ทวี สอดส่อง วิพากษ์ร่างกฎหมายพรรคการเมืองที่ถูกยกเลิกและระงับใช้หลายมาตรา โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและกระบวนการออกกฎหมายที่ขาดความรอบคอบ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ความเป็นอิสระของพรรคการเมือง และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอให้คงมาตรการป้องกันการครอบงำตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔ และผลักดันกฎหมายที่เคารพสติปัญญาประชาชน เพื่อความมั่นคงและสุขภาวะที่แท้จริงของสังคม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมและคณะได้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาอภิปราย และต้องขอชื่นชมซึ่งทุกท่านได้ใช้มุมมองและประสบการณ์ที่ผมเห็นว่า มีประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านประธานและผมและเพื่อนสมาชิก อยู่ในที่นี้เขาเรียกว่า สัปปายะสภาสถาน ก็คือ รัฐสภา ซึ่งแปลว่าสถานที่มีความสงบร่มเย็น ใช้ทุนสร้างจำนวน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มีพื้นที่ทั้งหมด ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๒๐ ไร่ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ เพราะว่าการที่จะมาอยู่ในที่นี้ได้ ก็จะต้องยอมรับว่าคนที่จะมาอยู่ในที่นี้ก็คือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกับสมาชิกวุฒิสภา ในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น การจะเข้ามา ได้ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เช่นเดียวกับสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งขั้นตอนการเดินทางมาถึง สภาแห่งนี้ คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน จะต้องเริ่มต้นที่เป็นสมาชิกพรรค การเมือง ในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ เรามีพรรคการเมืองทั้งหมด ๘๑ พรรคส่งผู้สมัครเลือกตั้ง นับว่ามีพรรคการเมืองมากที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ กติกาที่จะเป็นพรรคการเมือง ก็คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ๒๕๖๐ ที่ผมถืออยู่ในมือนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้วุฒิสภา ต้องให้ความเป็นธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วย เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองที่ท่าน ส.ว. ที่ สนช. อาจจะมี ส.ว. บางคนร่างนั้นเมื่อปี ๒๕๖๐ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ครั้งแรกวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ถัดจากนั้นไปถึงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๐ ถัดจากนั้นไปถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ท่านประธานทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะกฎหมายไม่รอบคอบ เพราะกฎหมายที่เกิดขึ้น สักแต่ว่าออกผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าผมไปดูสถิตินั้น ๔๐๐ กว่าฉบับ ท่านใช้เวลาออกในเวลา ไม่นานนัก ๑ เดือนเป็น ๗๐ กว่าฉบับ และในจำนวนนี้ก็มี พ.ร.บ. พรรคการเมืองด้วย พอถึง วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ ได้มีคำสั่ง คสช. ส.ว. คงไม่มีใครโต้แย้ง ได้ยกเลิกมาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๔ จำนวน ๕ มาตรา ออกกฎหมายมายังไม่เกิน ๒ เดือนเลยต้องถูกยกเลิกเพราะอะไรครับ เพราะการออกไม่ปราดเปรื่อง ไม่รอบคอบผมมอง ว่าเป็นอย่างนั้น เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมาพอใกล้จะเลือกตั้ง ประมาณ ปี ๒๕๖๑ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ ได้มีคำสั่ง คสช.ที่ ๑๓/๒๕๖๑ ได้ให้ระงับการใช้ กฎหมายที่ท่านร่างมาคือหมวด ๓ ทั้งหมด หมวด ๓ คือหมวดว่าด้วยการส่งผู้สมัครรับ เลือกตั้ง ที่ท่านเรียกร้องระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote) ท่านถูกระงับการใช้ คือคำสั่ง ให้ระงับการใช้มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๖ นี่คืออะไร ถ้าเป็นกฎหมายของ ส.ส. ร่างลักษณะอย่างนี้ท่านประธานคงไม่มีที่ยืน ท่านประธานที่เคารพทำให้ผมนึกถึงการเกิด กำเนิดของกฎหมาย คือสภาแห่งนี้อาจจะชื่อสัปปายะสภาสถาน แต่มันอาจจะเป็นสภา ปลาสองน้ำก็ได้ เพราะหลายคนพูดเนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นปลาสองน้ำ ผมไม่ได้บอกว่าปลาน้ำไหนดีกว่าใคร แต่ในรัฐธรรมนูญนั้นเขาบอกว่าถ้ากฎหมายควรเริ่มต้น ด้วยสภาผู้แทนราษฎร ผมมีคำกล่าวที่เคยอยู่ในเวทีอยากจะเอามาสะท้อนให้เห็นว่า การออกกฎหมายโดยคนที่หวังดีและอาจจะไม่รู้ดี ผมต้องขอประทานโทษครับมันจะ มีความรู้สึกอย่างไร ผมมีภาษามลายูซึ่งผมไม่ใช่คนมลายู แต่ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ รัตติยาสาและ เวลาขึ้นเวทีกับผม ผมก็จะจดไว้ มันมีความรู้สึกของคนที่ถูกคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไปปกครอง โดยเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการปกครอง เขาจะมีคำภาษาที่เป็นคำกลอนซึ่งสะท้อน เหมือนในสภาแห่งนี้ว่า เมื่อเป็นลูกกุ้งก็ย่อมเป็นลูกกุ้ง จะให้เป็นปลาอินทรีย์ได้หรือ เมื่อเป็น ลูกคนอื่นก็ต้องเป็นอื่น จะให้เป็นลูกของตนได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ ออกโดย สนช. เพื่อเอามาให้ ส.ส. ใช้ในการเลือกตั้ง แค่ออกมาไปสู่การเลือกตั้ง ก็ถูกระงับการใช้และยกเลิกถึง ๑๕ มาตรา ในมาตรานั้นที่ท่านอภิปรายกัน ๒ วัน ก็คือระบบ ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ผมอยากให้นำสไลด์ (Slide) ขึ้นสักนิดหนึ่งนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote) ที่ท่านบอกว่าดีนักดีหนา ที่ท่านชื่นชมนั้น ขนาด นายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้า คสช. ยังสั่งไม่ให้ใช้เลย การเลือกตั้งครั้งที่แล้วก็ไม่ได้ใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของในอดีตเราแก้ไขไม่ได้ เรื่องของปัจจุบัน และเรื่องของ อนาคตเป็นเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบ ท่านต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองทุกคนพูด เป็นสถาบันการเมือง และถ้าในมุมมองของประชาชน สถาบันการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นมีแห่งเดียวคือพรรคการเมืองเท่านั้น ประเทศไทยการส่งผู้สมัครเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรายังไม่เหมือนประเทศที่มีการพัฒนาประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า เพราะการจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของในหลายประเทศ โดยเฉพาะสถาบัน พระปกเกล้าก็ได้รวบรวมไว้ เขาไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ของเราต้องเป็นสมาชิก พรรคการเมือง ใน ๕๐ กว่าประเทศที่มีการรวบรวม ประมาณ ๓๘ ประเทศที่ก้าวหน้า เขาไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ ๑๔ ประเทศที่ส่วนใหญ่จะล้าหลังต้องเป็นสมาชิก พรรคการเมือง เราเดินทางมาถึงตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คราวนี้เราจะมาถึงที่ผม เสนอร่างการแก้ไขพรรคการเมือง บทของการร่างจะต้องเริ่มด้วยมาตรา ๕๔ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ของรัฐธรรมนูญนั้นทุกคนได้อ่าน แต่ผมจะขออ่านอีกสักรอบหนึ่งเพื่อสมาชิก และทุกคนได้รับทราบ เขาบอก บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวจัดตั้งพรรคการเมือง ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่ กฎหมายบัญญัติ กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหาร พรรคการเมืองที่ต้องกำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิก มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกำหนด มาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิก ของพรรคการเมืองนั้น รวมทั้งมีมาตรการกำกับดูแลให้สมาชิกของพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ได้นะครับ ท่านประธานเป็นตุลาการเก่า เป็นผู้พิพากษาเก่า ถ้าท่านดูในวรรคสองก็จะมีองค์ประกอบอยู่แค่ ๔ องค์ประกอบเท่านั้นเอง องค์ประกอบที่ ๑ ก็คือ พ.ร.บ. พรรคการเมืองอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหาร ที่กำหนดโดยเปิดเผยตรวจสอบได้ ประการที่ ๒ ก็ต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวาง กว้างขวาง ๒ เรื่อง อย่างน้อยคือการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้ง องค์ประกอบที่ ๓ ที่สำคัญมากที่ผมจะชี้ให้เห็นว่ามีเพื่อนสมาชิก ทำไม พรรคประชาชาติจึงยกเลิกมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ องค์ประกอบที่ ๓ คือกำหนด มาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำ หรือชี้นำโดยบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก พรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าเขาให้ไปกำหนดมาตรการสามารถ ดำเนินการโดยอิสระ แต่มาตรา ๒๘ กับมาตรา ๒๙ ผมไปเร็ว ๆ ท่านไปห้าม อิสระกับห้าม มันต่างกัน แล้วในกฎหมายปี ๒๕๖๐ ที่ท่านร่างมาทั้งฉบับ ท่านใช้ไม่ได้ถึง ๑๔-๑๕ มาตรา แล้วในมาตราที่มีมาตรการเพื่อให้ดำเนินการโดยอิสระนั้นท่านเอามาตรา ๒๘ กับมาตรา ๒๙ มา ซึ่งทางพรรคประชาชาติเราได้ประชุมกันหลายรอบ เราก็เห็นว่า มาตรานี้เป็นมาตราที่เป็นการ ยับยั้งความเป็นอิสระ เพราะว่าในความเป็นอิสระกับการห้ามมันตรงกันข้าม เราก็จะได้เห็น จำนวนมากมายเลยว่ามาตรานี้ใช้กำราบ ผมใช้คำพูดว่า ใช้กำราบพรรคการเมืองและสมาชิก พรรคการเมืองที่ให้ขาดความอิสระ ซึ่งเราจะเห็นได้มีหลายครั้งที่ กกต. ตัดสิทธิผู้สมัคร ที่ถือหุ้นสื่อ ตัดสิทธิก่อนที่ไปศาลรัฐธรรมนูญจำนวนมาก แล้วต่อมาพอไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าคนที่ถูกตัดสิทธิที่มาเป็น ส.ส. ก็ยังเป็น ส.ส. อยู่ แต่ที่จำนวนมากถูกตัดสิทธิไม่ได้ลง ส.ส. มีหลายเรื่องซึ่งผมก็อยากจะพูดถึง และเราเห็นว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราก็พบว่า มาตรการที่ป้องกันการครอบงำนั้นเราถูกเขียนไว้แล้วในมาตรา ๑๔ ซึ่งพรรคประชาชาติ ไม่ได้ไปยกเลิกเลย ในมาตรา ๑๔ นั้นเขาระบุว่าในการจะออกข้อบังคับในมาตรา ๑๕ ก็ดีคือ จะต้องไม่มีเรื่องการครอบงำ เดี๋ยวผมจะอ่านสักนิดหนึ่งก็ได้เพื่อจะให้ทราบ ในมาตรา ๑๔ นั้น ระบุว่าข้อบังคับต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ (๒) ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีต่อประชาชน (๓) อาจก่อให้เกิดความแตกแยก ระหว่างชนชาติ (๔) ครอบงำหรือเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน การร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ในระหว่างร่าง พรรคประชาชาติได้เอางานวิจัยทั้งหมดที่มีอยู่ พยายามศึกษา รวมถึงเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรา ๔๕ ไว้ นั่นคือคำวินิจฉัยที่ ๕/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ผมต้องขอโทษเพื่อนสมาชิก พรรคอนาคตใหม่ด้วยนะครับ อันนี้เป็นคำวินิจฉัย ท่านประธานทราบไหมว่าในคำวินิจฉัยนั้น เขาไปมองที่มาตรการ เขาให้ความสำคัญมาตรการ เมื่อรัฐธรรมนูญบอกให้ไปออกมาตรการ ซึ่งเป็นคำนาม เป็นประธาน แต่คุณไปเอากริยาห้ามกับอิสระนี่มันคือไปสู่การครอบงำ ปรากฏว่าเขาได้ระบุว่าตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง ๒๕๖๐ มาตรา ๖๖ ที่ห้ามบุคคลบริจาคเงินและทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดกับพรรคการเมือง มูลค่า ๑๐ ล้านบาท หรือนิติบุคคลบริจาค ๕ ล้านบาท อันนี้คือมาตรการที่เขามาสรุป ในคำพิพากษาว่าอันเป็นมาตรการที่มิให้พรรคการเมืองถูกบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดอาศัย ความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นนายทุนพรรคการเมือง เพื่อบงการหรือมีอิทธิพลครอบงำ หรือชี้นำในการดำเนินกิจการของพรรค ตามที่ประสงค์ของตนเพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว ในรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องพรรคการเมืองที่หลายท่านสงสัยว่าการไปยกเลิก มาตรา ๒๘ และ ๒๙ นั้น ผมเห็นว่ามาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ นั้น เป็นเรื่องการครอบงำความ เป็นอิสระของพรรคการเมือง การรวมตัวเป็นพรรคการเมืองนั้น จะมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ เป็นเจตจำนงที่เป็นอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของคนที่จะมาทำงานทางการเมือง ดังนั้นการยกเลิก มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ จึงไม่ทำให้พรรคการเมืองขาดความอิสระมากกว่าถูกครอบงำ เพราะท่านจะเห็นว่าการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อไม่นานมานี้ก็ออกมาว่า การครอบงำ หรือการชี้นำมาตรานี้ยังมีอยู่ และยังมีอยู่เห็นทั่วไป สิ่งหนึ่งผมขออนุญาต ขอโทษ ผมจะขอพูดถึงบุคคลภายนอกนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ อันนี้คือตัวอย่าง แต่ไม่ขยายออกไป เดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย ถึงแม้ว่าในทางกฎหมาย อาจจะเอื้อมไม่ถึง แต่ในความเชื่อความรู้สึกของประชาชนนั้น มันชัดยิ่งกว่าชัดและมี มาตรานี้อยู่ ทำไมยังทำอะไรไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนว่าที่เพื่อนสมาชิกสงสัยว่า การยกเลิกมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ นั้น ผมมองว่าเป็นการมีมาตรการป้องกันความเป็น อิสระของอำนาจรัฐ อำนาจเงินที่การเขียนกฎหมายฉบับนี้เป็นการเขียนกฎหมายแบบอำนาจ นิยม ไม่ใช่เขียนกฎหมายแบบคุ้มครองสิทธิของประชาชน และบุคคลที่จะไปชี้ว่าห้าม ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในดำเนินการ ดังนั้นเราจึงเห็นว่ามาตรการป้องกันการครอบงำและ การชี้นำในพระราชบัญญัตินี่มีอยู่หลายมาตราจำนวนเยอะมาก โดยเฉพาะมาตราในเรื่อง การเงิน ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภาที่สงสัย ทางเราวินิจฉัยแล้วว่าไม่ใช่เป็นการ ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ มีคนสงสัยยกเลิกมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ ถึงมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ ท่านประธานครับ พรรคประชาชาติ ไม่ได้ยกเลิก การเลือกตั้งครั้งที่แล้วท่านก็ถูกยกเลิก เพราะท่านเขียนกฎหมายไม่รอบคอบ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับสมาชิกด้วย วันนี้ถามว่าคราวที่แล้วมีไพรมารีโหวต (Primary Vote) ไหม แล้วในข้อบังคับ ท่านไปดูข้อบังคับ มาตรา ๑๕ จำไม่ผิด ข้อบังคับหลายข้อเลย เขาจะเขียนไว้ชัดเจน จะให้มีส่วนร่วม ท่านประธานทราบไหมว่าการมีส่วนร่วมของสมาชิกนี้ พรรคเพื่อไทยอาจจะมีสมาชิกสัก ๒๐๐,๐๐๐ ท่านไปตีความนิยามสมาชิกอย่างไร ผมยังไป ตีความว่า ๑๐ ล้านคนนี้ก็ยังเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคต่าง ๆ การมีสมาชิก โดยลายลักษณ์อักษร กับมีสมาชิกโดยอุดมการณ์ความเชื่อนี้ อันนี้อยากจะให้เคารพ ประชาชนด้วย ที่สำคัญครับท่านประธาน ปรากฏว่าการที่พรรคประชาชาติไปเขียนแก้ แล้วก็ มีมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ นั้น เรายังมีให้สมาชิกมีส่วนร่วม คือเวลาพรรคการเมืองจะส่ง ผู้สมัครนี้ พรรคการเมืองต้องประสงค์ที่จะได้ ส.ส. จะได้มายืนในสภาแห่งนี้ ไม่มีการส่ง ที่ไม่ต้องการเป็น ส.ส. อาจจะมีก็ได้ เพื่อจะเอาคะแนนปาร์ตี ลิสต์ (Party-list) เพราะระบบ เลือกตั้งเป็นอย่างนี้ การจะส่งเป็น ส.ส. นั้น เราต้องถามประชาชน ประชาชนส่วนหนึ่ง เป็นสมาชิก ประชาชนส่วนหนึ่งก็คือประชาชนในพื้นที่ พรรคอื่นจะอย่างไรไม่รู้ แต่พรรค ประชาชาติเราก็จะทำโพล (Poll) สำรวจว่าประชาชนมีความนิยมพรรคเท่าไร ประชาชน มีความนิยมตัวบุคคลเท่าไรด้วย แล้วเราก็ไปเขียนว่าถ้าจะมีการเลือกตั้งคัดเลือกบุคคล เราต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมทั้งหมด แต่การจะไปถามสมาชิกทั้ง สมมติผมมีอยู่ ๒๐,๐๐๐ คนนี้ มันอาจจะยาก ผมก็ใช้ที่ประชุมใหญ่ของพรรค ก็โดยมีคณะกรรมการบริหาร มีคณะกรรมการ สรรหา แล้วเอาเข้าที่ประชุมใหญ่ แล้วที่สำคัญก็คือเราได้ถามประชาชนก่อน ผมคิดว่า กฎหมายเขาบอกให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง อันนี้ผมถือว่ามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง กว่าที่ท่านร่างมาครับท่านประธานครับ ส่วนในข้ออื่น ๆ นั้น เช่น แก้ข้อบังคับให้มีการบำรุง ตลอดเลยนะครับ ครั้งเดียว ๕๐ บาทนี้ จริง ๆ มันควรจะฟรี แต่เราก็คิดว่าเพื่อจะมีการแยกแยะ เราก็ควรจะมีสักครั้งเดียว เดิมการขาดสมาชิกคือการยกเลิกไม่จ่ายค่าบำรุง ๒ ปีนี้ เราก็ยกเลิก มาตรานี้ไป แล้วก็ที่พูดถึงการยกเลิกมาตราที่เป็นมาตรการสกัดกั้นความอิสระ สกัดกั้น สติปัญญาของสมาชิกและของประชาชน โดยให้รัฐไปห้ามเรื่องโน้นเรื่องนี้ตามอำเภอใจนี้ ที่จะเป็นอันตรายมากกว่าเป็นการป้องกันการครอบงำนี้ ผมก็ได้ยกเลิกมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ เพราะผมเห็นว่าในมาตรา ๒๘ นี้คือทำให้พรรคขาดอิสระ ทำให้สมาชิกถูกครอบงำ และถูก ความหวาดกลัวในการดำเนินคดี พรรคประชาชาติหลายคนถูกดำเนินคดีนะครับ เพราะว่า เป็นสมาชิกพรรคอื่นมาก่อน มาเป็นสมาชิกพรรคนี้ เราถูกดำเนินคดี แล้วที่สำคัญคือ ในคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญนี้ มาตรา ๖๖ เขาถือว่าการกำหนดเงินบริจาคและมาตรานี้ ถือว่าเป็นมาตรการป้องกันการครอบงำ เขาเขียนไว้ด้วยว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ แล้ว แล้วเราก็ยังมีปรับระบบการบริหารพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกไป เมื่อสักครู่นี้ว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มี ๘๑ พรรค รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าพรรคการเมืองนี้ อย่างผมในสมัยหน้าอาจจะส่งแค่ ๕๐ เขตนี้ ผมจะต้องไปมีตัวแทนจังหวัดถึง ๗๗ จังหวัด หรือ ๔๐๐ เขตละครับ ๔๐๐ เขตนี้สมาชิกอาจจะต้อง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คนนี้ ใช้เงินประมาณ ๕ ล้านบาทนี้ คือพรรคการเมือง ผมอยากให้เห็นว่าเป็นสถาบันของประชาชน เมื่อเราเปิด โอกาส เรายังไม่ให้มีการสมัครโดยอิสระ ผมก็คิดว่าควรจะให้มีแค่ตัวแทนสาขาพรรค การเมืองก็พอ และสาขาพรรคการเมืองเขาจะไปเพิ่มอย่างไร ก็ไปเพิ่มเอาอีกทีหนึ่ง แล้วก็การ แก้ไขการส่งผู้สมัคร และวิธีสมัครนี้ ผมคิดว่าจะต้องให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง กว้างขวาง กว่าไพรมารีโหวต (Primary Vote) ที่ทุกคนพูดถึง เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้เลย ท่านก็ไปสรุปเอาและไปคาดคั้นเอาว่าต้องมี และที่ท่านออกมากฎหมายมันใช้ไม่ได้เลย วันนี้ ยังไม่ได้ใช้เลย อันนี้คืออยากจะกราบเรียนให้เห็น ท่านประธานครับ อันนี้ก็เป็นภาพรวม ๆ ที่ขอแก้ และอีกเหตุหนึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราไปเขียนว่าอาจจะยุบพรรคการเมืองได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนเข้มไปกว่านั้นให้ยุบพรรคการเมืองได้ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้เขียนตรงไหนเลยให้ยุบพรรคการเมือง ก็ไปเอานิยามกฎหมายอื่นก็คือกฎหมาย พรรคการเมือง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยออกมาผมคิดว่าการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญอาจจะเป็น มุมมอง แต่ผมไม่ขอก้าวล่วง แต่ว่าถ้าเกินกว่ารัฐธรรมนูญผมไม่อยากให้หน่วยงานใดทำตัว เป็นรัฐธรรมนูญหรือไปเขียนรัฐธรรมนูญเอง ดังนั้นผมจึงคิดว่าบางมาตรา เช่น มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ที่เราเห็นว่าเป็นเครื่องมือที่จะยุบพรรคการเมือง เพราะไม่ใช่เป็นเครื่องมือที่เป็น มาตรการเสริมสร้างความอิสระเพื่อกันการครอบงำและการชี้นำเราก็ไปยกเลิก แล้วมี หลายมาตราเนื่องจากว่าในตัวแทนจังหวัดมีทั้งหมด ๔๐ กว่าจุด เกือบ ๕๐ จุด มันก็ดูเหมือน แก้หลายมาตรา และสิ่งสำคัญที่สุดครับ การแก้ครั้งนี้ก็เพื่อให้ไปเป็นตามรัฐธรรมนูญที่เรา แก้ใหม่ที่มันมีมาตราที่เกี่ยวข้องครับ
ท่านประธานที่เคารพ ในท้ายที่สุดนี้ ผมก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกครับ คือมุมมองที่ผมพูดหลายคนอาจจะไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย แต่เรื่องนี้พรรคการเมือง เป็นสถาบันของประชาชน ผมก็คิดว่าถ้าเราได้เอาร่างของทุกพรรคเข้าไป ผมเชื่อมั่น ในสติปัญญาของผู้เป็นกรรมาธิการวิสามัญ แล้วผมก็เชื่อมั่นสติปัญญาของสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๕๐๐ คนที่เราจะกลั่นกรองให้กฎหมายพรรคการเมืองที่ออกมาเป็นกฎหมายพรรคการเมือง ที่ทำเพื่อประชาชนไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นผมจึงขอฝากนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมา นั้นเราขยายอำนาจรัฐไปรุกความมั่นคงของรัฐ เราไม่เคารพสติปัญญาจินตนาการของ ประชาชน ซึ่งประชาชนเมื่อเขารวมตัวกันมาก ๆ อันนี้ก็คือเป็นความมั่นคงของประชาชน ผมไม่อยากให้ความมั่นคงของรัฐมีความหมายแคบ ผมอยากให้ความมั่นคงและความสุขของ ประชาชนเป็นนิยามคำเดียวกันครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ