คำนูณ สิทธิสมาน แสดงความเห็นต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค โดยเห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา 4 ถึงมาตรา 7 มีลักษณะเป็นบทบังคับที่ทำให้หน้าที่ราชการส่วนกลางและภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนกับท้องถิ่นสิ้นผลไปภายใน 240 วัน แม้ยังไม่ถึงขั้นตอนการประชามติ จึงกังวลต่อการเปลี่ยนผ่านที่อาจไม่ราบรื่นและผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารราชการ
กราบเรียนท่านประธาน คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องการ ปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่น เรื่องระเบิดพลังทางเศรษฐกิจ เรื่องรับมือกับศตวรรษที่ ๒๑ เห็นด้วยครับ เห็นด้วยในหลักการ บางประการแม้ไม่เห็นด้วยก็สามารถที่จะพูดคุยหาข้อสรุป กันได้ แต่ว่าที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือการทุบทิ้งราชการส่วนภูมิภาค จริงอยู่ท่านผู้เสนอร่าง ท่านก็ชี้แจงว่าเรื่องนี้อยู่ในมาตรา ๔ ก็คือให้คณะรัฐมนตรีจัดทำแผนการยกเลิกราชการ ส่วนภูมิภาคภายใน ๒ ปี แล้วก็ภายใน ๕ ปีให้จัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะมีการ ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคหรือไม่ แต่ท่านเองท่านก็บอกว่าก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ยังไม่แน่ใจว่า ควรจะเอาอย่างไร แต่ท่านประธานครับ หัวใจของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ที่ผมเห็นมันอยู่ในมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๖ วรรคสอง แล้วก็มาตรา ๗ ไม่ต้องถึงวันประชามติในอีก ๕ ปีหรอกครับ และไม่ต้องถึงกำหนด ๒ ปีที่คณะรัฐมนตรีจะจัดทำแผนการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาคหรอก ผมว่าภายใน ๒๔๐ วันก็เห็นหน้าเห็นหลัง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่มาตรา ๔ ถึงมาตรา ๗ เสมือนเป็น บทเฉพาะกาลที่เป็นบทบังคับ เพื่อให้การเป็นไปตามบทบัญญัติที่แก้ไขยกร่างราชการ ส่วนท้องถิ่นขึ้นมาใหม่ ภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดไว้ ให้รัฐสภาดำเนินการตรากฎหมายให้แล้วเสร็จใน ๖ ฉบับด้วยกัน อ่านดูได้ในมาตรา ๕ และที่สำคัญก็คือในมาตรา ๖ กำหนดไว้อย่างนี้ ภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการยกเลิกหน้าที่และอำนาจ ของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนหน้าที่และอำนาจขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ๖๐ วันนะครับ แล้วก็กำหนดให้รัฐสภาพิจารณาและให้ความเห็นชอบภายใน ๑๘๐ วัน ๒ ยอด ๖๐ บวก ๑๘๐ ก็เท่ากับ ๒๔๐ วัน ที่สำคัญก็คือวรรคสอง ในกรณีที่รัฐสภาพิจารณาร่างข้อบัญญัติ ว่าด้วยการยกเลิกหน้าที่และอำนาจของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อน กับหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ ในวรรคแรก ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดหน้าที่และอำนาจของราชการ ส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสิ้นผลไป คือถ้ารัฐสภาพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ไม่เป็นไร ถือว่าเมื่อครบกำหนดแล้ว ให้สิ้นผลไป ทีนี้การสิ้นผลไปเราก็ต้องดูว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนแนวใหม่ ก็คือกำหนดไว้ชัดเจนว่าท้องถิ่นทำได้ทุกอย่าง ยกเว้น ๖ อย่างตามที่ปรากฏในมาตรา ๒๕๑ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ส่วนรัฐบาล ราชการส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาคทำได้ในส่วนที่ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่น ก็คือทำได้ ๖ อย่างนั้นบวกกับอีก ๒ อย่างก็คือ อย่างที่ส่วนท้องถิ่นเขาทำไม่ได้กับอย่างที่ส่วนท้องถิ่นเขาร้องขอให้ทำ เพราะฉะนั้นเมื่อพ้น กำหนด ๒๔๐ วันแล้วยังไม่ต้องมีแผนตามมาตรา ๔ เลย ยังไม่ต้องมีการทำประชามติภายใน ๕ ปี ตามมาตรา ๔ เลย บทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดให้ราชการส่วนกลางกับราชการ ส่วนภูมิภาคทำงานที่ซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่า เป็นอันสิ้นผลไป อันนี้จะเป็นรอยต่อที่สำคัญมาก และผมเห็นว่าถ้ามันราบรื่นมันก็ดี แต่แนวโน้มที่จะไม่ราบรื่นสูงมาก ท่านคิดไว้บ้างไหมในกรณีนี้ ทีนี้เมื่อรวมกับในมาตรา ๕ ที่ให้รัฐสภาดำเนินการตรากฎหมายให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน กฎหมาย ๖ ฉบับ ซึ่งบางฉบับ อาจจะเป็นการแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แล้ว มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งก็คือกฎหมายเกี่ยวกับการ กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็จะอนุวัติมีเนื้อหาตามมาตราก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกันอีกกับอีก ๕ ฉบับก็จะอนุวัติมีเนื้อหาตามแต่มาตราก่อนหน้านี้กำหนดไว้ เฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ้าท่านไปดูใน มาตรา ๒๕๔/๓ ที่วรรคสามก็จะเขียนไว้ชัดเจนว่าให้บทบัญญัติในกฎหมายจัดตั้งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยในการออกระเบียบเกี่ยวกับการกำกับ ดูแลทั้งหลายทั้งปวง และบรรดากฎ ระเบียบ หรือหนังสือเวียนที่ให้อำนาจกำกับดูแล ทั้งหลายทั้งปวงสิ้นผลไป ก็คือเขากำหนดไว้เลยว่ากฎหมายตามมาตรา ๕ (๔) ที่กำหนด ให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วันให้ตัดอำนาจมหาดไทยออกไปทั้งหมด และเมื่อรวมกับมาตรา ๖ ๖๐ บวก ๑๘๐ เท่ากับ ๒๔๐ วันก็ให้กฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ ราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคที่ซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้เป็นอันสิ้นผลไป ก็คือหมายความว่าแม้ว่าจะยังไม่มี การยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งท่านผู้ยกร่างบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินต้องรอประชามติ ๕ ปี แต่ภายใน ๒๔๐ วัน มันจะทำให้ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับส่วนท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หรือกฎหมาย พระราชบัญญัติอีกหลายฉบับที่อาจจะมีกำหนดหน้าที่และอำนาจไปซ้ำซ้อนกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขากำหนดไว้ใหม่ในรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ที่ให้ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นไว้ ๖ อย่างสิ้นผลไป ซึ่งก็จะต้องเกิดการตีความกันขึ้นมามากมายว่าอะไรบ้าง ผมยกตัวอย่างเช่น พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่เพิ่งผ่านสภาแห่งนี้ไป งานป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมถือเป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือว่า ของส่วนท้องถิ่น การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาจะถือว่าเข้าข่าย ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ หรือก็จะต้องแบ่งแยกแยกย่อยกันเป็นรายการ ๆ ไป สิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นนี้ก็คือว่าหัวใจของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ว่าผมจะเห็นด้วยในการ ปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่น แต่จำเป็นหรือที่จะต้องทำกันถึงขนาดยกเลิกส่วนภูมิภาค และการยกเลิกส่วนภูมิภาคซึ่งผมเชื่อว่าหลายท่านพูดไปแล้วว่าทำประชามติภายใน ๕ ปี แต่ผมชี้ให้เห็นตั้งแต่มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ๒๔๐ วันมันเห็นหน้า เห็นหลังแล้ว แล้วเป็นการเห็นหน้าเห็นหลังที่ผมก็มิบังอาจที่จะไปกล่าวหาท่านว่า มันจะก่อให้เกิดความสับสนอย่างไรหรือไม่ เป็นต้น ท่านชี้แจงว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่กระทบ กับอำนาจของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เท่าที่ผมรับทราบมาในเบื้องต้นความรับรู้ที่เคยมีมาซึ่ง อาจจะผิดไปแล้วก็ได้ว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวแทนของราชการ ส่วนกลางอยู่ในส่วนภูมิภาค เอาล่ะท่านไม่ได้ไปยกเลิกเขาโดยผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๖ วรรคสอง มันทำให้อำนาจหน้าที่อะไรก็ตามแต่ของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไปซ้อนทับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายที่มีอยู่ไม่ว่าจะอยู่ ในกี่ฉบับเป็นอันสิ้นผลไป ประเด็นนี้ต้องเคลียร์ (Clear) แล้วประเด็นนี้ก็ต้องถามกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาด้วยว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมชี้ให้เห็นนี้ ก็คือว่านี่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผมหยิบยกมาจุดเดียวโดยเฉพาะเพื่อให้สอดคล้อง กับเวลาที่ได้มาแล้วก็เกินไป ต้องกราบขอประทานโทษท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิก ด้วยว่า มันไม่ใช่ ๕ ปีที่จะทำประชามติหรอกครับเรื่องเลิกราชการส่วนภูมิภาค แต่มันเห็น หน้าเห็นหลังภายใน ๒๔๐ วัน ตามมาตรา ๖ ตามมาตรา ๕ แล้ว ซึ่งแม้ว่าราชการส่วนภูมิภาค จะยังคงอยู่ แต่กฎหมายที่ให้อำนาจมันหมดไปแล้ว กระทรวงมหาดไทยครึ่งค่อนกระทรวง จะทำอะไร ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอจะทำอะไร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะทำอะไรครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกวุฒิสภา พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่อภิปรายในช่วงเช้าว่านี่ไม่ใช่เป็นเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการปฏิวัติ หรือท่านพูด ในตอนท้ายว่าเป็นยิ่งกว่าการปฏิวัติ เป็นการกระทำที่ไม่มีคณะปฏิวัติชุดไหนกล้าที่จะทำ เพราะฉะนั้นแม้ว่ากระผมจะเห็นด้วยในหลักการ แต่กระผมต้องการคำอธิบายและต้องการ ความชัดเจนในส่วนของมาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ เพื่อตัดสินใจในขั้นสุดท้าย และอันที่จริงผมก็ไม่ทราบว่าจะมีใครเสนอบ้างหรือไม่ บางทีมันควรจะต้องมีคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่อย่างไร เพื่อทำความกระจ่างบางประการที่ไม่สามารถ จะถามไปตอบมาในที่ประชุมแห่งนี้ได้ กราบขอบคุณครับ