สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ หารือประเด็นการครอบงำพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป. ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ และ ๒๙ โดยชี้ว่ามาตรานี้อาจถูกตีความเพื่อทำลายพรรคเพื่อไทย จึงเสนอให้แก้ไขโดยเพิ่มข้อยกเว้นเรื่องการให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ หรือข้อมูลแก่พรรคการเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้มีส่วนร่วมโดยไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของพรรค และสนับสนุนร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองทุกฉบับเพื่อให้คณะกรร
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่เสนอโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการมีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อให้ พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่พี่น้องประชาชน มีโอกาสเข้ามาร่วมในการที่จะจัดทำนโยบาย จัดทำกิจกรรมต่าง ๆ พรรคเพื่อไทยได้ตั้ง คณะทำงานขึ้นศึกษาในเรื่องดังกล่าว จึงได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งมีทั้งหมด ๒๙ มาตรา กระผมจะขออภิปราย บางประเด็น เพราะมีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว
ประเด็นแรก ที่ผมอยากกราบเรียนก็คือ ประเด็นเงินค่าบำรุงสมาชิก พรรคการเมือง ปัจจุบันสมาชิกพรรคการเมืองจะต้องจ่ายค่าบำรุงสมาชิกพรรค ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือประเภทรายปี ไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐๐ บาท ประเภทที่ ๒ คือประเภทตลอดชีพ จะชำระค่าสมาชิกอย่างน้อย ๒,๐๐๐ บาท การกำหนดให้สมาชิกพรรค การเมืองต้องชำระค่าสมาชิกพรรคนั้นได้กำหนดไว้ในกฎหมาย คือในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๕ (๕) ซึ่งกำหนดว่ารายได้พรรคการเมืองส่วนหนึ่งมาจากค่าบำรุงพรรคการเมือง ซึ่งต้องเรียกเก็บ จากสมาชิกไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐๐ บาท และในมาตรา ๑๕ วรรคสี่ พรรคการเมือง อาจกำหนดให้เรียกเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบตลอดชีพ ตามอัตราที่กำหนด ในข้อบังคับก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ การเข้าเป็น สมาชิกพรรคการเมืองนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนให้บุคคลที่มีอุดมการณ์ ทางการเมืองที่คล้ายคลึงกัน ตรงกัน แนวทางเดียวกันมาร่วมกันทำงานในรูปแบบของ พรรคการเมืองเดียวกัน เพื่อผลักดันนโยบายสำคัญให้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง ไม่ว่าจะเป็น ในพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่า ก่อนมีค่าสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่ต้องชำระค่าสมาชิก พรรคการเมือง เพียงแต่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ในการผลักดันนโยบายที่เป็น แนวทางที่ตรงกันนั้น สมาชิกพรรคการเมืองแต่ละพรรคในช่วงนั้นมีมากครับ บางพรรค มีนับล้านคน แต่หลังจากที่มีการเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรค ซึ่งเห็นชัดเจนว่า น่าจะเป็น อุปสรรคสำคัญปิดกั้นโอกาสการมีส่วนร่วมของผู้สนใจเข้าร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง เดียวกัน ทำให้จำนวนสมาชิกพรรคการเมืองต่าง ๆ ลดน้อยลงอย่างชัดเจน จนเหลือสมาชิก พรรคเพียงพรรคละนับหมื่น นับพัน จากเดิมซึ่งไม่ต้องเสียค่าสมาชิกนั้นมีสมาชิกพรรคต่าง ๆ มากนับล้านคน พรรคเพื่อไทย เห็นว่าการเก็บค่าสมาชิกพรรค ไม่ว่ารายปี ไม่ว่าตลอดชีพ เป็นอุปสรรคขัดขวางทำให้ผู้มีอุดมการณ์ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาใช้ความ เสียสละเรื่องวิชาการ เรื่องการทำงานต่าง ๆ ในพรรคการเมือง แต่ด้วยการเก็บค่าบำรุงสมาชิก พรรค ทำให้หลายคนมองเห็นว่าการเข้ามาร่วมสมาชิกพรรคนั้นไม่ได้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ แต่หวังเงิน หวังทอง หวังสิ่งต่าง ๆ จากประชาชน แม้จะ ๑๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาท ก็มีปัญหา พรรคเพื่อไทยเห็นควรยกเลิกการบังคับเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคไว้ โดยบัญญัติว่า ในมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ให้ยกเลิกความ ใน (๑๕) ของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และให้ยกเลิก ความในวรรคสี่ มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ปี ๒๕๖๐ แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการที่จะมาบำรุงพรรค โดยเขียนไว้ว่า พรรคการเมืองอาจเรียกเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคการเมืองจากสมาชิกพรรคได้ ตามอัตรา ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ คำว่า อาจเก็บ ก็หมายความว่าเก็บก็ได้ ไม่เก็บก็ได้ แล้วแต่พรรค การเมือง ประเด็นการเริ่มต้นการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผม อยากกราบเรียน เพราะว่าในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเดิม ปี ๒๕๖๐ นั้น บัญญัติว่าการเริ่มต้นสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมืองนั้น บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกพรรค เริ่มตั้งแต่ได้ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองตามจำนวน ที่กำหนดในข้อบังคับ ก็หมายความว่า ถ้าไม่ชำระค่าบำรุงสมาชิกพรรค ก็ไม่มีสมาชิกภาพ ของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยจึงเปลี่ยนจึงแก้ไขในส่วนนี้ว่า สมาชิกภาพ ของสมาชิกพรรค เริ่มตั้งแต่นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีคำสั่งให้รับเข้าเป็นสมาชิก คือเราไม่ได้ไปให้ความสำคัญกับค่าบำรุงสมาชิกพรรคแต่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ ความตั้งใจที่จะมาทำงานการเมืองเพื่อให้คนไทยที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการทำงาน มีอุดมการณ์ที่จะทำงานด้วยกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ในอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนก็คือ ประเด็นการครอบงำพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ คือฉบับ เดิมที่ใช้อยู่นั้นมีกำหนดไว้ใน ๒ มาตรา คือมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ มาตรา ๒๘ บอกว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำ ให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม มาตรานี้ก็เน้นว่าพรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินการอย่างใดให้เกิดลักษณะเป็นการให้คน ภายนอกเข้ามาครอบงำ ควบคุม และชี้นำ หรือยินยอมให้คนอื่นกระทำ และในมาตรา ๒๙ ของ ร่าง พ.ร.ป. เดิมเขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใด ซึ่งไม่ใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิก ขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ท่านประธานที่เคารพ พวกเรา พรรคเพื่อไทยเข้าใจว่ามาตรานี้มีเป้าหมายมาที่พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะเปิดโอกาส ให้มีการตีความเข้ามาเพื่อที่จะยุบพรรคเพื่อไทย หรือทำลายพรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้กังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะเราไม่ได้กระทำผิด ไม่ได้กระทำขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ เพียงแต่เรากังวลเรื่องการตีความของบุคคลที่ต้องการที่จะทำลายพรรคเพื่อไทย จึงเติมเข้ามาในวรรคที่สองของมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ว่ามาตรานี้การกระทำในวรรคหนึ่ง มิให้หมายความรวมถึงการที่บุคคลอื่นนั้นได้ให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ หรือให้ข้อมูลแก่ พรรคการเมืองเพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองนั้น ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ แต่ยังไม่อยาก จะเข้าไปสังกัดในพรรคการเมือง ในลักษณะเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลภายนอก บุคคลดังกล่าวนั้น จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมือง เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการเสนอวิชาความรู้ ผลงานวิจัย หรือว่าแนวความคิดต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราเปิดกว้างให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสทำงาน การเมืองก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทย จึงเขียนไว้ในวรรคที่สอง ตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่มีประโยชน์ น่าจะได้ใช้ประโยชน์เกิดขึ้นให้เต็มที่ กระผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทย และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญของรัฐบาลก็ดี ของพรรคการเมืองอื่นก็ดีทุกฉบับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นนำไปพิจารณา นำไปศึกษา ตรงไหนดี ตรงไหนที่เป็นข้อที่จะเป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติ ประชาชนก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการไป ส่วนที่ไม่ดีท่านก็คงจะพิจารณาด้วย ความรอบคอบต่อไป ขอบคุณครับ