สฤษฏ์พงษ์ ชี้กระจายอำนาจต้องลดอำนาจส่วนกลาง เสริมท้องถิ่นพึ่งตนเอง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อภิปรายประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยเน้นความจำเป็นในการจัดทำกฎหมายแม่บทที่ชัดเจน วิพากษ์ความล่าช้าและแรงจูงใจของภาครัฐที่ขัดขวางการกระจายอำนาจ พร้อมเสนอให้ลดอำนาจส่วนกลาง ยกอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนมีอิสระในการบริหารและจัดเก็บรายได้ เพื่อผลักดันให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ในอนาคต

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปราย ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าเป็น กฎหมายหลักของประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องยาก และโดยเฉพาะการที่จะนำในเรื่องของการ กระจายอำนาจในหมวดที่ ๑๔ มาเขียน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ เราแก้กันมา และผลลัพธ์ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ก็ก่อให้เกิด พ.ร.บ. แผนและ ขั้นตอนการกระจายอำนาจ ๒๕๔๒ อันนั้นก็เป็นผลลัพธ์ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ที่จริงแล้วผมมีหลายประเด็นมากในเวลา ๗ นาที คงจะพูดไม่หมด แต่เมื่อสักครู่ฟัง ท่านศาสตราจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ แล้วก็ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ที่จริงแล้ว ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากในรายละเอียดของท่านอาจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพ การแก้กฎหมายให้เรื่องของการกระจายอำนาจผมคิดว่าทุกพรรคการเมืองเขียนเป็นนโยบาย เพื่อต้องการที่จะให้ประชาชนมีความสนใจ และในช่วงของการหาเสียงใกล้จะครบวาระ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ทุกคนได้ออกมาพูดในเรื่องนโยบายการกระจาย อำนาจ แต่ผมในฐานะที่ผมเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วม ๒๐ ปี ผมมีความรู้สึก เสียดายว่าการกระจายอำนาจที่เราเรียกร้องกันมานั้นค่อนข้างที่ทำได้ช้า ผมยกตัวอย่างกรณี กรุงเทพมหานครก็ถือว่าเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษที่ไม่มีภูมิภาค ในเรื่องของพัทยา ก็เช่นกัน แต่สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าพัฒนาได้ดี และ กทม. ก็ใหญ่กว่าจังหวัดหลายจังหวัด เพราะฉะนั้นการที่จะกระจายอำนาจไปให้จังหวัดปกครองแบบ กทม. ผมไม่เห็นมันจะยาก ตรงไหนเลยถ้ามีความจริงใจ ถ้ามีความจริงใจเป็นเรื่องสำคัญ ที่จริงแล้วกฎหมายฉบับนี้น่าจะ ยื่นตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ตั้งแต่ต้นรัฐบาลมันจะได้ทัน วันนี้ถ้าจะทำนายแบบตารางปฏิทินในเรื่อง ของสภาชุดนี้ ผมคิดว่าไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะฉะนั้นนี้คือข้อที่เสียดายมาทำอย่างนี้ ประชาชนก็คาดหวัง แต่พอเสร็จก็ครบสมัยยุบสภามันก็ไม่ได้กระจายอำนาจที่ชัดเจน ถ้ามีการตั้งคณะกรรมการผมอยากจะฝากว่าเราจะกระจายอำนาจเขียนในรัฐธรรมนูญ มันจำเป็นต้องเขียนมันเป็นกฎหมายแม่บท เพราะฉะนั้นเมื่อมีกฎหมายแม่บทเราต้องเขียน แม่บทให้ดีก่อนถึงจะมีกฎหมายลูก เพราะฉะนั้นเรื่องหลายเรื่อง เช่นพวกผมตั้งยื่นญัตติ ในการตั้งกระทรวงท้องถิ่น หรือซุปเปอร์บอร์ด (Super board) หรือสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ยังยากแสนยากเลย เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีรูปแบบของการกระจายอำนาจ ๗๐๐,๐๐๐- ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเรื่องของงบประมาณของท้องถิ่นไปใช้ ทุกคนก็พยายามใส่ร้าย ท้องถิ่น ผมคิดว่าวันนี้น่าจะพูดในเรื่องของการกระจายอำนาจคนที่จะมาพูดจับใส่โอ่งไว้ ไม่ต้องเปิดเผยชื่อให้เขาพูด ผมยังทายถูกเลยว่าคนนี้มาจากไหน ถ้าจับใส่โอ่งแล้วก็พูด แล้วก็ คิดถึงตัวเองรู้เลยว่านี่มาจากราชการส่วนกลาง มาจากกระทรวงมหาดไทย อันนี้มาจาก ท้องถิ่น อันนี้มาจากนักวิชาการ เดี๋ยวนี้รู้กันหมด เพราะฉะนั้นผู้นำขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นวันนี้พัฒนาไปเยอะแล้วครับ

อีกเรื่องหนึ่งเวลาสั้น ๆ ก็อยากจะฝากถึงในเรื่องของการรวมกฎหมายท้องถิ่น เพียง ๕ ฉบับวันนี้ทำมาตั้งนานแล้วยังรวมกฎหมายท้องถิ่นไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น การกระจายอำนาจเราเชื่อว่าเราเห็นว่าประเทศที่เจริญแล้วเขามีการกระจายอำนาจทำให้ อำนาจของประชาชนมันยิ่งใหญ่ขึ้นก็จะทำให้ประเทศเจริญ เมื่อท้องถิ่นเจริญ เมื่อพี่น้อง ประชาชนอยู่ดีมีสุข แต่ละจังหวัดก็มีสุขกันทั่วประเทศ ประเทศก็เจริญขึ้น เพราะฉะนั้น เราเห็นว่าประเทศที่เขาพัฒนาแล้วเขากระจายอำนาจอย่างไร แต่ถ้า ๒ ขั้วถ้าเราเห็น ต่างกันแล้วเราก็เอาตัวเองมาเป็นหลักว่าถ้าเกิดท้องถิ่นต้องการที่จะทำงบประมาณก็ต้องจัด กระเช้าผลไม้ไปให้ท่านนายอำเภอ ต้องจัดกระเช้าผลไม้ไปให้ผู้ว่า เดี๋ยวผู้ว่าหรือว่านายอำเภอ จะไปจัดกระเช้าให้นายก อบต. หรือนายกเทศบาล หรือนายก อบจ. คงจะไม่มีวันที่จะมี เราไม่เคยเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เขาบอกว่าการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพอสมควร มันไม่ทราบว่าสมควรอย่างไรนะครับ นายก อบจ. จะเดินทางข้ามจังหวัดไปต้องขออนุญาต ผู้ว่าราชการจังหวัด นี่กฎหมายเขียนไว้นะครับ แต่ว่าจะยืดหยุ่นอย่างไรก็ว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง นายก อบต. จะไปออกนอกพื้นที่ก็จะต้องขออนุญาต วันนี้ท้องถิ่นก็จะถูกกฎหมายควบคุม มากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นการที่จะกระจายอำนาจแล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญให้เป็น กฎหมายหลัก แล้วก็จะมาทำกฎหมายลูกให้ดีนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทยเรามีนโยบายในเรื่องของลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน แล้ววันนี้ ผมเข้าใจว่า ส.ส. ที่อยู่นี้ ที่เรามาจากการเลือกตั้ง ที่จริงแล้วอำนาจมาจากประชาชน แต่เราบอกว่าเมื่ออำนาจมาจากประชาชน แล้วเราคืนอำนาจให้ประชาชน ที่จริงแล้วไม่ใช่ กระจายอำนาจนะ เป็นอำนาจของประชาชน แต่เราเอาอำนาจเขามาใช้มากเกินไปหรือเปล่า เราเอาแต่เพียงพอดี ๆ ได้ไหม เราต้องการจะทำอำนาจเราให้เล็กลง เราต้องการจะยก ประชาชนให้โตขึ้น ให้ใหญ่ขึ้น แต่เราจะไปดูถูกประชาชนบอกว่า อย่างนี้เดี๋ยวก็ทุจริต เดี๋ยวมีอิทธิพลแน่นอนเลย อย่างนี้มันไม่จบ ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะออกกฎหมายกติกา เครื่องมือมาให้ท้องถิ่นตีกันเองในการแย่งงบประมาณ ในส่วนสุดท้ายนะครับ ผมอยากฝากไว้ เพื่อที่จะบันทึกไว้ในรายงานว่าเมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว ฐานภาษีรายได้ต้องให้ท้องถิ่น มีฐานที่ใหญ่ขึ้น เมื่อท้องถิ่นฐานที่ใหญ่ขึ้นแล้วนั้น เงินอุดหนุนเฉพาะกิจในอนาคตก็อาจจะ หมดไป ขอให้เขายืนอยู่บนขาตัวเองได้ เพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดในเรื่องของฐานภาษีที่มาของ รายได้ และในส่วนของบุคคลผมไม่ห่วงละครับ วันนี้คนเก่งที่สุดในประเทศไทยก็ไปเป็น นายก อบจ. นายกเทศบาลได้ เขาไม่ได้กีดกันอะไร ก็ด้วยเวลาค่อนข้างที่จำกัด ก็ขอเสนอแนะ ในบางประเด็นที่มันใหญ่ ๆ กว้าง ๆ ไว้ เผื่อให้คณะกรรมการได้ไปนำขยายผลต่อไป แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด ๑๔ ว่าด้วยเรื่องของการ กระจายอำนาจ ขอบคุณครับ