ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อภิปรายร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยย้ำถึงบทบาทของพรรคการเมืองในฐานะหัวใจของระบอบประชาธิปไตย พร้อมเสนอให้การพัฒนาพรรคการเมืองเป็นวาระแห่งชาติเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน เห็นควรให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันของประชาชนที่เข้มแข็ง มีการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการกำหนดทิศทางและคัดเลือกผู้สมัคร พร้อมสนับสนุนร่างกฎหมายที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 258 ก. และขอให้ทบทวนประเด็นที่อาจลดบทบาทสมาชิกหรือขาดความเป็นธรรม เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงและยั่งยืน
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพอย่างสูง กระผม นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่สมาชิกวุฒิสภาอย่างผมจะได้ทำหน้าที่สนับสนุน การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการตรวจสอบถ่วงดุลกลั่นกรองเสนอแนะการทำ หน้าที่ของท่าน ทั้งในการประชุมแต่ละสภาและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาที่จะต้องตระหนักในเรื่องนี้ วันนี้ขออนุญาตอภิปรายให้ ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาว่าควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีการเสนอเข้ามาสู่ การพิจารณาของเราหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับพรรคการเมืองนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าพรรคการเมืองคือหัวใจของ ประชาธิปไตย แล้วก็พรรคการเมืองนี้ละครับคือหัวใจของการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคตด้วย ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการพัฒนาการเมืองในวุฒิสภา เราได้เสนอเอกสารรายงานที่เราได้ ทำงานกันในเชิงวิชาการครับ พบว่าปัญหาการพัฒนาการเมืองของเรามีอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกัน
ประเด็นแรกก็คือ เรื่องของความรู้ประชาธิปไตยของประชาชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชนซึ่งยังน้อยอยู่ เรื่องนี้ถ้ามีการพัฒนาอย่างจริงจังให้เป็นวาระแห่งชาติ คนไทยมีวิถีประชาธิปไตยในชีวิตประจำวันได้ปัญหาอื่นจะไม่มีครับ แต่ขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่
ปัญหาที่ ๒ ก็คือเรื่องพรรคการเมืองต้องเป็นสถาบันการเมือง แล้วก็ต้องเป็น ของประชาชนครับ คำว่า พรรคการเมืองต้องเป็นของประชาชนนี่ละครับคือโจทย์ใหญ่ที่สุด ที่ทำให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีความสำคัญมาก ผมชื่นชมและผมเข้าใจ ผมฟังมาทั้งวันเห็นปัญหาของท่านครับ เห็นปัญหาของทุกพรรคการเมือง ที่จะต้องถูกบังคับใช้ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีผลในปัจจุบัน ฟังทุกท่าน ด้วยความเข้าใจและด้วยความเห็นใจ และด้วยความชื่นชมครับที่ทุกท่านได้แสดงออก แล้วก็ได้เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เราได้พิจารณากันในวันนี้ ผมเรียนว่าผมเอาใจช่วยแล้วผมสนับสนุนแนวความคิดใหญ่ ๆ ที่เราอยากจะเห็น พรรคการเมืองเป็นของประชาชน แล้วผมเองก็เอาใจช่วยสนับสนุนเท่าที่จะทำได้ เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองในสภานี้ หรือที่ยังไม่ได้มีตัวแทนเข้ามาสู่สภาก็ตาม ล้วนเป็นพรรคการเมืองของประชาชนครับ เพราะท่านจะต้องคัดสรรผู้สมัครเข้ามาทำหน้าที่ นิติบัญญัติแล้วก็ฝ่ายบริหารนะครับ เกริ่นมาพอสมควรครับ ผมเรียนว่าพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนี้ ผมและเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาให้ความสำคัญครับ และเราก็ได้ฟังการอภิปรายความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านผมจะไม่ซ้ำประเด็น แล้วก็ผมขอเน้นย้ำในบางเรื่องที่ผมมีข้อกังวล แล้วก็อยากจะสนับสนุนร่างที่เสนอมาทุกร่าง ผมเรียนว่าประเด็นพิจารณาของผมเองผมเห็นว่ามีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ แล้วก็มี ประเด็นที่ขอสงวนความเห็นบางร่างพระราชบัญญัติที่อาจจะไม่เห็นด้วยในบางส่วนนะครับ กล่าวคือว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะต้องอยู่ใน องค์ประกอบสำคัญ ๓ ข้อครับ ที่ผมคิดว่ามีความสำคัญคล้ายกับที่ผมได้เสนอในหลักการ เมื่อวานนี้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาแล้วก็คือ
ประการแรก จะต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ในปี ๒๕๖๔ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เราได้ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญไป นั่นก็คือต้องอยู่ในกรอบมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ ที่ได้แก้ไขใหม่ครับ ซึ่งประเด็นนี้ขอเรียนว่ามีร่างที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรีเท่านั้นเองที่ได้ขอแก้ไขเท่าที่จำเป็น เท่าที่มีผลกระทบที่จะทำให้มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๙๑ เกิดความสมบูรณ์ นอกนั้น ผมจะได้อธิบายรายละเอียดว่ามีประเด็นปัญหาที่เป็นข้อกังวลและมีความสงสัย ที่อยากจะนำเรียนประกอบการพิจารณารับหลักการ
ประการที่ ๒ ต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญในมาตราอื่นที่ยังมีอยู่นะครับ เพราะว่า เราแก้ไขมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๙๑ ยังมีมาตราอื่น ๆ ที่เราต้องเคารพ เราต้อง บังคับใช้รัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญที่เราออกใหม่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่เราแก้ไขมันไปขัดรัฐธรรมนูญมาตราอื่น ก็คงไม่ได้ จะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และ
ประการที่ ๓ ถ้ามีส่วนเพิ่มเติมออกไปจากกรอบดังกล่าว ผมคิดว่าทำได้ ถ้าเป็นไปโดยสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการเมืองที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ นั่นก็คือมาตรา ๒๕๘ ก. ว่าด้วยทิศทางและประเด็นการพัฒนาการเมืองที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเรามีเป้าหมายร่วมกันที่ถูกต้องเราไปได้ครับ ถ้าเรามีเป้าหมาย ร่วมกันแล้วเรามีเส้นทางเดินทางที่แตกต่างกันเราก็ต้องช่วยกันหาหนทางที่ดี เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายนั้นนะครับ
ผมมาสู่ประเด็นพิจารณาครับ ประเด็นข้อกังวลจะไม่เยอะประเด็นนะครับ ในเรื่องของเนื้อหาอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว ท่านคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอก็จะมีจำนวน ๕ มาตรา ซึ่งก็สอดคล้องกับการแก้ไขมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๙๑ เท่านั้นนะครับ เกี่ยวกับวิธีสรรหาผู้สมัคร กำหนดจำนวนผู้ที่จะรับการเสนอชื่อการลงคะแนนเลือกบุคคล ในแบบบัญชีรายชื่อ ร่างของท่านวิเชียร ชวลิต อันนี้ก็มีประเด็นเพิ่มค่าธรรมเนียมเรื่องค่า บำรุงพรรคการเมือง การส่งผู้สมัครอะไรต่าง ๆ ร่างของท่านชลน่าน อันนี้มีประเด็นที่ น่าสนใจเยอะนะครับ เพราะท่านเห็นว่ามีหลายเรื่องที่เป็นอุปสรรคและจำกัดเสรีภาพในการ จัดตั้งพรรคการเมืองและการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของบุคคลที่บางเรื่องเป็นภาระของ พรรคการเมืองเกินสมควรนะครับ เรื่องระยะเวลาท่านบรรยายไว้แล้วก็ได้เสนอแก้ไขมา ๒๙ มาตรา ร่างที่ ๔ ของท่านทวี สอดส่อง ได้เสนอมามีจำนวน ๑๗ มาตรา ก็มีเรื่องที่ขอ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับการบริหารพรรคการเมืองที่สมควรแก้ไขหลายประเด็น แล้วก็ร่างของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างจากร่างอื่น เพราะว่า ท่านเห็นหลายมุมมากถึงประเด็นที่จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง และมีความเป็นสถาบันนะครับ ผมเน้นว่ายินดีที่เป้าหมายเราตรงกัน อยากให้พรรคการเมือง เข้มแข็งเป็นสถาบันแล้วก็เป็นของประชาชน แต่เรายังมีความเห็นที่แตกต่างในเรื่องเส้นทาง การเดิน ซึ่งวิธีเดินทางของท่านถ้าหากว่ามันไปไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่ามีปัญหา อุปสรรคที่จะปฏิบัติให้ถูกต้องแล้วก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตราอื่นด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ เราจะต้องพิจารณากัน ผมขอเน้นย้ำในประเด็นสำคัญที่ผมมีข้อกังวล แล้วก็ข้อกังวลเหล่านี้ ถ้าแก้ไขไม่ได้ผมก็จะไม่เห็นชอบร่างดังกล่าวนะครับ ผมเรียนว่าในข้อเท็จจริงที่เสนอมา เรื่องที่สำคัญที่ผมยอมไม่ได้ และผมเห็นว่าเราไม่ควรแก้ไขแนวทางในการพัฒนา พรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนในแนวทางนี้นะครับ เพราะผมเห็นว่าการทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนหัวใจสำคัญที่สุดก็คือ การมีส่วนร่วม ของสมาชิกเป็นหัวใจของพรรคการเมืองที่จะเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นหลักการ และเหตุผลก็ตาม หรือบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มีมาตราใด ก็ตามที่เป็นการลดหน้าที่และอำนาจของประชาชนที่จะเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ผมเห็นว่า น่าจะต้องพิจารณาให้ดี ในรายละเอียดของร่างที่แก้ไขเพิ่มเติมมานะครับ มีบางร่างเป็นการ ลดบทบาทความเป็นเจ้าของโดยทุนของสมาชิก อันนี้เรื่องของการเป็นสมาชิกเป็นไป โดยสมัครใจ สมาชิกจะต้องช่วยกันโอบอุ้มสนับสนุนพรรค เพราะฉะนั้นก็มีเหตุผลในการที่ จะต้องให้สมาชิกเป็นเจ้าของทุน ผมคิดว่าหลักการตรงนี้ก็ยังดีอยู่ มีบางร่างพระราชบัญญัติ มีการลดบทบาทสมาชิกที่ห่างไกลที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านสาขาพรรค บางร่าง มีการลดบทบาทสมาชิกในการเสนอแนะตัดสินนโยบายพรรค และการคัดเลือกผู้สมัคร เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งตรงนี้ผมขออนุญาตเอารัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องมาอธิบาย มาตรา ๙๐ วรรคท้ายบอกว่า ส.ส. บัญชีรายชื่อต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย คำสำคัญในมาตรา ๙๐ วรรคสอง หรือวรรคท้ายไม่แน่ใจนะครับ มีคำสำคัญว่าต้องให้สมาชิก มีส่วนร่วมในการพิจารณา อันนี้สำคัญนะครับ ท่านไปสอบถามความเห็นเบื้องต้นให้สมาชิก ร่วมกันเสนอชื่ออาจจะไม่พอ จะต้องให้มีส่วนร่วมในการใช้ดุลยพินิจครับ เลือกใคร ไม่เลือกใคร ใครสมควรอย่างไร ในมาตรา ๔๕ วรรคสองครับ ต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วม ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการส่งผู้สมัคร เพราะฉะนั้น กระบวนการใด ๆ ของท่านที่ท่านจะย่อระบบไพรมารี (Primary) ที่ท่านจะให้ตัวแทนเพียง คนเดียวในจังหวัดที่มีส่งได้ทุกเขตทุกคน โดยไม่ผ่านการให้โอกาสสมาชิกผมเห็นว่ามีปัญหา และที่สำคัญในมาตรา ๒๕๘ ก. ที่ผมได้นำเรียนว่าถ้าท่านจะมีเนื้อหาในการเพิ่มเติมเพื่อให้ การพัฒนาการเมืองดีขึ้น ผมคิดว่าต้องดูเรื่องนี้ด้วย ก็คือว่าต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมทางการเมือง และการคัดเลือกผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เห็นไหมครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๐ ก็ดี มาตรา ๔๕ ก็ดี มาตรา ๒๕๘ ก็ดี เน้นนะครับว่าต้องให้สมาชิก มีส่วนในการพิจารณา มีส่วนร่วมในการส่งผู้สมัคร มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้เข้ามา ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นร่างของฉบับใดก็ตามที่ปฏิเสธเรื่องราวเหล่านี้ หรือปรับปรุงวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับเรื่องเหล่านี้ ผมอาจจะไม่เห็นด้วย
ผมขอสรุปว่าผมขอสนับสนุนในหลักการของทุกร่างที่เสนอมา ด้วยเจตนาที่ดี ที่อยากให้เห็นการเมืองพัฒนาสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง โดยมีพรรคการเมืองเป็นของ ประชาชนนะครับ อย่างไรก็ดี เราจะเห็นชอบในหลักการในร่างใดก็ต้องดูว่าสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญหรือไม่นะครับ แล้วก็เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตามทิศทางที่รัฐธรรมนูญ กำหนดหรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ