ครูมานิตย์ ชี้ปัญหาครอบงำพรรคการเมือง-เรียกร้องแก้เหลื่อมล้ำ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม อภิปรายประเด็นรัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมือง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรม การเสี่ยงต่อการยุบพรรค และความท้าทายของพรรคการเมืองภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมตั้งคำถามถึงการนับวาระนายกฯ 8 ปี และการแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การครอบงำพรรคการเมือง พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง และเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและปากท้องของประชาชน ย้ำถึงเจตนาของพรรคเพื่อไทยที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคเพื่อไทย ผู้แทน จังหวัดสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผมได้รับมอบหมายจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทยให้มาเสนอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง เมื่อวานก็ว่าด้วยการเลือกตั้ง ฟังท่านผู้อาวุโสจนเคลิ้มไปนึกว่าเกือบจะ หลับครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทยผมทราบดีกับปัญหา ต่าง ๆ เพราะว่าผมนั้นก็มาจากการเลือกตั้งก็ได้กราบเรียนกับท่านประธานไว้แล้วว่าเมื่อวาน ผมก็มาเป็นผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ตั้งแต่สภาเก่าจนมาถึงสภาใหม่ ก็มาจาก การเลือกตั้งตลอดเลยครับท่านประธานครับ แต่จริง ๆ แล้วได้เรียนกับคุณหมอเป็นการ ส่วนตัวว่าคุณหมอจริง ๆ แล้วถ้าเราจะเสนอแก้ พ.ร.ป. พรรคการเมืองก็ดี หรือ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งก็ดี คุณหมอน่าจะจำวลีได้วลีหนึ่งที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเขาสร้างมา เพื่อเรา แต่คำว่าเพื่อเรานี่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยในวันนั้น แต่คุณหมอได้บอกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เราในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน เรามาจากการเลือกตั้ง ความหวังของประชาชนตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ลุงแจ่ม ป้าช้อย เขาหวังจากพวกเราละ มานิตย์ เราก็ต้องไปแสดงเหตุ และผล ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเสนอทุกทีเจ็บทุกครั้งครับ นี่ผมก็เห็นใจทั้งเลขาประเสริฐ ทั้งหลายคน คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยก็พยายามนะครับ แต่ว่าทำอย่างไรได้เมื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เขาไม่ได้ร่างมาเพื่อเรา วลีนี้ยังก้องหูกับผมเลย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นทั้งครู แล้วตอนเรียนหนังสือบางครั้งก็เป็นนักมวยเหมือนกัน มันก็ อาจจะมีช่องว่างให้ผมได้ต่อยหมัดฮุก (Hook) บ้างสักครั้งละครับ จะแพ้หรือชนะไม่รู้นะครับ ผมก็จะติดตามรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะในวันข้างหน้า นี่ผมไม่ได้พูดนอกเหนือนะครับ ผมพูดรัฐธรรมนูญก่อน ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ มาตรา ๑๕๘ ว่าด้วยหมวดคณะรัฐมนตรี วรรคสามครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน ๘ ปีมิได้ เด็กที่ศีขรภูมิถามผมว่า คำว่า ๘ ปี นับเลข ๑ ถึงเลข ๘ ใช่ไหมครับคุณครู ผมบอกว่าถ้าตามภาษาที่เราสอนหนังสือ แบบนั้นละลูก แต่ว่าในกฎหมายไม่รู้เขานับแบบที่ผมคิดหรือเปล่า นี่ก็เป็นข้อกฎหมาย นะครับ เมื่อเข้มงวดกวดขันจะเอาจริงเอาจังกันแล้วก็ขอให้กฎหมายมันได้แผลงฤทธิ์ นี่เป็น ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมจะดูว่ายายี่ห้อนี้มันจะออกฤทธิ์ ให้ผมเห็นไหม ไม่นานท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๕ นี่ละครับ มันจะเห็นเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาพูดถึงเรื่องของความเข้มแข็งพรรคการเมือง ประเทศไทย มันเข้มแข็งไม่ได้หรอกครับ ผมยืนยัน แต่เราก็ต้องมาประชุมแล้วก็ต้องว่าไปตามพฤติการณ์ มันจะเข้มแข็งได้อย่างไรครับ ปึ๊บปั๊บ ปึ๊บปั๊บ นี่เมื่อ ๒ เดือนที่แล้วพอมีขบวนการเกิดขึ้น ในอีกซีกหนึ่งผมไม่ได้กล่าวถึงใครครับ สื่อต่าง ๆ ก็ไปเขียนว่ามีทางออก ๓ ทาง ๑. ยุบ ๒. ลาออก ๓. วิธีพิเศษ คิดอะไรไม่ออกก็จะปฏิวัติ คิดอะไรไม่ออกก็จะรัฐประหาร แล้วผม ถามว่ากระบวนการทางการเมือง กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการพรรคการเมือง มันจะเข้มแข็งได้อย่างไร พรรคที่เข้มแข็งท่านประธานครับพอทำท่าจะเข้มแข็งก็โดนอยู่ตลอด เมื่อวานผมกล่าวสั้น ๆ พรรคผมนี่ละครับ ที่ผมบอกว่าจริง ๆ หัวหน้าพรรคหน้าตาดีนะครับ วันนี้ คุณหมอชลน่านนี่ไม่ได้ขี้เหร่ขี้ริ้วกว่าใครหรอกในสภา หน้าตาดี แต่ผมก็เตือนไว้ตลอดว่า หมอ หมอ อย่าให้มันยุบสภาในยุคหมอเด้อ ถ้ารู้ก่อนก็ลาออกเสียก่อน อย่าเอาประวัติศาสตร์นี้ เพราะทำความดีมาตลอด อภิปรายก็ได้รับการชื่นชม มีหลักการมีเหตุผล ทำงานเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง แต่ท่านมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนี่ละครับมันอันตราย เพราะมันยุบกันง่าย ๆ ที่ผ่านมามันยุบ ปุ๊บเดียวยุบ ปุ๊บเดียวยุบ ปุ๊บเดียวยุบ เพราะตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน แล้วก็มาพรรคเพื่อไทยมันเสมือนว่าเป็นยาดำขวางทางผู้บริหาร ท่านเห็นไหมครับในรัฐธรรมนูญ นี่จริง ๆ แล้วในมาตรา ๒๙ ที่มาเขียนครอบงำอะไรกัน ไม่ต้องเขียนก็ได้ เขียนให้ชัดเลยว่านามสกุลนี้ห้ามเอ่ยชื่ออะไรเกี่ยวกับการเมืองทั้งหลาย ถ้าไม่อย่างนั้นยุบพรรคเพื่อไทยก็จบ เหมือนกับที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ต้องเป็นสมาชิก พรรคหรอกครับ พรรคการเมืองเสนอให้ก็ได้เกือบจะเขียนชื่อไว้แล้วในวันนั้น ทราบข่าวว่า จะให้ลุงผมนี่ละครับ ที่เป็นนายกฯ ทุกวันนี้เป็นนายกฯ เสียเลย แต่กลัวพรรคร่วมพรรคเล็ก พรรคน้อยไม่เอาด้วย ก็เลยเขียนไว้กลวม ๆ ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค ขอให้ พรรคการเมืองนั้นเสนอชื่อมา แล้วคาดการณ์ว่าเที่ยวหน้าพรรคเดิมจะไม่เสนอก็ทำท่ายุ่งอยู่ วันนี้เห็นหาพรรคโน้นพรรคนี้ ผมดีไม่ดีก็จะบอกคุณหมอชลน่านจะไปลาตั้งพรรคใหม่ เหมือนกันละครับเผื่อฟลุ๊ค (Fluke) เพราะอะไรมันเกิดขึ้นได้ในเมืองไทย อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นมันจะทำให้การเมืองเข้มแข็งอย่างไร ดูเหมือนวันนี้ท่านวุฒิสมาชิกที่ผมเคารพ ผมเคารพจริง ๆ นะครับ เพราะว่าหลายท่านสนิทชิดเชื้อกันเป็นการส่วนตัว ท่านเป็นผู้รู้ ท่านมีคุณวุฒิ บางท่านผ่านการเป็นนักรบ ทำงานฝ่ายความมั่นคง เป็นหมอ เป็นนายแพทย์ แต่ผมยืนยันเลยว่าท่านเข้าใจชนบทน้อย ผมยกตัวอย่างแค่ว่าการเป็นสมาชิกจะให้ค่าสมัคร อย่างน้อยชั่วคราว ๑๐๐ บาท ถาวร ๒,๐๐๐ ท่านประธานรู้ไหมครับวันนี้ชาวบ้านจะหาเงิน สัก ๑๐๐ แต่ละวันมันหายากนี่ขนาดว่าจะซื้อ เอทีเค (ATK) ยังยากเลย มนพรไม่กล้ากลับบ้าน ส.ส. นครพนม วันเพ็ญผมก็ได้อาศัยวัดทุกวัน พรเพ็ญเพราะชาวบ้านมาขอเอทีเค (ATK) จะตรวจโควิด (COVID) ก็ไม่มีเงินซื้อ รักอยู่พรรคจะมาเป็นสมาชิกไม่ได้ เพราะไม่มีตัง นี่คือ ปัญหาความชนบทจริง ๆ แล้วท่านบอกว่าเพื่อความมั่นคง เพื่อโน่น เพื่อนี้ เพื่อนั่น สงสารเขา เถอะครับ วันนี้ลุงตู่ผมก็ทำให้ชาวบ้านจนจาก ๔ ล้าน เป็น ๘ เดี๋ยวนี้เป็น ๑๐ ๒ เดือนหน้า ก็ ๑๒ ๒๔ ก็คูณไปเรื่อย ๆ แล้วจะเอาเงินไหนมาเป็นสมาชิกพรรค เขารักครับ วันก่อน พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคเยอะแยะ ทุกพรรคการเมือง แต่วันนี้เขาไม่มีสตางค์เมื่อจะให้มา สมัครต้องเสียสตางค์เขาจะมาทำไมละครับ นี่ผมฝากท่านกรรมาธิการที่จะไปทำกฎหมาย ฉบับนี้ด้วย คิดง่าย ๆ เลยครับ ให้ท่านย้อนรอยไป ถ้าท่านไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ท่านนั่งรถไฟ ฟรีไปเลยไปบ้านผม สุรินทร์ จะไปเห็นว่าชาวบ้านเขาอยู่กันอย่างไรวันนี้ รัฐบาลบริหารให้จน เสมอกันแล้ว ไม่นานก็เสมอกัน นี่เป็นประเด็นที่ผมฝากไว้ว่าเลิกเถอะ ท่านเลิกแล้วท่านจะ เห็นว่าคนเขามีความสนใจกับพรรคการเมืองเขาอยากจะมาเป็นสมาชิกพรรค แต่เขาไม่มี ปัญญา เพราะเขาต้องเสียสตางค์ แล้วเสียกันเกือบทุกปีอย่างนี้ ผมฝากไว้นะครับ

เรื่องของการครอบงำ การครอบงำ ควบคุม ชี้นำผมดูแล้วมันเป็นยาดำขนาน ใหญ่จริง ๆ ท่านประธานตั้งแต่วันแรกหัวหน้าพรรคผมก็ได้ลงพาดหัวข่าวหน้า ๑ เลยบอกว่า มีฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ฝ่ายนั้นไม่เอาด้วยต่อต้าน ยังไม่ฟังเนื้อหาสาระเลยว่าเขาต้องการที่จะแสดง อย่างไรเนื้อหาสาระ เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ กลัวกันไปหมดแล้ว จนกระทั่งว่า บางคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อสักครู่ผมฟังท่านสมชายไม่รู้แกรักผมหรือเปล่า แต่ผมก็รู้จักแก ก็รักแก ผมไม่กระแนะกระแหนท่าน แต่ท่านบอกว่าจะแก้ แก้บัตร ๒ ใบ ก็เอาละครับ ก็ยังดี แต่เรื่องนี้ผมมีความจำเป็นในฐานะเป็นลูกน้องคุณหมอชลน่านต้องอภิปรายความให้ สะเด็ดน้ำ ผมอยากเห็นคำนิยามให้เขียนให้ชัด ว่าครอบงำ ครอบงำอย่างไร ควบคุม ควบคุม อย่างไรกับพรรค แล้วสมาชิกคนที่เขาไม่ได้เป็นสมาชิก เช่น ผมประชุมที่บ้าน ผมประชุมอยู่ที่ สุรินทร์บังเอิญคนไม่ได้เป็นสมาชิกแต่เลือกผม เขามาเสนอผมให้ทำโน่นทำนี่ เขาครอบงำ ผมไหม ผมประชุมสมาชิกผม แล้วบังเอิญเขามาด้วย แต่เขาบอกเขาเลือกผมเพราะอย่าลืม ท่านประธาน ผมมีสมาชิกพรรคอยู่ ๑๐๐ กว่าคน แต่เลือกตั้งผมได้ ๔๕,๐๐๐ เวลาประชุม เขามากันเยอะครับ แล้วเขามาเสนอโน่นเขามาเสนอนั่น ผมถามว่าชี้นำไหม ครอบงำไหม ถ้าผมเอาเรื่องเหล่านี้มาเสนอหมอชลน่าน แล้วข้างนอกเขารู้เท่ากับคนนอกครอบงำ พรรคไหมครับ ผมขี้สงสัยเพราะความรู้น้อย

ท่านประธานครับ ท้ายสรุปท่านประธานดูหน้าผม สมาชิกเขาก็ ๒ วันแล้ว ท้ายที่สุดท่านประธานครับ การทำกฎหมายกราบวิงวอนไปยังนักกฎหมายทั้งหลาย ท่านผู้รู้ ท่านเห็นแก่ประเทศชาติเถอะครับ เราบอบช้ำท่านมาคุยที่ปลายเหตุ ท่านไม่มองที่ต้นเหตุ ต้นน้ำ ปฏิวัติ ปฏิวัติ ปฏิวัติ แล้วไปพูดถึงชาวบ้านซื้อสิทธิขายเสียง ถามว่าเมื่อสักครู่เรื่อง กล้วย เรื่องอะไรทำไมท่านไม่เอามาพูดบ้าง เรื่องกล้วย เรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นในนี้ละครับ ในแค่กรอบใกล้ ๆ ชาวบ้านเขาไม่ได้ต้องการหรอก ครับ เขาต้องการเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องเขา เขากินได้ เขานอนหลับ ล้วงในกระเป๋ามี สตางค์เขาพอใจแล้วครับ เขาถึงนิยมพรรคเพื่อไทย เดี๋ยวท่านประธานไม่รู้ เพราะเขารู้ว่าพรรคเพื่อไทยทำงานเพื่อเขา เพื่อไทยหัวใจคือประชาชนครับ เขาทำงาน เพื่อประชาชนตลอดเขาก็เลยทุ่มเทมาให้ พวกเรานี้ไม่มีหรอกครับคำว่า ซื้อเสียง จะซื้อเอทีเค (ATK) ใช้กับชาวบ้านส่วนหนึ่ง ให้เด็กในสำนักงานก็ยังไม่มีสตางค์เลย เพราะเราอยู่ท่ามกลาง ปัญหาความทุกข์ยาก ยิ่งวันนี้ข้าวเปลือกถูก ข้าวสารแพง หมูแพง อะไรก็แพงหมด นี่กลับ บ้านพรุ่งนี้ก็เหนื่อยอีกครับ มาทวงเงินค่าลัมปี สกิน (Lumpy skin) มาพูดเรื่องหมู ไหนละ ผู้แทนนานแล้วลัมปี สกิน (Lumpy skin) ยังไม่ชดใช้ วัวก็ตายไปหมดแล้ว จะเอาเงินที่ไหน มาซื้อวัวที่จะมาเลี้ยงต่อ นี่คือปัญหาของพวกผมที่แบกมาทั้งนั้น กินกล้วยก็ไม่มีกล้วยให้กิน หมอชลน่านก็เดินหนีตลอดเจอหน้าพวกผม พวกเรานี้รักจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ มีวิญญาณ ฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่อย่ามองพวกผมเป็นผู้ร้าย พวกผมนี้รักชาติไม่เป็นรองใคร ในแผ่นดินนี้ ผมยืนยัน ทุกคน สมาชิกพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย เรารักชาติไม่เป็นรองใคร เราอยากเห็นบ้านเมืองมันเดินไปตามภาวะปกติ เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าใส่ร้ายเถอะครับ ผมนั่งฟังแล้วซื้อเสียง ซื้อเสียง ซื้อเสียง ชาวบ้านเขาไม่อยากได้สตางค์ที่ผมบอกประธานแล้ว ถ้าเขากินอิ่มนอนหลับ ล้วงในกระเป๋ามีสตางค์ แต่บางครั้งเขาจำเป็นเพราะหัวคะแนน มีอิทธิพล เอาไปให้เขาถ้าเขาไม่รับเขากลัวตาย ท่านประธานฟังผมนะครับ เขากลัวตาย เขากลัวอย่างโน้นอย่างนี้ก็ไปยัดเยียดให้เขา แต่วันนี้ซื้อเสียงกับชีวิตที่เขาเป็นอยู่มันห่างกัน ซื้อเสียงสมมติผมยกตัวอย่าง ท่าน กกต. ฟังผมด้วยนะครับ ซื้อเสียง ๒๐๐ ๓ ปี ๔ ปี ไปให้ เขาแค่ ๒๐๐ กับชีวิตเขาลำบาก หายใจรินรวยอยู่ทุกวัน ท่านคิดดูว่าเขาจะเอาอันไหน เขาอยากได้รัฐบาลที่ดี เขาอยากได้ผู้นำที่ดี เขาอยากได้พรรคการเมืองที่ดีที่เข้าไปบริหาร ประเทศ เขาอยากได้ประชาธิปไตยที่เต็มใบ เพราะเขามองว่าประชาธิปไตยที่เต็มใบ คือเป็นตัวแทนของเขามาบริหารเพื่อเขาและเขาจะได้ผลประโยชน์ พูดแล้วก็หาว่าผมโม้อีก ถามว่าทำไมพรรคเพื่อไทยเขารักจึงไม่จืดจาง ก็เรารู้ปัญหาของเขามาทุกรูปแบบ ถ้าท่านประธานไม่รังเกียจนะครับ เช้า ๆ ขึ้นมาท่านประธานมาฟัง ส.ส. พรรคเพื่อไทยหารือ ดูครับ เอาปัญหามาจากต่างจังหวัดหมด เรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องอาหาร เรื่องถนน เรื่องสะพานเรื่องวัดวาอาราม เรื่องเด็กนักเรียน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ แต่ไม่ได้ รับการแก้ไขวันนี้ความเหลื่อมล้ำมันจึงสูงมาก ท่านประธานเห็นไหมครับ ยิ่งสูงขึ้น ๆ เป็นประวัติการณ์การเหลื่อมล้ำ เพราะชนบทชายขอบไม่เคยได้ดูแล โควิด (COVID) มา เด็กออกจากโรงเรียนผมเป็นครูผมรู้ เข้ากลับมาไม่ได้เพราะเรียนไม่ทันเขา ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือยุคก่อนยิ่งลักษณ์ซื้อให้ ก็ไปหาว่าเขาทุจริตเอาเรื่องเอาราวเขา วันนั้น ถ้ามีแท็บเล็ต (Tablet) มาแล้ว วันนี้เด็กบ้านผมดิจิทัล (Digital) หมด เด็กรุ่นใหม่ในบ้านผม เทียบเท่าอนาล็อก (Analog) เท่าผมนะครับ คือไม่ทันกับเรื่องนี้ท่าน กกต. ฉะนั้นท่าน ประธานให้มองพวกผมว่าพวกผมมีเจตนาที่ดีในการเสนออะไรก็แล้วแต่ เพราะเราหวังดีกับ ประเทศชาติ เราชอกช้ำครับ แต่ละครั้งที่สังคมเขามองพวกเราเป็นฝ่ายผู้ร้าย โชคดีที่ชาวบ้าน ทั้งประเทศยังเทใจให้เลือกตั้งครั้งไหนเขาก็ยังให้โอกาส เที่ยวหน้าผมก็เชื่อแน่ อย่างไรก็แล้วแต่ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนผู้แทนมากกว่าเขาแน่ แต่ได้เป็นรัฐบาล หรือไม่ อันนี้ผมไม่กล้ายืนยันครับ เพราะว่าไอ้แจ๊ค ไอ้แจ๊ค ปล้นกันกลางอากาศ นี่อย่าว่า แต่ว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วเมื่อสักครู่ก็เกือบจะมีการปล้นกลางอากาศกันมา ฉะนั้นปัญหาเหล่านี้ ผมอยากฝากท่านประธานเรียนไปยังท่านประธานนะครับว่า ผมกราบเรียนวิงวอนไปยังท่าน วุฒิสมาชิกเถอะครับ ท่านเป็นผู้รู้ ท่านเป็นผู้ตื่น ท่านเป็นผู้เบิกบาน พ่อทูนหัวเอ๊ย อะไรที่ มันเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง ผมรู้ว่าท่านรู้ แต่ท่านมองพวกผมไม่ค่อยอยู่ในสายตาท่าน นี่เมื่อสักครู่พี่ชายผมพลตำรวจโทขึ้นมาก็ชมพรรคการเมืองหนึ่งว่าถูกต้องอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่คิด เห็นไหม แค่ชมผมก็น้อยใจแล้วนะ พี่ศานิตย์ พวกผมนี่มีเจตนาดีมากเลยครับ ท่านประธานครับ นี่ที่ขึ้นมานอกจากอภิปรายแล้วน้อยใจ ก็อยากให้ท่านวุฒิสมาชิกช่วยกัน แก้ ช่วยกันให้บ้านเมืองนี้มันเดินไปได้ ให้บ้านเมืองนี้มันเดินไปได้ พอบ้านเมืองเดินไปได้ คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน เมื่อประชาชนได้ประโยชน์เศรษฐกิจมันก็ดี อะไรมันก็ดี ทุกอย่าง วันนี้พวกเรารุมกันคุมขังประชาชน แทนที่จะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตาม ประชาธิปไตย นี่เอาลุงตู่มาบริหารเท่ากับคุมขังประชาชนนะครับวันนี้ เศรษฐกิจบ้านเมือง มันไปไม่ได้