ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขออนุญาตเปิดสไลด์ประกอบการอภิปราย 6 ฉบับ พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความชัดเจนของกระบวนการและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแผนการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคและการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะเปิดสไลด์ ประกอบการอภิปราย ๖ ฉบับนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
กราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราได้มีโอกาสที่จะพิจารณาการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง คือประเด็นในหมวด ๑๔ ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจลง ไปสู่ท้องถิ่น ผมอยากจะกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่าพรรคประชาธิปัตย์ของผมนั้นสนับสนุน การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและให้ท้องถิ่นได้จัดการตนเองได้ เราเริ่มต้นด้วยอุดมการณ์ ของพรรคมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ ครับท่านประธาน ปี ๒๔๘๙ บรรพบุรุษของพรรคได้เขียนเอาไว้ ในข้อ ๕ ว่าพรรคจะกระจายอำนาจการดำเนินการให้กับท้องถิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากความใกล้ชิดขององค์กรในท้องถิ่นมีมากกว่าส่วนกลางและแน่นอนที่สุดครับ ผมคิดว่าเมื่อเรามาดูนโยบายของพรรคแล้วเป็นรูปธรรมที่สุดที่คิดว่าเป็นการเริ่มต้นครั้งสำคัญ ก็คือสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้นถ้าจะใช้คำว่าปลดล็อก ผมคิดว่า น่าจะใช้ในวันนั้น ในวันที่เรามีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ มาตรา ๑๘๙ เราต้องการให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และในวันนั้นก็เกิดประวัติศาสตร์ ในทางการเมืองไทยที่มีบางพรรคไม่เห็นด้วย แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือท่านชวน หลีกภัย ก็ได้เชิญพรรคนั้นออกไป แล้วก็มีการปลดล็อกให้พี่น้องประชาชนสามารถเลือก ผู้บริหารโดยตรงได้ หลังจากนั้นเมื่อท่านกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ท่านได้ประกาศ นโยบายในเรื่องของการกระจายโอกาสคือเรื่องของการศึกษาครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นพื้นฐาน ถึงทุกวันนี้ การกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคซึ่งวันนี้เราก็เห็นชัดเจนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ต่าง ๆ และแน่นอนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นผมคนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งไปดูงาน กับมูลนิธิ เดอะ เอเชีย ฟาวน์เดชัน (The Asia Foundation) แล้วกลับมาทำการร่าง กฎหมายที่สำคัญในยุคนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ปี ๒๕๓๘ ก็คือยกฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ยกฐานะสภาตำบลเป็น อบต. แล้วก็กฎหมายให้มีท้องถิ่นขนาดใหญ่คือองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดและท้องถิ่นพิเศษ คือพัทยาและกรุงเทพมหานคร ผมจึงต้องขออนุญาตท่านประธานว่าวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลให้เวลาผม ๑๕ นาทีนะครับ แต่ว่าผมใช้เวลาเท่าที่มีความจำเป็นครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อได้มีการ กระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่เราทำต่อไปก็คือพระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งวันนั้นก็มีระบบที่ชัดเจนว่าเราควรที่จะได้ดำเนินการ อย่างไร และแน่นอนที่สุดเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ดี ปี ๒๕๕๐ ก็ดี หรือแม้แต่ปี ๒๕๖๒ พรรคประชาธิปัตย์เราก็ได้มีการนำเสนอขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยส่วนของการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ คราวที่แล้ว แต่ว่าตกไป วันนี้เมื่อมีผู้เสนอขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าพวกผมยินดีที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามาดูกระบวนการและขั้นตอนในการนำเสนอ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมด้วยเวลาอันจำกัด ผมมีข้อเสนอแนะหรือมีปัญหาอยู่ทั้งหมด ๔ ประการครับ ประการแรกที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากก็คือผมได้ดูคำโฆษณา ที่ต้องการจะให้มีการเข้าชื่อกันของพี่น้องประชาชนว่าจะปลดล็อกท้องถิ่น ผมก็แปลกใจว่า ผู้นำเสนอนั้นทำไมไม่คำนึงถึงเงื่อนไขเวลาว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นจะทันในสมัย ประชุมนี้หรือไม่ นี่คือประการแรก หรือว่าท่านเพียงแต่ขอให้ประชาชนเข้าชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็น เรื่องยากเย็นอะไรในยุคสมัยนี้ และต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่าท่านนี่แหละเป็นคนเริ่มต้นในการ ปลดล็อกเรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราคิดใหม่ เราคิดแบบมองโลกบนความเป็นจริง ผมคิดว่าหลายคนที่ยืนขึ้นพูด บอกว่าถ้ายังคิดแบบเดิม ทำเหมือนเดิมผลออกมาเหมือนเดิม แต่ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่จะให้เหมือนเดิมนั้น มันอยู่ที่กระบวนการที่เราทำว่าเราสามารถที่จะขับเคลื่อนเป็นจริงหรือไม่ ผมจึงมีความเห็น เป็นเงื่อนไขที่ ๒ ที่อยากจะเรียนถามไปยังผู้เสนอร่างว่าเมื่อเงื่อนไขผ่านความเห็นชอบ ผมไม่ทราบ ผมเคารพในสิทธิของเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ใครจะคิดและตัดสินใจอย่างไรก็เป็น เรื่องของความชอบธรรมเพราะต่างคนต่างไม่อยู่ในอาณัติความครอบงำใด ๆ และผมก็คิดว่า ผู้เสนอร่างจะมาอ้างประชาชนทั้งหมดไม่ได้ ประชาชนส่วนหนึ่งที่เสนอร่าง แต่การขอแก้ไข ของท่านผมอยากกราบเรียนว่ามันยังไม่ชัดเจนจริง ๆ มันมีหลายประเด็นที่จะต้องเป็นคำถาม ในเวลาอันจำกัดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมมีประเด็นใน ๓ มาตรา เช่นเดียวกับเพื่อน สมาชิก ก็คือร่างมาตรา ๔ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีทำแผนการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ภายใน ๒ ปี นี่คือความไม่ชัดเจนว่าจะทำแผนการยกเลิกอย่างไร ราชการส่วนภูมิภาคมีความ จำเป็นต้องมีตามหลักการบริหารราชการแผ่นดินในระบบของเราหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด ก็คือว่าท่านลองนึกภาพสิวันหนึ่งเกิดว่าพรรคของผมได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากเป็น รัฐบาลกลาง แล้ววันหนึ่งท่านจะไม่ให้รัฐบาลกลางมีส่วนภูมิภาคที่จะนำนโยบายไปสู่การ ปฏิบัติกับประชาชนได้อย่างไร และแน่นอนที่สุดท้องถิ่นเหมือนที่ท่านพูดว่ามีอิสระจัดการ ตนเอง ผมก็เชื่อมั่นว่าท่านมีอิสระจัดการตนเองและท่านก็มีอิสระและมีอำนาจที่จะขยายฐาน ทางภาษีให้ท้องถิ่นรับผิดชอบในการหารายได้มาพร้อมกับอำนาจที่ได้ไปด้วย ถ้าคิดบนฐาน เหล่านี้ถูกต้อง แต่ถ้าคิดว่าเราต้องการยกเลิกส่วนภูมิภาคเพียงเพื่อว่าท่านกำลังทำงานในทาง การเมืองเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นอยู่ ผมคิดว่าท่านก็คิดในเรื่องที่เป็นอรรถประโยชน์ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมจึงอยากจะเรียกว่าความชัดเจนในเรื่องของการที่จะดำเนินการนั้นมันจะต้องมีความ ชัดเจน ในมาตรา ๕ ยิ่งมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพวกผมโดยตรง ท่านบอกว่ารัฐสภาดำเนินการ ตรากฎหมายต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ท่านดูสิการกำหนดแผนขั้นตอนกระจายอำนาจเมื่อสักครู่เพื่อนพูดไปแล้วว่าวันนี้ ๒๓ ปี ได้ร้อยละ ๒๙ การกำหนดรายรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิธีการจัดทำบริการ สาธารณะท้องถิ่น การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และร่างมาตรา ๖ และมาตรา ๗ กำหนดให้คณะรัฐมนตรี ยกเลิกหน้าที่และอำนาจราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคที่มีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่นั้น ท่านลองไปดูในรายละเอียดของกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินด้วยว่ามันมีส่วนผูกพันซ้ำซ้อน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลกลางในฐานะที่เราเป็นราชอาณาจักรอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ผมไม่อยากเห็นใครก็ตามมาคิดเอาความแตกต่างมาหาเสียงกัน ในทางการเมือง วันนี้ผมคิดว่าประชาชนเริ่มเท่าทันแล้วว่าเราต้องคิดถึงองค์รวมครับ ถ้าต่างคนต่างคิดเห็นถึงความแตกต่างแล้วนำเอาความแตกต่างมาหาเสียง ผมคิดว่า ใครก็พูดได้ครับ ผมไม่อยากย้อนกลับไปพูดถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ผมเป็นห่วงประการที่ ๒ ก็คือว่า การขอแก้ไขยังไม่ชัดเจนครับ ประการที่ ๓ เงื่อนไขในทางการเมือง อันนี้ยิ่งมีความสำคัญ วันนี้พวกผมเห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านที่เสนอว่าเราจะต้องทำประชามติว่าการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคราวต่อไปต้องขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้ว แต่วันนี้ท่านจะมาขอทำประชามติอีกภายใน ๕ ปี ว่าจะยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคหรือไม่ ท่านประธานครับ การทำประชามตินั้นต้องใช้ ประมาณ ๓ พันล้านบาท ต้องมีประเด็นที่เรียกว่าเป็นความสำคัญยิ่งยวด แล้วทำไมเราทำ ประชามติเรื่องที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว ทำไมละที่เราไม่กล้าหาญพอ ที่จะเอาเรื่องนี้มาให้กับ สสร. ที่จะดำเนินการต่อไป อันนี้ก็เป็นเรื่องท้าทายว่าเป็นสิ่งที่ ผู้คิดนำเสนอในเรื่องนี้คิดแต่เพียงมองให้เห็นว่ามันยื่นความแตกต่างไปให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในบางเรื่องแน่นอนว่าเราต้องถามประชาชน แต่ว่าเสียงของประชาชนจะต้องได้รับข้อมูล และข่าวสารอย่างรอบด้านว่าเราจะต้องทำอย่างไร การยกเลิกส่วนภูมิภาคนั้นจะไปกระทบ ส่วนไหนหรือไม่ ที่ท่านมาปฏิเสธเมื่อสักครู่ท่านปิยบุตรบอกว่าท่านยังตอบไม่ได้ว่าจะยกเลิก ส่วนภูมิภาคหรือไม่ และแน่นอนไม่มีการยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มันก็มีคำถามต่อไปว่า ถ้าท่านไม่มีส่วนภูมิภาคแล้วท่านจะเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดนั้นไปไว้ที่ไหน อย่างไรครับ และประเด็นสุดท้ายผมอยากกราบเรียนว่าการพูดในเชิงทฤษฎี ผมขอประทานโทษ ท่านนายกนครยะลา ท่านเป็นนักปฏิบัติ แต่นักวิชาการก็มักจะพูดเสมอว่าเราจะต้องเปลี่ยน การกระจายอำนาจให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ให้ได้รับงบประมาณ ๕๐ : ๕๐ ให้จัดการตนเองได้ เปิดเมืองแบบนครเฉิงตู แต่บริบทและความแตกต่างเหมือนกันไหม ทำไมวันนี้เราต้อง รับภาระแบกรับในเรื่องการกระจายโอกาส การกระจายอำนาจ การกระจายความเจริญ ที่ท่านประธานทำมา ๒๐ กว่าปียังเป็นรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอยู่และต้อง เดินหน้าทำต่อไป แต่ไม่ใช่การปฏิวัติ ผมยังไม่เห็นการปฏิวัติอะไรประสบความสำเร็จเลยครับ แม้แต่ประเทศที่เกิดจากการปฏิวัติวันนี้ก็ต้องหันกลับมาจัดระบบการบริหารจัดการแบบใหม่ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามว่าการที่ท่านจะขับเคลื่อนในสิ่งที่ท่านคาดหวังและ ท่านหาเสียงในโฆษณาเหล่านี้ท่านสามารถทำให้เป็นจริงได้อย่างไร นี่คือประเด็นที่พี่น้อง ประชาชนเขาให้ความสนใจและผมในฐานะที่ติดตามเรื่องการกระจายอำนาจ ครอบครัวผม อยู่ในระบบท้องถิ่น อยู่ในระบบท้องที่ ผมคิดว่าเราจะต้องมีความชัดเจนที่จะเอากลไก การกระจายอำนาจที่ท่านประธานได้วางรากฐานไว้ขับเคลื่อนเพื่อไปสู่ความเจริญของพี่น้อง ประชาชนอย่างแท้จริง และผมมั่นใจว่าการบริหารจัดการตนเองของประชาชนนั่นแหละ สำคัญที่สุด แต่ต้องกระทำโดยมีการดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นองค์รวม ขอบคุณครับ