ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบผู้บริหารท้องถิ่นและการถ่ายโอนอำนาจที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานในการที่จะได้แสดง ความคิดเห็นต่อการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ได้เข้าชื่อถึง ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อ ที่ให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณา ผมได้นั่งฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ได้ติดตามฟัง คงจะได้ใช้ดุลยพินิจในการที่จะได้พิจารณาด้วยเหตุด้วยผลว่าการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายนั้น เป็นอย่างไร ในส่วนตัวของผมขออนุญาตในการที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อท่านประธาน ในการที่จะได้สนับสนุนให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องของการที่จะกระจายอำนาจไปสู่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยเหตุที่ผมเชื่อว่าถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ที่จะปกครองดูแลตนเองได้ด้วยความเข้มแข็งมันก็จะทำให้รัฐบาลกลางรับภาระในการ รับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้น้อยลง มีหลายคน ใช้ความเชื่อในทัศนคติแบบเดิม ๆ พูดในทำนองที่ดูถูกประชาชนคิดว่าประชาชนคนไทย ทั้งประเทศเขาไม่มีความรู้ เขาไม่มีความสามารถหรืออย่างไรผมไม่ทราบ การที่ประชาชน จะตัดสินใจในการที่จะเลือกใครมาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นในระดับใด นั่นหมายความว่า เขาเชื่อว่าบุคคลคนนั้นจะนำมาหรือว่านำพาซึ่งการแก้ไขปัญหาและการดูแลพัฒนาท้องถิ่น ให้กับเขาได้ ถ้าในรอบ ๔ ปี ใน ๑ สมัย เขาทำไม่ดีพี่น้องประชาชนในรุ่นต่อไปก็จะได้ ตัดสินใจว่าจะให้เขาได้ทำหน้าที่ต่อหรือไม่ วันนี้เรายังไปยึดติดกับเจ้าพ่อเจ้าแม่ เจ้าอะไร ก็แล้วแต่ มันไม่มีแล้ว เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าประชาชนนั้นเขาหูตาสว่าง เขามีความรู้ เขาเข้าใจว่าเขาจะต้องเลือกใครไปเป็นตัวแทนเขา ฉะนั้นขบวนเจ้าทั้งหลายไม่มีแล้ว ในวันนี้ มีอยู่อย่างเดียวคือเจ้ามือหวยบนดินที่รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขปัญหาเกินราคา ยังแก้ไม่ได้ กองสลากคือเจ้าตัวจริงที่แก้ไม่ได้ แต่เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่มีอยู่ในผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ไม่มี ฉะนั้นท่านประธานครับ การที่เราจะ กระจายอำนาจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมมีประเด็นข้อสังเกตผ่านไปถึงทาง คณะกรรมการยกร่างที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนที่ผมดูแลในรายละเอียดของท่าน มีอยู่ หลายประการที่ท่านจะได้ลองช่วยพิจารณานะครับ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องการเข้าชื่อ เพื่อที่จะได้ให้มีการตรวจสอบในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ท่านให้ ประชาชนเข้าชื่อถึง ๓ ใน ๔ นั่นหมายความว่าท่านสร้างกลไกในการที่ให้ประชาชนนั้นเข้าชื่อ ในการตรวจสอบค่อนข้างที่จะลำบาก แต่ในขณะเดียวกันในขั้นตอนในการออกเสียงลงมติ ในการที่จะไปตรวจสอบสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าท่านใช้กึ่งหนึ่งนะครับ ยกตัวอย่างเช่น กทม. มีผู้มีสิทธิ ๓ ล้านกว่าคน ทางนี้ท่านผู้ว่าชัชชาติได้คะแนนมา ๑,๓๐๐,๐๐๐ ถ้าเข้าชื่อ ๓ ใน ๔ อันนั้นหมายความว่าประชาชนไม่มีโอกาสในการที่จะเข้าถึง ในกระบวนการในการที่จะตรวจสอบ หรือว่าถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหาร ท้องถิ่นเลย ในขณะเดียวกันท้องถิ่นนั้นมีการแบ่งแยกเป็นหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของเทศบาล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เทศบาลตำบล ในส่วนโครงสร้างของเทศบาล ก็แตกต่างกันออกไป แต่ในนี้เขียนคลุมไว้โดยที่ไม่ได้มีปรากฏในรายละเอียดซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ ในบริบทของกฎหมายซึ่งท่านอาจจะไปดูในเรื่องของกฎหมายลูก แต่การที่ท่านเขียนไปใน กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยที่มันอาจจะมีข้อโต้แย้งหรือว่าขัดกันในอนาคต ตรงนี้ก็อยากจะได้ นำเรียนท่านประธานและขอฝากไว้ อีกเรื่องหนึ่งวันนี้ที่อยากจะได้นำเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านผู้ยกร่าง ผมยกตัวอย่างแล้วกัน กทม. เป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ผ่านการปกครองมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ กว่าปี จากปี ๒๕๒๘ ในขณะนี้ปี ๒๕๖๕ ๓๗ ปี ของการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กทม. มีแต่ถอยหลังเข้าคลอง ไม่มีก้าวไปข้างหน้าเลย วันนั้น กทม. มีการเลือกตั้งผู้ว่า มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ให้เข้าไปช่วยในการดูแลทำหน้าที่ในการพัฒนาเขต วันดีคืนดีใช้ปลายปืนจี้ ยกเลิกสมาชิก สภาเขต มีคณะกรรมการแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจแทนที่จะดูให้มันดีขึ้น กลับกลาย เป็นว่าแต่เดิมมี ส.ก. เขต อย่างน้อย ๒ คนในกรณีที่ประชากรเกิน ๑๕๐,๐๐๐ คน ตอนนี้เหลือ ๑ คน เท่ากันทั้ง กทม. ยกตัวอย่างเช่น เขตพระนครมีประชากร ๒๐,๐๐๐ กว่าคน เขตดอนเมือง มีประชากร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน มี ส.ก. ๑ คน ทุกเขตไม่มี ส.ข. หมด ต่างกับในบริบท ของ อบต. ต่างกับในบริบทของเทศบาล มีทั้งกำนัน มีทั้งผู้ใหญ่บ้าน มีสมาชิกสภา อบต. มีสมาชิกสภาเทศบาล อย่างเทศบาลนครมีถึง ๒๔ คนที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง แล้วถามว่าวันนี้ทำไมเราถึงไม่คิดในการที่จะได้กระจายให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการที่จะ เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับเขาเอง ฉะนั้นผมคิดว่าถึงเวลาแล้วว่าวันนี้เราอย่ากลัวอะไร ที่เกิดเหตุ วันหนึ่งผมไปในนามของกรรมาธิการ ป.ป.ช. ไปที่จังหวัดพิจิตร ท่านประธานครับ เชื่อไหม คนไปนั่งเฝ้าที่วัดบางคลาน เพราะว่ามีคนไปกินเงินทุนของมูลนิธิวัดบางคลาน ผมไม่รู้ว่าอยู่ในที่นี้หรือเปล่า นี่คือข้อเท็จจริง วันนี้ไปดูได้ก็ยังมีคนนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าวัดบางคลาน แล้ววันนี้มาบอกว่าคนที่ยกร่างผิดกฎหมายอะไรผมไม่รู้หรอก แต่คนที่อยู่ในนี้ผมไม่รู้ว่า มีผิดกฎหมายหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ