โกวิทย์ เสนอแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจท้องถิ่น-กระจายการบริหารอย่างเป็นระบบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

โกวิทย์ พวงงาม หารือประเด็นการกระจายอำนาจและการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน พร้อมเสนอแก้ไขมาตรา 251 และ 252 เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระให้ท้องถิ่นทั้งในด้านการบริหารจัดการบริการสาธารณะและการจัดสรรรายได้ รวมถึงเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านเพื่อยกระดับข้าราชการท้องถิ่น และสนับสนุนให้เกิดรูปแบบการบริหารพิเศษในพื้นที่เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และชายแดน โดยอิงบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นและฝรั่งเศส พร้อมเรียกร้องให้มีกรรมาธิการพิจารณาแนวทางปฏิรูปอย่างเป็นระบบและส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นผ่านการระบุตัวแทนในรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมดีใจมากว่ามีร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอเข้าสภามาวันนี้ เป็นประโยชน์ตรงที่ว่าเรื่องของสาระสำคัญในหลักการที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ สู่ท้องถิ่น อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญว่าประเทศไทยเราแนวคิดเรื่องการกระจายอำนาจ มีหลักมาตลอดตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ แต่วันนี้ประเด็นสำคัญ เป็นข้อถกเถียงที่ผมพยายามดูแนวคิดของเพื่อนสมาชิกว่าเรามีแนวคิดตรงกันเกือบหมดเลย ว่าทุกท่านเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นการต่อสู้เชิงความคิดเรื่องการกระจาย อำนาจยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย มันเป็นวิธีคิด ๒ วิธีคิด คือรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจ ถ้าเรายืนยันในหลักการกระจายอำนาจ ผมคิดว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทยเราชัดเจน เรายืนยันอยู่ในหลักการกระจายอำนาจ ในสาระสำคัญที่ร่างได้เขียนไว้ผมขอพูดในบางประเด็น เช่น เพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชน อันนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องในหลักการ ให้ท้องถิ่น มีอิสระในการกำหนดนโยบายการบริหารการจัดการบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงิน การคลัง เป็นต้น อันนี้ก็เป็นหลักการที่ถูกต้องที่เสนอเข้ามา อันนั้นเป็นประเด็นหลัก แต่สาระที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านกังวลก็คือในวิธีการการกระจายอำนาจที่เราถกเถียงกัน นี่คือสิ่งที่ผมเรียนท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามที่ผมอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ ก็มีเรื่องการกระจายอำนาจ แต่อย่างไรมันมีอุปสรรคในบางเรื่องตามที่ผู้เสนอ ได้เขียนไว้ ผมขอพูดสัก ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ เรื่องของการจัดบริการสาธารณะ เรื่องหน้าที่และอำนาจ ของท้องถิ่น การเขียนหน้าที่และอำนาจของท้องถิ่นทุกกฎหมายในกฎหมายกำหนดแผน ขั้นตอนกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ เขียนอำนาจเต็มไปหมด เช่น อำนาจในการจัดการ เรื่องบรรเทาสาธารณภัยของท้องถิ่น อำนาจในเรื่องการท่องเที่ยว การผังเมือง การศึกษา การสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม เป็นต้น แต่อำนาจเหล่านี้ยังไปซ้ำซ้อนกับอำนาจ ของส่วนราชการ อันนี้คือเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ท้องถิ่นต้องตรวจสอบและถูก สตง. เรียกเงินคืน อันนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เรามีข้อมูลพวกนี้ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒๕๑ ที่ได้เสนอแก้ผมเห็นด้วย เพราะว่าจะไปเขียนให้องค์กรท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจโดยทั่วไป ในการจัดบริการสาธารณะในท้องถิ่นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่น โดยไม่ให้ทำ อำนาจสัก ๔-๕ เรื่อง อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ว่าถ้าเรากำหนดอำนาจให้ท้องถิ่นทำอำนาจในการ จัดบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานโดยทั่วไป แต่ไม่รวมเรื่องภารกิจด้านการทหาร การป้องกัน ประเทศ ภารกิจเรื่องความมั่นคงภายใน กิจการระหว่างประเทศ เรื่องธนาคาร เรื่องระบบ การเงิน เรื่องบริการอื่นที่มีผลกระทบภาพรวมของประชาชน อันนี้ก็ยังเป็นอำนาจ ของส่วนกลางและอำนาจของส่วนราชการยังคงอยู่ นั่นก็คือเราปลดล็อกเรื่องของอำนาจ ที่ท้องถิ่นต้องทำอะไรบ้าง

ประการต่อมาเรื่องการเงินซึ่งพูดกันมาก ผมไม่ขอพูดในรายละเอียดมาก แต่ผมขอเรียนว่าการเงินในปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญบอก แล้วก็ในกฎหมายกำหนดแผน ก็พูดชัดเจน ปี ๒๕๔๔ ให้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๙ ให้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาอันนี้ ถูกถอดออกไป แต่ในการเสนอแก้เข้ามาในมาตราที่เขียนไว้ในมาตรา ๒๕๒ ได้ระบุชัดเจนว่า รายได้สุทธิระหว่างรัฐบาลไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๓ ปี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็น หลักประกัน จริง ๆ ผมเคยเสนอเรื่องหลักประกันรายได้ของท้องถิ่นว่าท้องถิ่นถ้าเกิดขึ้น มาแล้วเราควรมีหลักประกันรายได้เท่าไร อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ

ประเด็นต่อมา ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ ในเรื่องการทำการสอบก็ดี การเลื่อนระดับ การทำให้ศักดิ์ศรีของข้าราชการท้องถิ่นเทียบเท่า กับข้าราชการส่วนกลาง ผมเคยเสนอว่าน่าจะมี ซึ่งในมาตรา ๒๕๔/๒ ที่ผู้เสนอร่างเข้ามา ผมเห็นว่ายังไม่ชัดเจนมากเท่าไร แต่ผมคิดว่าการระบุให้ชัดว่าเขาน่าจะมีคณะกรรมการ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างส่วนท้องถิ่นให้มีคณะกรรมการเป็นบอร์ด(Board) คล้าย ๆ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนของท้องถิ่น อันนี้แหละผมคิดว่าจะทำให้เขามีโอกาสที่เขา จะไปดำเนินการตรงจุดนี้เพื่อคนของท้องถิ่นในมาตรานี้ครับ

ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของการแก้ไขซึ่งผมมีเวลาไม่มาก ผมเรียน ท่านประธานว่าเราพูดกัน ๒ เรื่องใหญ่ ซึ่งที่แก้มาพูดเรื่องโครงสร้าง จริง ๆ โครงสร้าง ในมาตรา ๒๕๐ ก็ไม่ต่างจากของเดิม แต่เพียงว่าในการปกครองรูปแบบพิเศษไประบุอย่างนี้ มันมีปัญหาในความเห็นของผมก็คือว่า กทม. มีอยู่แล้ว เมืองพัทยามีอยู่แล้ว แต่ทำไมไม่ระบุ กว้าง ๆ ว่ายกระดับเมืองท่องเที่ยว เมืองที่เป็นเกาะ เมืองที่เป็นแหล่งชายแดน เมืองชายแดน หรือเมืองที่มีเศรษฐกิจพิเศษเราพูดอย่างนี้ ผมคิดว่ามันจะได้ภาพของการทำงานในลักษณะ รูปแบบอื่น ๆ

อีกประการหนึ่งเราถกเถียงกันเรื่องการกระจายอำนาจแบบญี่ปุ่นที่ไปยกเลิก ส่วนภูมิภาคและยกเลิกระบบภูมิภาคทั้งหมดนั้น นั่นคือการคิดแบบญี่ปุ่นที่มีส่วนกลางและไป ส่วนท้องถิ่นเลย ในรัฐธรรมนูญหลายมาตราที่เขียนมา เช่น รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๔๐ เรายังพูดถึงแนวนโยบายแห่งรัฐที่ไปยกระดับจังหวัดที่มีความพร้อม เมื่อมีความพร้อม ทางด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ยังเขียนระบุเลยว่าให้เป็นท้องถิ่นเต็มจังหวัด อันนี้ ไปเปิดดูได้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน ๆ มา ยกเว้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ไม่ได้เขียนไว้ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าข้อถกเถียงนี้ถ้าตั้งกรรมาธิการแล้วผมคิดว่าเราพูดในวิธีการ กันได้ว่าจะทำอย่างไร แม้กระทั่งการกระจายอำนาจแบบรวมยกเลิกภูมิภาค ผมยกตัวอย่าง ในประเทศฝรั่งเศส ผมเข้าใจว่าการลดอำนาจยังมีภูมิภาค แต่ลดอำนาจภูมิภาค ลดอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกิดจากการแต่งตั้งลงไปยังมีการออกแบบทั้ง ๒ แบบ เพราะฉะนั้น การออกแบบท้องถิ่นยังมีข้อถกเถียงกันเยอะ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนท้องถิ่น ซึ่งญี่ปุ่นเขาลด จำนวนท้องถิ่นลง ของเราจำนวนท้องถิ่น ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องถกเถียง

ประการสุดท้าย ผมคิดว่าอันหนึ่งที่เรื่องของการมีส่วนร่วม เราพูดเรื่องของ การปฏิรูปโครงสร้างอย่างเดียวไม่พอ ผมคิดว่าเรื่องรัฐธรรมนูญต้องพูดถึงการปฏิรูปพลเมือง ผมดีใจที่มีคำพูดเรื่องการจัดตั้งสภาพลเมืองประจำท้องถิ่น อันนั้นเป็นหัวใจของการกระจาย อำนาจ เพราะว่าการกระจายอำนาจพูดด้านเดียวไม่ได้ พูดด้านโครงสร้างอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพูดภาคพลเมืองที่ให้มีอำนาจในการไปกำกับ หรือไปตรวจสอบ ไปเสนอ ไปถกเถียง ความคิดเห็นในเมืองของเขา ในท้องถิ่นของเขา อันนี้เป็นประเด็นที่ชัดเจน อยากเรียน ท่านประธานว่าถ้ารัฐธรรมนูญนี้ได้รับการยอมรับไปผมยังมีข้อเสนอในประเด็นที่ผมเรียน ท่านประธานในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของโครงสร้าง ทั้งเรื่องของการทำให้พลเมืองมีความรู้ ความเข้าใจแล้วก็ไปเป็นพลเมืองประจำท้องถิ่น ซึ่งอันนี้ในที่เขียนมานี้ผมคิดว่าต้องเพิ่มเรื่อง กลุ่มองค์กรภาคพลเมืองว่ามีตัวแทนใดบ้างที่จะต้องเข้าไป เช่น ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มต่าง ๆ อันนี้ต้องระบุให้ชัดในที่เขียนมา อันนี้ก็แก้ไขได้ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าเรื่องนี้ ที่ผมพูดมาทั้งหมดอยากเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ามันยังมีสิ่งที่เราควรจะต้อง คุยกัน แต่ข้อถกเถียงใหญ่ก็คือว่าเรารับการกระจายอำนาจว่าประเทศจะเดินหน้าไปเราต้อง ลดอำนาจส่วนภูมิภาคและส่วนกลางลงไป แล้วคืนอำนาจให้ท้องถิ่นก็เรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าอันนี้เป็นความจำเป็นและยินดีที่จะรับหลักการ ขอบคุณครับ