ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสาธารณสุข การเกษตร พื้นที่ส่วนกลางที่รัฐบาลจะต้องดูแล จะต้องปรับปรุง หรือจะต้องสร้างเพื่อให้กับคนทั้งประเทศ ไม่ใช่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ว่าต้องดูแลในภาพรวมทั้งหมด รัฐบาลเองก็ต้องดูแลไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของสวัสดิการแห่งรัฐ ค่ารักษาพยาบาล สิทธิบัตรทองหรือโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรด้วย ซึ่งอันนี้เราก็ต้องดูแลในภาพรวมทั้งหมดทั้งประเทศ เช่นเดียวกันในส่วนของรัฐบาล แต่ถามว่าแล้วจะเอาเงินมาจากที่ไหน ถ้าเกิดว่าให้ท้องถิ่น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขนาดนั้น ทุกวันนี้รัฐบาลก็ยังต้องกู้เลย ในส่วนของมาตรา ๒๕๓ บอกว่า ให้ อปท. สามารถกู้เงินออกพันธบัตรได้ ดิฉันว่ามันจะส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง อย่างรุนแรงมาก คืออาจจะทำให้เกิดการทุจริตอย่างกว้างขวาง การเลือกตั้งท้องถิ่นเสร็จ หมดวาระ ก็จะมีแต่การกู้ การออกพันธบัตร แล้วท่านจะเห็นไฟกินรีนี้อาจจะทุกหย่อมหญ้า ทั้งประเทศเลยก็เป็นไปได้ ถ้าเกิดว่าเราไม่มีรัฐบาลกลางที่จะมาคอยควบคุมกำกับดูแล เพราะถ้าเกิดว่าเป็นรัฐอิสระอย่างที่ท่านต้องการอยากจะทำอะไรก็ทำ ซึ่งมันสุ่มเสี่ยงมาก ๆ มันอาจจะเป็นไปได้กับการที่จะต้องล้มละลาย เราจะเห็นภาพล้มละลายขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในหลาย ๆ จังหวัด อันนี้ซึ่งเป็นอะไรที่ที่น่ากังวลมาก ๆ ถ้ารัฐบาลกลางไม่เข้าไป ควบคุมดูแล แล้วยังจะต้องให้รัฐบาลจัดสรรในส่วนของรายได้ให้ท้องถิ่นเท่าเทียมกัน อันนี้ ขีดเส้นใต้เลยว่าต้องเท่าเทียมกัน แล้วถ้าเกิดว่าเมืองใหญ่ เมืองเล็ก ความพร้อมของแต่ละ ท้องถิ่นแตกต่างกัน การจัดเก็บรายได้ของแต่ละที่ทั้งเมืองใหญ่ เมืองเล็ก ก็แตกต่างกันอีก ความชัดเจนก็ไม่มี แล้วอย่างนี้ที่สำคัญรัฐบาลจะต้องจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่นตามที่ร้องขอ ไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนี่ เงินจะเอามาจากที่ไหน ดิฉันก็เป็นกังวลเพราะว่ารัฐบาล ก็มีส่วนหนึ่งที่จะต้องบริหารจัดการดูแลทั้งประเทศด้วย
เรื่องต่อไปในส่วนของมาตรา ๒๕๔ ที่ในเรื่องของให้จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือ ร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัดโดยไม่จำเป็นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณูปโภคเท่านั้น เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาไม่ได้ต้องการที่จะให้ภาครัฐไปแข่งขันกับเอกชน แต่ว่าสามารถที่จะจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดโดยถือหุ้น ให้ถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ต้องมี วัตถุประสงค์เพื่อสาธารณูปโภคเท่านั้น เหมือนกับเช่นกรุงเทพมหานคร แต่ถ้าเกิดว่าท่าน แก้ไขตรงร่างฉบับของปัจจุบันไปแล้ว วัตถุประสงค์เพื่อไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสาธารณูปโภค เท่านั้น อีกหน่อยท้องถิ่นทั้งประเทศก็จะตั้งบริษัทขึ้นมารับงานเองทั้งหมดของหน่วยงาน ของรัฐ แล้วเอกชนจะอยู่ได้อย่างไร จริง ๆ เวลาก็หมดแล้วดิฉันขอสรุปแล้วกันว่าในส่วนของ การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดิฉันเห็นด้วย แล้วก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ เป็นอย่างยิ่งแต่ว่าเราจะต้องรอบคอบ แล้วก็เห็นพ้องต้องกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง ข้าราชการและประชาชน ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองว่าเราอย่าเพิ่งรีบร้อนผลีผลาม แล้วก็ทำอะไร ให้รอบคอบ เพราะอย่างไรรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราจะกระจายอำนาจไปอย่างไร ดิฉันยังเห็นด้วยว่าควรจะต้องมีรัฐบาลกลางกำกับดูแลโดยเฉพาะในส่วนของกระทรวง มหาดไทย เพื่อประคับประคองให้เกิดความเข้มแข็งก่อน เราไม่จำเป็นว่าจะต้องพลิกฟ้า พลิกดิน แล้วก็ตามร่างที่เสนอมา ซึ่งมันเกิดความเสียหายถ้าเราผิดพลาดไป อันนี้ก็ฝากด้วย แล้วกัน ดิฉันเชื่อว่าในสภาแห่งนี้เองก็เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถ้าผ่านวาระแรกนี้ได้ที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันได้ตั้งกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็อยากจะให้คนที่เป็นในส่วนของกรรมาธิการนี้ได้นำข้อเสนอแนะของสมาชิก ซึ่งมาจาก ทั่วประเทศได้นำไปรวบรวมแล้วก็เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด สำหรับประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปท่านวุฒิสมาชิก อนุศักดิ์ คงมาลัย