เสรี เสนอแก้ ร่าง กกต.พรรคการเมือง เสริมพรรคเข้มแข็ง-สอดรับบัตร 2 ใบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือร่างกฎหมายพรรคการเมือง พร้อมเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงผ่านการเป็นสมาชิกและชำระค่าบำรุงพรรค เพื่อสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งและเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของนายทุน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมืองที่กำลังพิจารณาอยู่ในสภาขณะนี้ ซึ่งในการที่จะเสนอแก้พระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้ โดยประการสำคัญ ก็คือการที่จะแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการ แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มีการเลือกตั้งโดยใช้บัตร ๒ ใบ คือเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการที่จะบัญญัติให้มี กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองดังกล่าวนี้ เจตนารมณ์สำคัญก็คือ ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดไป มีความเป็นอิสระในการที่จะเลือก ในการที่จะสมัคร ในความเป็นจริงแล้ว ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนของประชาชนได้ การที่สมัคร โดยอิสระนั้นในสภาพความเป็นจริงเราไม่จำเป็นว่าจะต้องให้สังกัดพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองส่ง มีข้อเรียกร้องในหลาย ๆ ครั้งว่าการเลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชนนั้น น่าจะสมัครอิสระได้ ไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ในระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าการที่จะไป ลงสมัครแข่งกับพรรคการเมืองที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้นั้น ถ้าหากว่า เป็นการสมัครโดยอิสระ ไม่มีเครือข่าย ไม่มีหัวคะแนน ไม่มีทุน โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้ง ก็มีครับ แต่ก็ยาก ดังนั้นในการที่จะเลือกตัวแทนจึงควรที่จะรวมตัวกัน ที่เรียกว่า พรรคการเมือง แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาครับท่านประธาน ก็ต้องยอมรับว่าพรรคการเมือง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนหน้านี้มีปัญหา มีปัญหาในเรื่องที่พรรคการเมืองนั้นเป็นพรรค นายทุน ไม่ใช่พรรคของประชาชน ก็เลยมีโจทย์มีคำถามว่าเราจะแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ได้อย่างไร ซึ่งมีจังหวะในช่วงที่เรามีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะให้มีการ ปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองด้วย ก็มีนักการเมือง หลายท่าน รวมทั้งผมเองด้วยที่ถูกตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็ต้อง เรียนครับ ในบุคคลที่เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศดังกล่าวนั้น ก็มีหลายท่าน ที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางการเมืองหลายท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหายครับ ที่เคยเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเอาในส่วนเฉพาะ นักการเมืองนะครับ ก็ยังมีท่านอดีตประธานรัฐสภา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร คือท่าน คุณปู่ชัย ชิดชอบ ก็เคยเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วยกัน ท่านสุชน ชาลีเครือ ก็เป็นอดีตประธานรัฐสภา อดีตประธานวุฒิสภาด้วย ท่านกษิต ภิรมย์ เคยเป็นรัฐมนตรี ท่านสมพงษ์ สระกวี เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านวิทยา แก้วภราดัย เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เคยเป็นรัฐมนตรี แล้วก็ยังมีอีกหลายท่านที่ได้ร่วมกันคิดว่าในการจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดการปฏิรูป ประเทศเราจะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ได้อย่างไร ซึ่งในส่วนของ พรรคการเมืองเองในยุคก่อนที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญไปที่พรรคการเมืองที่มีสมาชิก ก็คือพี่น้องประชาชนมีอุดมการณ์ มีแนวคิดเดียวกันก็ไปอยู่พรรคการเมืองเป็นสมาชิก พรรคนั้น แต่ปรากฏว่าในการที่จะบริหารจัดการพรรคการเมืองมาจากสมาชิกพี่น้อง ประชาชนทั้งหลายเหล่านั้น ก็ถูกกระบวนการในทางการเมืองครอบงำ ทำให้ความเป็น สมาชิกของพรรคการเมืองนั้นไม่เป็นสมาชิกที่แท้จริง มีการซื้อบัตรประชาชนในยุคก่อนให้ไป เป็นสมาชิกพรรค มีการให้จ่ายค่าสมาชิกพรรคก็ไม่เคยจ่าย บรรดาที่มีนักการเมืองที่ต้องการ ที่จะเป็นเจ้าของพรรคก็ลงทุนออกเงินค่าสมาชิกให้ ค่าบำรุงพรรคให้ เพราะฉะนั้นประชาชน ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งแล้วก็ถูกเอาชื่อไปอยู่อีกพรรคการเมืองหนึ่ง บัตรประชาชน มีการถูกซื้อกันไปซื้อกันมา ความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคที่แท้จริง ก็กลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นว่าพรรคการเมืองนั้นไม่ใช่พรรคของประชาชน แต่เป็นพรรคของ นักลงทุน หรือนายทุน พวกเราก็ช่วยกันคิดครับท่านประธาน ถ้าหากว่าเราจะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง ๆ ในทางการเมืองเราก็ต้องกล้าที่จะให้เกิด การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ดังนั้นท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคการเมืองที่ต้องการให้เป็น พรรคประชาชนก็คงต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองนั้น ก็คือการสมัครเป็น สมาชิกพรรค แล้วทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนมีความสัมพันธ์ มีความผูกพัน มีความรู้สึก เป็นเจ้าของพรรค ก็คือต้องให้มีการเสียค่าบำรุง ค่าสมัครสมาชิก ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไม่ใช่ว่า จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง ของแต่ละพรรคอย่างแท้จริง ก็เลยกำหนดครับว่าให้มีการเสียเงินดังกล่าวเหล่านี้ แล้วก็ห้าม ให้คนไปออกเงินให้ด้วย ดังนั้นท่านประธานครับ ในการที่จะให้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ สุจริตใจ และต้องการที่จะให้คนกลุ่มของตัวเองนั้นมีตัวแทน ในทางการเมือง ในพรรคการเมืองในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีคนเขาพูดกันครับท่านประธานว่า ถ้าหากว่ามีการลงทุน ๒๐,๐๐๐ ล้าน ส.ส. มี ๔๐๐ คน ลงทุนคนละ ๕๐ ล้าน ในแต่ละเขต ก็มีโอกาสที่จะได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเข้ามาใช้อำนาจบริหารประเทศ ก็เท่ากับว่า ลงทุนประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้าน ซื้อประเทศไทยได้เลย ก็มีข้อเสนอมีข้อคิดในรูปแบบนั้น มันก็เลยต้องมาคิดอย่างที่กราบเรียนท่านประธานครับ ว่าสิ่งที่มีการเสนอให้มีการปฏิรูป ประเทศ โดยให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน ไม่ใช่พรรคของนายทุนนั้นมันมีสาเหตุครับ มันมีเหตุมีผลของมันในช่วงเวลานั้นว่าทำอย่างไรที่จะทำให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน อย่างแท้จริง ก็เลยมีแนวความคิดครับ ถ้าหากต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะ เลือกบุคคลเข้ามาเป็นตัวแทนในการสมัครรับเลือกตั้ง ก็คือจะต้องมีการเลือกตั้งนะครับ มีการสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครชั้นต้นหรือเราเรียกภาษาอังกฤษว่าไพรมารีโหวต (Primary Vote) ดังกล่าวนี้เอง ดังนั้นท่านประธานครับ การที่มีข้อเสนอดังกล่าวนั้นก็เลยทำให้คิดว่า ประเทศต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมือง ก็เลยมี การเสนอรายงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปยังองค์กรหน่วยต่าง ๆ รวมถึง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งมีกฎหมายเกี่ยวกับพรรคการเมืองดังกล่าวเข้ามาพิจารณา ดังนั้นเราจึงได้เสนอแนวคิด ดังกล่าวเหล่านี้ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ เป็นการทำลายพรรคการเมือง ไม่ได้สร้างความยุ่งยาก ทั้งนี้ในกฎหมายดังกล่าวจึงได้ถูก บัญญัติขึ้นในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันนี้ ๒๕๖๕ เป็นเวลา ๕ ปีแล้ว แต่ถามว่า ทำไมมันถึงไม่สามารถที่จะ ทำได้โดยสำเร็จ ก็คือพวกเราไม่ได้ยอมจะเปลี่ยนแปลงไม่ยอมจะแก้ไข ถ้าหากว่าระยะเวลา ที่ผ่านมาท่านสามารถตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตั้งผู้แทนประจำจังหวัดของแต่ละพรรค การเมือง ถ้ามาจนป่านนี้ปัจจุบันนี้ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะทำสิ่งเหล่านี้จริง ๆ ก็สามารถทำได้ แต่พอมาถึงปัจจุบันท่านไม่ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้กัน พอไม่ให้ความสำคัญในเรื่อง เหล่านี้ มาถึงวันนี้ก็จะเหมือนกับบอกว่าเป็นความยุ่งยาก แต่ความจริงแล้ว มันก็ไม่ได้ยุ่งยาก อะไร ถ้าเราต้องการที่จะให้ประชาชน เลือกตัวแทนของเขาในแต่ละเขต แต่ละพื้นที่ แล้วให้ ตัวแทนในแต่ละพื้นที่เหล่านั้น ได้มาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันก็ สามารถที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของการลงทุน หรือธุรกิจทางการเมืองที่ใครก็ตามเป็นเจ้าของ พรรคการเมืองก็จะเป็นคนกำหนดเองว่าจะให้ใครลงเลือกตั้ง บางคนไม่เคยลงพื้นที่เลยครับ หิ้วกระเป๋ามาใบหนึ่ง มีเงินมาแจก แล้วก็ได้รับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น จริงครับ แล้วทุกท่านก็ทราบครับ แล้วท่านก็จะไปสู้กับคนเหล่านั้น แต่โชคดีท่านอาจจะชนะ เข้ามาโดยความสุจริตของท่านและประชาชนเลือกท่านมา มันก็คือได้ระดับหนึ่ง ผมจึงไม่ได้ กล่าวหาครับ ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในห้องนี้เข้ามาโดยซื้อเสียงเข้ามา ผมเชื่อ โดยสุจริตครับ ว่าท่านได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ก็เพราะประชาชนเลือกเข้ามา แต่ระบบที่มัน มีปัญหาและที่มันผ่านมาเราจะไม่แก้ปัญหานั้นหรือครับ เราก็ควรที่จะต้องให้ความสำคัญ ไปที่พี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะต้อง เป็นการเลือกตั้งให้กับพี่น้องประชาชนที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ดังนั้นในการที่จะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือพรรคการเมืองนั้นเป็นอิสระมันก็เลยต้องมีบทบัญญัติ สืบเนื่องกันมา ในเรื่องต้องไม่ให้ถูกครอบงำด้วย อันนี้ก็คือเป็นอีกประเด็นหนึ่ง เป็นประเด็น สำคัญ จึงได้ถูกบัญญัติเอาไว้ ทั้งในตัวรัฐธรรมนูญ ทั้งในกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองว่า ถ้าหากว่ามีการครอบงำมาชักนำชี้จูง หรือเข้ามาสั่งการทำให้การเมืองไม่อิสระ มันก็คือ เป็นการลงทุนอีกแบบหนึ่งในทางการเมือง ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวงครับ ท่านประธาน มันก็เลยเป็นสิ่งสืบเนื่องกันต่อมาจนถึงขณะนี้ว่าเราต้องการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ เราต้องการที่จะย้อนถอยหลังเข้าคลองไปสู่วิธีการเก่า ๆ หรือไม่ แต่ผมก็เข้าใจครับ ท่านประธานว่าในการที่จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้ง เข้ามานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นเรื่องที่ต้องเสียสละ มันเป็นเรื่องที่จะต้องไปหาเสียง ไปสร้างคุณงามความดี ไปสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนรัก เข้าไปดู ทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ถามว่ามีคนเหล่านี้ มีเยอะครับท่านประธาน แต่พอถึงเวลา คนดี ๆ เหล่านี้ก็แพ้กระบวนการของการลงทุนในทางการเมือง ซึ่งมันน่าเสียดายมาก คนที่เสียสละเหล่านี้ แล้วผมก็เชื่อโดยสุจริตครับท่านประธาน ว่าไม่มีนักการเมืองคนไหน ที่อยากซื้อเสียง ไม่มีหรอกครับ ทุกคนไม่อยากจ่ายสตางค์หรอกครับ ไม่อยากไปซื้อเสียง แน่นอน แต่ปรากฏพอถึงเวลาเลือกตั้งเรามีเสียงดี มีเสียงเป็นที่รักของพี่น้องประชาชน เสียงดี แต่ไม่มีคะแนนน่ะเยอะ แล้วพอถึงเวลาคนที่ดี ๆ เหล่านี้พอวันสุดท้ายก็คืนหมาหอนแล้ว มันก็เลยกลับกลายเป็นว่า คนดี ๆ ไม่ได้รับการเลือกตั้งก็มีนะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าเราจะใช้กระบวนการให้คนเข้าสู่ ตำแหน่งในทางการเมือง แล้วให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างแท้จริง ต้องควรให้มีกระบวนการเลือกตั้งในระดับพื้นที่ก่อน ในแนวทางที่จะทำให้การเมืองนั้นมีการ พัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้น ต้องกราบขออภัยจริง ๆ นะครับ บางท่านอาจจะมองไปในแง่ว่า มันเป็นภาระ มันกลายเป็นปัญหา ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงนั้นก็ต้องยอมรับว่ามันก็คงจะมี ปัญหาอยู่บ้าง แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ แล้วพี่น้อง ประชาชนก็จะเกิดความรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ ในการที่จะหาคนที่เป็นปากเป็นเสียง แทนพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่เข้ามาทำหน้าที่ในการที่จะเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร อันนี้ก็กราบเรียนครับ ว่าสิ่งที่เราเสนอเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง มีการปฏิรูปประเทศนั้น ไม่ใช่เกิดจากการอคติ ไม่ได้เกิดจากการไม่ชอบนักการเมือง แต่ผมมองว่านักการเมือง เป็นบุคคลสำคัญ เป็นบุคคลที่จะต้องเป็นตัวแทนประชาชนมาดูแลผลประโยชน์ให้พี่น้อง ประชาชน ดังนั้นถ้าหากว่าเราสามารถที่จะทำให้ผู้แทนเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เราก็จะไม่ถูกข้อรังเกียจ เราถูกตั้งข้อรังเกียจครับท่านประธาน พอพูดถึงนักการเมือง ทุกคน ก็มองในแง่ลบ ในแง่ไม่ดี เราพูดถึงนักการเมืองจริง ๆ นักการเมืองควรต้องเป็นผู้บริหาร งบประมาณด้วยครับท่านประธานครับ แต่เราไม่ไว้วางใจกัน เราก็เลยไปเขียนกติกากันว่า เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสมาชิกวุฒิสภา ห้ามที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณอะไร ต่าง ๆ แต่ไปตัดได้ เพิ่มไม่ได้ จริง ๆ แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองควรจะเป็นบุคคลสำคัญ ในการดูแลงบประมาณในแต่ละพื้นที่ ไม่ทุจริต ไม่คอร์รัปชัน เอางบประมาณเหล่านี้ ไปสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ ไป ๆ มา ๆ พอเราถูกตั้งข้อรังเกียจกันเองนี่ละครับ มันก็เลย ทำให้คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทำอะไรได้เท่าไรนัก และวิธีการแก้คือต้อง ไปตั้งตัวแทนไปตั้งนอมินี (Nominee) แล้วก็ต้องไปหาคนเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ซึ่งไปใช้ งบประมาณแทนได้ ซึ่งจริง ๆ ในเรื่องเหล่านี้สมาชิกที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เป็นผู้ทรงเกียรติ เป็นคนที่ยอมรับจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่เลือกตั้งเข้ามา แต่ขาด ความไว้วางใจ ซึ่งพวกเรานี่ละครับไม่ไว้วางใจกันเอง ออกกติกาอะไรกันเอง รังเกียจเดียดฉัน กันเอง ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเต็มที่ ก็อยู่ที่กระบวนการ กลไกทั้งหลายนี่ละครับ ถ้าเราให้ความสำคัญ ให้เกียรติแล้วประพฤติดีประพฤติชอบ เราก็จะ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนโดยสมบูรณ์ โดยความชื่นชมยินดีของประชาชน รักษา ผลประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาครับ แต่ผมก็เคยสัมผัส ในเรื่องของการเลือกตั้งมาเช่นเดียวกัน แล้วผมก็เคยเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเช่นเดียวกัน เคยทำพรรคการเมืองมา ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงอยากเห็นกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงสังคม เปลี่ยนแปลง การเมือง ให้เป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพจริง ๆ ให้เป็นนักการเมืองที่สร้างผลประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี เกี่ยวกับพรรคการเมืองก็ดี เกี่ยวกับคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็ดี เราจึงต้องมีความกล้าในการที่จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้เพื่อให้เกิด กระบวนการทางการเมืองที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขมากมาย ไม่อยู่ในเรื่องของบทลงโทษมากมาย ไม่อยู่ในเรื่องของการถูกยุบพรรค ไม่ถูกในเรื่องของการกลั่นแกล้งในทางการเมือง ทำการเมืองให้สร้างสรรค์ ทำการเมืองให้ได้ผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นในกระบวนการเหล่านี้ อยู่ที่พวกเราละครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะยอมแก้ในเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ผมเคารพ ในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของทุก ๆ ท่านนะครับ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองที่ดีขึ้นเหล่านี้อยู่ที่พวกท่านครับ เพราะฉะนั้นร่างที่ท่านเสนอมา ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือของการที่จะให้แก้ไข กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ไม่สอดรับกับกระบวนการการแก้ไข รัฐธรรมนูญในส่วนของการเลือกตั้งที่ใช้บัตร ๒ ใบ แล้วเอาเรื่องอื่นแทรกเข้ามา แล้วก็เป็น เรื่องของให้ประโยชน์กับตนเอง ผมว่ามันก็จะเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ขาดความชอบธรรม แล้วมันก็จะกลับกลายเป็นว่าเหมือนกับเราขัดแย้งกันเองอีกเสียแล้วที่จะไม่ยอมรับในร่างที่ เสนอกันเข้ามา เพราะฉะนั้นทั้ง ๖ ร่างที่เสนอมานั้น ก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ถ้าหากว่าท่านยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงยังกลับไปสู่ปัญหาเดิม ๆ ปัญหาเก่า ๆ เราก็คงจะรับแค่ บางร่างเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ