สุทิน ชี้ไพรมารีโหวตเร่งไม่ได้ หวังเสริมพรรคเข้มแข็ง-เปิดรับประชาชนร่วมคิด

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สุทิน คลังแสง แสดงความเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง โดยสนับสนุนเจตนาเสริมสร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเน้นความจำเป็นในการพัฒนาพรรคการเมืองให้มีความเข้มแข็งจากฐานสมาชิกและประชาชนที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งยังเสนอให้ทบทวนการใช้ไพรมารีโหวตในสถานการณ์ที่สมาชิกพรรคยังขาดเสถียรภาพ พร้อมผลักดันให้เปิดรับความเห็นจากนักวิชาการและประชาชนในการกำหนดนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความเป็นธรรม โดยย้ำถึงความสำคัญของการเลิกยุบพรรคเพียงเพราะหัวหน้าพรรคทำผิด และเรียกร้องให้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเสรีและโปร่งใสยิ่งขึ้น

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นต่อร่างราชบัญญัติ แก้ไขพรรคการเมืองที่คุยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ได้พยายามฟังจากหลาย ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะทางส่วนสมาชิกวุฒิสภา ก็พยายามมองด้วยกุศลเจตนาก็ได้เห็นกุศลเจตนา หลายอย่าง

ประการที่ ๑ ก็คือทุกคนพูดขึ้นก็บอกว่าทางที่บ้านเมืองจะขับเคลื่อนไปได้ ก็ต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ต้องมาสร้าง ประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง อันนี้ถูกต้องครับ ไม่มีอะไรแย้ง

แล้วประการต่อมา ท่านสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านก็บอกว่า การจะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งต้องทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง อันนี้ถูกต้อง เต็ม ๑๐๐ ก็ให้ ๑๐๐ คะแนน อันต่อมาก็บอกว่า ถ้าจะให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง พรรคการเมืองต้องมาจากฐานประชาชนที่กว้างขวาง ถูกต้องอีก และอันต่อมา อีกบอกกันว่า ถ้าจะให้พรรคการเมืองมีฐานประชาชนที่เข้มแข็งพรรคการเมืองจะต้องมีฐาน สมาชิกกว้างขวาง มีสาขาพรรค มีตัวแทนพรรคครอบคลุมทุกพื้นที่ นี่ก็ถูกต้องอีก แล้วเป็น ความปรารถนาของพวกผมซึ่งเป็นนักการเมืองด้วย และที่ถูกต้องอีกประการหนึ่งก็คือ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านก็พูดบ่อยเลย พรรคการเมืองที่เข้มแข็งและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต้องไม่เป็นพรรคของนายทุน อันนี้ก็ถูกอีก การจะไม่ให้เป็นพรรคการเมืองของนายทุน จะต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมาก ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดผู้สมัคร ถูกต้องอีก ถ้าว่ามาไม่มีอะไรแย้งกันเลยนะครับ ผมเห็นด้วยเลย แล้วถามว่าพวกผมอยากเป็นอย่างนั้น หรือไม่ อยากเป็นอย่างนั้นเลย ที่ว่ามาทั้งหมดปรารถนามานานแล้ว แต่ทำไมไม่เป็น ทำไมไม่มี แล้วทำไมไม่ทำ ผมกราบเรียนว่าบางครั้งเรามองข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ด้วยความที่เราไม่รู้ จริง ไม่ได้สัมผัสปัญหาจริง หรือบางครั้งเรารู้จริง แต่เราไม่ได้คำนึงถึงบริบทที่ถูกต้องใน ขณะนั้นขณะนี้จึงทำให้เราเห็นต่างกัน เพราะฉะนั้นประเด็นที่คุยกันมาที่น่าจะมีปัญหา รับไม่รับกันนี่ ผมเจาะใน ๒ ประเด็น ประเด็นทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) หรือไม่ ฝ่ายพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๕ ฉบับ อยากจะปรับแก้ว่ายังไม่ทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) เต็มรูปแบบ นี่คือข้อติดใจของอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งบอกว่ามันถึงเวลาต้องทำแล้ว ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ถ้าไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน แล้วท่านก็ถามบ่อย ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ก็นับถือกัน พร้อมจะเปลี่ยนแปลงหรือยัง ถ้าไม่พร้อม จะเปลี่ยนแปลงมันก็เป็นอยู่อย่างนี้ นี่ก็ถูกต้อง ก็เคารพท่านนะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่า เรื่องไพรมารีโหวต (Primary Vote) ก่อน ถามว่าทำไมเราต้องแก้กลับ ต้องไปดูที่ต้นทางว่าพรรคการเมืองจะเข้มแข็งต้องมีฐานสมาชิกกว้าง ฐานสมาชิกต้องมี ส่วนร่วมจริง ๆ กำหนดพรรคได้จริง ๆ ไม่ใช่มีเจ้าของพรรค ไม่ใช่มีนายทุนพรรคเป็นคน กำหนด นี่ถูกต้องแก้ตรงนี้ แต่ท่านรู้ไหมว่าข้อเท็จจริงสำหรับประเทศไทย ข้อนี้นะต้องมาพิจารณาความเป็นจริงกันว่า คำว่าสมาชิกพรรคการเมืองของไทยมันไม่เหมือนสหรัฐอเมริกา มันไม่เหมือนอังกฤษ ไม่เหมือนประเทศที่พัฒนาเขาเจริญแล้ว มันต่างกันจริง ๆ สมาชิกพรรคการเมืองของประเทศไทย น่าสงสารมาก สงสารอย่างไร ท่านเป็นสมาชิกแบบล้มลุก สมาชิกที่จะเข้ามามีส่วนร่วม แล้วทำให้การเมืองเข้มแข็งจริง ๆ ต้องเป็นสมาชิกที่มีอายุ มีกิจกรรมร่วม และเรียนรู้กับ พรรคการเมืองนั้นอย่างต่อเนื่องพอสมควร และยาวนานพอสมควร จึงจะเป็นสมาชิก ที่แท้จริงของพรรค เหมือนครอบครัวนั่นละ ถ้าเรามีครอบครัว เรามีสะใภ้ มีเขย มีสมาชิก เข้ามาใหม่ เพิ่งเข้ามาอยู่ในครอบครัว มา ๆ ออก ๆ ออก ๆ ไป ๆ จะให้มาตัดสินอนาคต ครอบครัว จะมารับมรดกเราก็ไม่อยากให้ แต่ถ้าสมาชิกครอบครัวใครที่อยู่กับเรามั่นคง แน่นหนา อยู่กับเราด้วยความจริงใจภักดีจนเป็นเนื้อเดียวกัน อุดมการณ์ร่วมกัน อันนี้จะคิด จะร่วม จะทำอะไร อยากให้ทำร่วมจริง ๆ ครอบครัวนี้มีมรดกอยากยกให้หมดด้วย แต่ถ้า มา ๆ ไป ๆ ไป ๆ มา ๆ มาแป๊บเดียวแล้วก็หาย หายแล้วก็มา เราก็ไม่ไว้ใจ อุดมการณ์มันใช่ อันเดียวกันหรือเปล่าต้องคิด สมาชิกพรรคการเมืองของประเทศไทยล้มลุกคลุกคลาน เป็นสมาชิกอยู่ดี ๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นยุบพรรคปั๊บหายไปดื้อ ๆ ไม่ยุบก็อยู่ไปดี ๆ มายึดอำนาจปั๊บ ปฏิวัติปั๊บ รัฐประหารปั๊บหายไปอีก สมาชิกพรรคการเมืองของประเทศไทยทุกพรรคที่อยู่ วันนี้เป็นสมาชิกพรรคที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เกิด ๆ ตาย ๆ เพราะฉะนั้นพวกเรา ซึ่งเป็นพรรคเราจึงคิดว่าสมาชิกของเราจะให้ดี จะให้มีอุดมการณ์ร่วม จะต้องตัดสินใจร่วมกัน ทำงานร่วมกัน มันต้องผ่านการทำงานร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกัน คิดร่วมกัน อยู่ร่วมกัน จนเป็น เนื้อเดียวกันพอสมควร ถึงจะร่วมเดิน ร่วมผลักดันอุดมการณ์ของเรา สร้างพรรคด้วยกันไปได้ แต่พรรคการเมืองบ้านเราอย่างที่ผมบอกเมื่อสักครู่ ผมยกตัวอย่างให้เห็นเลยว่า เมื่อไม่นาน มานี้พอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ปั๊บ โละทิ้งเลย ทั้ง ๆ ที่พรรคการเมืองยังอยู่ ยกตัวอย่าง พรรคเพื่อไทยนี่ล่ะ ยังอยู่นะครับ สมาชิกตั้งเท่าไร ยุบหายต่อหน้าต่อตาไป แล้วไป บอกจะต่อใหม่ ไม่ต่อใหม่ ความไม่ต่อเนื่องของสมาชิกพรรคเป็นปัญหาที่เราอยากจะให้มี ส่วนร่วมแต่เราจะต้องมีระยะเวลา ต้องมีขั้นตอน มีพัฒนาการพอสมควร ถ้าหากสมาชิกไม่มี ความเป็นสมาชิกต่อเนื่องยาวนาน จะเกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ วันนี้สมมุติทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ท่านลองคิดอีกมุมหนึ่งนะครับ ไม่รู้สมาชิกที่มาสมัครกับเราวันนี้ใครส่งมา สมัคร พรรคการเมืองอื่นส่งมาสมัครหรือเปล่า หรือเป็นคนฝ่ายตรงข้ามแอบมาสมัครสมาชิก พรรคเราหรือเปล่า พอสมัครปั๊บเพียง ๑๐๐ กว่าคนก็ทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ได้ แล้วพอมาทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ปั๊บมาป่วนเราหรือเปล่า อย่างนี้เราก็มีสิทธิคิด แต่ถ้าให้สมาชิกต่อเนื่องยาวนานเราพิสูจน์กันหน่อย อย่างนี้เราคิดได้เรากลั่นได้ เรากรองได้ ว่าใครสมาชิกแท้ ใครสมาชิกเทียม มันดูด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมือง ส่วนร่วมกับพรรค ต้องให้เวลาเราดู เราสกรีน (Screen) นี่เผลอปั๊บสมัครเมื่อวานนี้วันนี้ ๑๐๐ กว่าคนมาทำ ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ปั๊บ ไม่รู้จะมาจัดการอะไรกับพรรคเรา หรือฝ่ายอื่นส่งมานี่ได้ แล้วใครเป็นคนทำให้สมาชิกเวียนว่ายตายเกิด ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ประเทศไทย ๑. การยึดอำนาจ นั่นละ ถ้าอยากให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ท่านลองทำใจกว้าง ไม่ต้องฟังคนไทยด้วยกันหรอก ไม่ต้องมาฟังนายสุทินพูด เพราะนายสุทินมันอีกพรรคหนึ่ง ไปฟังต่างชาติพูด ต่างชาติใครล่ะ ฟังนักวิชาการ ฟังงานวิจัยต่างชาติ เหตุของประชาธิปไตยไทยอ่อนแอ พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำไมพรรคการเมืองอ่อนแอ ก็เพราะถูก ยึดอำนาจบ่อยที่สุด ถูกฆ่าตัดตอนบ่อยที่สุด แม้ไม่ยึดอำนาจ อยู่ดี ๆ คุณก็มายุบพรรค ยุบพรรคทีคุณเอาสมาชิกไว้ไหมล่ะ พอยุบพรรค สมาชิกกับพรรคก็บ้านแตกสาแหรกขาดไปคนละทิศคนละทาง กว่าจะตั้งหลักได้ก็กลับมา สมัครกันอีก วันนี้ข้อเท็จจริงหนึ่งซึ่งท่านไม่รู้ การไปสมัครสมาชิกพรรค ขนาดเราเป็นพรรคเก่าแก่มาก พรรคเพื่อไทยเก่าแก่ แล้วก็มีความนิยม วันนี้จะไปสมัครสมาชิกพรรคชาวบ้านหันข้างให้นะ ศรัทธาอยู่ แต่ว่าสมัครเถอะ อยู่ไปหน่อยอยู่ไปก่อนเถอะ ให้มันมีระยะเวลาคุณจะอยู่ได้อีก นานหรือไม่ สมัครไม่รู้กี่รอบแล้วเบื่อฉิบหาย ยิ่งไปเก็บสตางค์ด้วยยิ่งไปกันใหญ่เลย ธรรมดา เขาก็ไม่อยากสมัครแล้วไปเก็บสตางค์ด้วย นี่คือข้อเท็จจริงที่ถ้าคนไม่ลงไปพื้นที่ ไม่ไปสัมผัส ประชาชนท่านจะไม่รู้ เพราะฉะนั้นที่เราเรียกร้องว่าไม่ต้องเก็บสตางค์หรอกคืออะไร ไปไหว้วานเขายังไม่สมัคร รักนะพรรคนี้ รักนะเพื่อไทย รักนะสุทิน แต่อยากให้สมัครสมาชิก พรรคใช่ไหม โอ๊ยเบื่อแล้วไม่รู้กี่รอบ บัตรเก่าก็ยังเหลืออยู่ ๓ รุ่นเลย แต่มันหมดแล้วสมาชิก รุ่นแรกยึดอำนาจ ๒๕๔๙ รุ่น ๒ มายึดอำนาจ ๒๕๕๗ รุ่นนี้มายุบพรรคกันอีก เมื่อเช้านี้ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านอภิปรายน่าสนใจมาก แล้วก็ดีใจกับพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจเลย เพราะท่านชมนะครับ วางแผนวางพื้นฐานไว้แล้ว ว่าให้ทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) แต่ไม่มีพรรคการเมืองไหนอยากทำ มีอยู่พรรคเดียวที่ดูเหมือนอยากทำคือพรรคประชาธิปัตย์ ใช่เลย เพราะอะไรครับ นี่ยิ่งชัดนะ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยถูกยุบ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคเดียวที่ไม่เคยถูกยุบ พรรคเพื่อไทยกี่รอบครับ พรรคชาติไทยพัฒนากี่รอบครับ พรรคภูมิใจไทยโดนมาหมด แต่พรรคประชาธิปัตย์ท่านไม่เคยถูกยุบ เคยขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ กับพวกผมแต่รอดได้ เพราะหมดอายุความ เมื่อท่านไม่ถูกยุบสมาชิกท่านก็ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ก็ดีใจกับท่าน ถ้าจะทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ท่านกล้าทำกับทุกพรรค เพราะท่านได้เรียนรู้สมาชิกท่านแล้ว สมาชิกท่านอยู่กับท่านมานาน รู้บ้านนั้น ตำบลนี้ใคร คนนั้น สาขาอำเภอนั้น คนนี้ของแท้ คนนี้ของปลอม แยกแยะออก แต่พวกผมก้าวไกล ปีเดียวเลย โดน เกิดมาปีเดียวยังไม่เป็นหนุ่มเลยถูกฆ่าตายแล้ว วันนี้สมัครใหม่เขากล้าไหม ผมถามเขากล้าไหม เพราะฉะนั้นท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ การที่จะให้พรรคการเมือง เข้มแข็งต้องมีฐานสมาชิกกว้างถูกต้อง ต้องขยายฐานถูกต้อง พวกผมอยากขยายแทบตาย นักการเมืองท่านถามนะใครจะไม่อยากได้สมาชิก วันนี้พวกผมก็วางแผนว่าให้สมาชิกไปหา สมาชิกให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าได้สมาชิกมากที่สุดนั่นคือฐานพวกเรา ไปสมัครปั๊บก็มีโอกาส ได้รับเลือกตั้ง คนไม่มีสมาชิกลอย ขาลอย เราอยาก แต่เราทำไมไม่ทำ ๑. ไปหายากมาก ๒. ไปให้เขาเสียสตางค์ด้วย ๓. เขาถามกลับแล้วจะอยู่ได้อีกกี่ปีสมาชิกพรรค เพราะฉะนั้น การอยากจะให้พรรคการเมืองเข้มแข็งวันนี้ท่านมองไปที่ต้นทาง ทำอย่างไรวันนี้จะไม่ให้ พรรคการเมืองถูกฆ่าตัดตอน ทำอย่างไรวันนี้จะให้สมาชิกพรรคกับพรรคเขาอยู่เกาะเกี่ยว เหนี่ยวนำ อยู่กันโดยมีระยะเวลาที่พอสมควรแล้วค่อยมาทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) กัน แต่วันนี้ก็ไม่ใช่ว่าเราจะปฏิเสธเสียทีเดียวนะ เรื่องไพรมารีโหวต (Primary Vote) พรรคเพื่อไทย ที่เสนอร่างวันนี้ก็คือไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ว่าเราเอาที่มันพอความเป็นจริงสักครึ่งได้ไหม ทำจังหวัด อย่าเพิ่งเป็นเขตเถอะ ทำระดับจังหวัด มันมีระบบที่ทดแทนได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรามาเขียนไว้ว่าต้องทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) เขียนไว้ละเอียด แม้กระทั่ง เรื่องสมาชิกข้างนอกไม่มีสิทธิมาคิด มาเสนอแนะ อันนี้ล่ะคือหลุมพรางที่จะฆ่าตัดตอน พรรคการเมืองอีก ท่านเขียนไว้แบบนี้เป็นเครื่องมือให้ทำลายล้างกันอีก พรรคการเมืองตายอีก สมาชิกล้มหายตายจากอีก สมาชิกกับพรรคซัดเซพเนจร พลัดบ้านพลัดเมืองกันอีก ถ้าท่าน เขียนแบบนี้คนจะไปแกล้งกัน เพราะฉะนั้นอยากให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เพื่อเป็นฐาน ประชาธิปไตยคิดถูก แต่ท่านต้องเข้าใจสาระและข้อเท็จจริงให้มาก ๆ ท่านปรารถนาดีนะ เท่าที่ผมฟัง เพียงแต่ท่านขาดข้อเท็จจริง และขาดคิดอีกมุมหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่แปลก เลยวันนี้พรรคการเมืองทุกพรรคถึงอยากจะแก้ไพรมารีโหวต (Primary Vote) กันหมด แม้แต่ประชาธิปัตย์ ท่านได้เปรียบพรรคอื่นนะ สมาชิกท่านเหนียวแน่น ถามว่าท่านอย่างเต็ม รูปแบบหรือไม่ ท่านก็ยังไม่อยากทำก็มีร่างของ ครม. เท่านั้น ทำไมท่านไม่คิดบ้างว่า นาน ๆ จะเห็นพรรคการเมืองเขาคิดแบบเดียวกัน ฝ่ายค้านกับ ฝ่ายรัฐบาลคิดแบบเดียวกัน นาน ๆ ทีจะเห็นคิด เพราะอันนี้อย่างไร เพราะเขารู้ว่าอุดมการณ์ มันใช่ แต่ข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติมันยังไม่ใช่ ไม่ใช่เราบอกว่ามันยุ่งยากนะ เรื่องอื่นยาก กว่านี้อีก ไม่ใช่เราบอกว่ามันจะเปลืองนะ ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ไม่เปลืองหรอก เราเพียงแต่คิดว่ามันใช่ไหม จำเป็นหรือยัง มันของแท้ ของปลอม

ส่วนเรื่องประเด็นต่อมาอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ คือเรื่องของมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ที่บอกว่าของเราเขียนว่า ให้คนภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแสดงความเห็น ต่อพรรค เสนอแนะต่อพรรคได้ เราก็ระแวงกัน พวกผมอ้าปากขึ้นปั๊บท่านก็ยัดลิ้นไก่ให้เลยว่า นี่เพื่อคนนั้น เพื่อคนนี้ เปิดช่องเพื่อให้เห็นแก่ตัว บางครั้งพวกผมไม่ได้คิดจริง ๆ นะท่านครับ ลืมเรื่องนั้นเลย ไม่คิดเลยนะ แต่พอท่านทักถึงนึกได้ว่าใช่ ทำให้เขามองเราแบบนี้ เราก็ลืมไปนะ นี่จริง ๆ แต่ที่เราคิดเรื่องนี้จริง ๆ คืออะไรครับ ท่านรู้ไหมว่าวันนี้ผมก็คิดนโยบายพรรคของผม ทำอย่างไรพวกผมก็ทำกระบวนการทางวิชาการหมดเลย ด้วยความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ผมไปเชิญนักวิชาการมาเยอะเลย มาให้ข้อมูลเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยากจน มาที่สภานี่ล่ะ ที่ห้องชั้น ๖ นี้ล่ะ สัมมนากันเพิ่งไม่นาน ไลฟ์ (Live) สดทั่วประเทศ ทั่วโลกด้วย นักวิชาการ เหล่านั้นก็มานั่งแนะนำพวกผมหมด แนะนำเลยว่าพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ควรมี นโยบายอย่างนั้น ความเหลื่อมล้ำต้องทำอย่างนี้ แก้ความยากจนต้องทำอย่างนี้ นักวิชาการ เหล่านั้นถามว่าจะครอบงำไหม ครอบนะ ครอบงำเลยนะ เขาไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แล้วมาเขียนนโยบายให้พรรคเพื่อไทยด้วยนะ เสนอแนะด้วย ถ้าเกิดผมไปรับเอาความเห็น ของนักวิชาการเหล่านั้นมาเขียนเป็นนโยบาย นี่ล่ะชัดเลย ชัดเลยนะ ครอบงำนะ ไม่ครอบงำ ได้อย่างไร ก็มาบอกให้พวกผมเขียนนโยบายแบบนี้ พวกผมก็เชื่อในความเป็นนักวิชาการ ความเป็นกลาง ก็บรรจุเอาลงเป็นนโยบาย ครอบงำเปะเลย ถ้าจะเล่นงานกัน แล้วหลายอย่าง ที่เราไปทำประชาพิจารณ์ อย่างเช่น ผมอยากรู้ปัญหาเกี่ยวกับภาคใต้ อยากรู้ปัญหาจะนะ ก็ลงไปฟังประชาชนที่นั่น ประชาพิจารณ์หน่อย บอกมาสิมันอย่างไร เพราะผมจะมาบรรจุเป็น นโยบาย พวกนั้นไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคผม แล้วเกิดไปเอาข้อเสนอของกลุ่มนั้นมาเขียนเป็น นโยบายพรรค เรียบร้อยไหมครับ หรือว่าการเป็นสมาชิกพรรค การจะเอานโยบายพรรค จะฟังความเห็นประชาชนฟังเฉพาะสมาชิกเท่านั้น ใช่หรือ เราจะฟังความเห็นเฉพาะสมาชิก เท่านั้นหรือคนไทย คนไม่เป็นสมาชิกพรรคเรา เราก็ต้องทำให้เขาด้วย ฟังเขาด้วย ทำไมจะต้อง ฟังเฉพาะสมาชิกพรรคตัวเอง นี่ฝากให้คิดหน่อย มันมีมุมที่ท่านระแวงก็ใช่ แต่อีกมุมหนึ่ง ที่เราต้องคิดเปิดกว้าง เราไประแวงแต่เรื่องเดียวเลย เราไปไล่จับหนูตัวเดียวเผาป่าทั้งบ้าน ทั้งเมือง หรือเราไปล้อมป่าไว้เพื่อกันหนูตัวเดียว แล้วสัตว์อย่างอื่นจะเข้ามาในป่าเข้าไม่ได้เลย คนดี ๆ เข้ามาในพรรคไม่ได้เลย นักวิชาการเขาก็ไม่อยากจะเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว คนดี ๆ เยอะเลยไม่อยากเป็นสมาชิกพรรค แต่เขาปรารถนาดีที่จะบอกอะไรดี ๆ กับพรรคการเมือง ให้อะไรดี ๆ กับพรรคการเมือง แต่เขาบอกไม่ได้ นี่มันใช่ไหมล่ะครับ

ท้ายที่สุดครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องการการกระทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) หรือไม่ทำ พวกผมกราบเรียนเลยนะ อยากทำมาก ๆ ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ความเป็นนักการเมืองไม่อยากตกอยู่ใต้อาณัติใคร แต่ว่าให้เวลากับพัฒนาการทาง การเมืองที่มันจะต้องถึงเวลาที่เหมาะของมัน สมของมัน แล้วขอเลยครับ อยากให้การเมือง เข้มแข็ง ประชาธิปไตยสมบูรณ์ เลิกยึดอำนาจ เท่านั้นล่ะต้นทางของความชั่วร้าย เลิกยุบ พรรค พรรคการเมืองถ้ามันเกิดใครไปทำผิดสักคนหนึ่งจัดการกับคนนั้นได้ไหมละ ประหารชีวิต ก็ประหารเลย แต่สมาชิกพรรค ๑๐ กว่าล้านคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไปยุบเขาทำไม ไปตัดเขา ออกจากพรรคทำไม พรรคเขาหนีจากเขาทำไม สมมตินายสุทินเป็นเจ้าของพรรค ก ไม่ใช่เจ้าของพรรค เป็นหัวหน้าพรรค เกิดไปทำผิด จำคุกนายสุทินสิ สมาชิกทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ คน อยู่บ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับนายสุทิน ไปตัดเขาทำไม ไปยุบพรรคของเขาทำไม นี่เราต้องคิดใหม่แล้ว วันนี้เราโดนมากี่รอบเราโดนยุบพรรค สมาชิกพรรคเราที่บ้านเขา ไม่เคยเห็น ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย อยู่ ๆ ไปยุบพรรคหนีจากของเขานะ นี่ต่างหากคือสิ่งที่เรา ต้องคิดว่าพรรคจะเข้มแข็ง ประชาธิปไตยเข้มแข็ง ก็คืออย่าไปดึงประชาชน กีดกันประชาชน ออกจากการเมือง เราฆ่าตัดตอนประชาชนออกพรรคมาหลายรอบ วันนี้จะเอาค่าสมัคร ค่าบำรุงมาเป็นตัวกีดกันให้เขาออกจากพรรค สมาชิกพรรคที่ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลายประเทศนะให้เข้ามาเป็นง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายดีที่สุด เปิดโอกาสให้ความสะดวกที่สุด อย่าไปสร้างกำแพงโน่นนี่นั่น กันเขา แล้วเมื่อเข้ามาแล้วอย่าไปยุบเขาง่ายเกินไปสำหรับพรรคเขา เพราะฉะนั้นผมจึงขอวิงวอนทุกท่านครับว่า กฎหมายอย่างนี้เราเปิดใจกว้าง ใจความ เป็นธรรมเถอะ เรามองให้รอบ อย่าไปติดที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรืออย่าไปคิดว่าคนนั้น จะได้เปรียบเสียเปรียบ เรามาพิจารณากฎหมายด้วยใจอันเป็นกุศล ถ้าใจกุศลมันจะได้ กฎหมายที่ดี ทุกคนยอมรับ เมื่อทุกคนยอมรับมันดีทั้งนั้นละกฎหมาย ถ้าทุกคนยอมรับ เมื่อยอมรับแล้ว กฎหมายดีแล้วสังคมจะเป็นสุข ถ้าเราเอาชนะกันว่าคุณคิดอย่างนี้ ก็จองเวรกันอยู่ทั้งชาติ ขอบพระคุณครับ