คารม ชี้ควรมีพรรคการเมืองของประชาชน หนุนสร้างระบบเปิด-โปร่งใส

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

คารม พลพรกลาง อภิปรายเรื่องการเมืองและพรรคการเมือง โดยเน้นถึงความสำคัญของพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน ความจำเป็นในการส่งเสริมระบบที่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วม วิพากษ์การยุบพรรคการเมืองที่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง และเรียกร้องให้มีความเป็นธรรมต่อ ส.ส. ที่เห็นต่างจากพรรคตน

นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกรัฐสภา คนจังหวัด ร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิครับ ขออนุญาตที่จะอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองสักเล็กน้อยในเวลา ๗ นาทีที่ขออนุญาตท่าน ในประเด็น เรื่องว่าด้วยการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง เบื้องต้นต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ที่ ส.ส. ทุกคนต้องพูดถึงเพราะเป็นเรื่องของพวกเราครับ เพราะเหตุว่าตามรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าเราไม่สังกัดพรรคการเมืองเราก็สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ จริง ๆ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่กำหนดไว้ก็อาจจะไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ได้ อันนี้ทำตามกฎหมายครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือพรรคการเมืองที่หลายท่านพูดถึงผม สนใจพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนจริง ๆ กับพรรคการเมืองของนายทุน ผมเป็นคนที่อยู่บ้านนอกครับ ที่เข้ามาเป็น ส.ส. เพราะเห็นว่าบ้านผมไม่เจริญ บ้านผมที่สักครู่ ท่านประธานได้บอกโรคร้อยเอ็ดไม่มีหรอกครับ คนร้อยเอ็ดไม่ได้ว่าจะเป็นคนซื้อเสียงได้ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วประเทศเราผลประโยชน์งบประมาณมันจะอยู่ส่วนกลาง หรืออยู่เมืองใหญ่ ๆ มันไม่ได้ส่งไปถึงบ้านนอกบ้านนา เพราะฉะนั้นผมเป็นตัวแทนของคน บ้านนอก ผมมาเป็น ส.ส. ผมจึงมองว่าพรรคการเมืองที่เป็นพรรคของนายทุน ก็เป็นเรื่องที่ น่าคิดว่าถ้าจะให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนจริง ๆ มันควรมีระบบที่เอื้อให้ประชาชน เขาเข้ามา ไม่ว่าเป็นค่าสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของพรรคในจังหวัดนั้น ๆ เรื่องไพรมารี โหวต (Primary Vote) ก็ดีเป็นเรื่องที่จำเป็นนะครับ แต่สภาพบ้านเมืองเราจะเหมาะหรือไม่ หลายฉบับที่เสนอมาผมพูดเป็นหลักการว่าใช้ทั้งหมดไม่ได้ ผมยังเห็นว่าการที่แต่ละ พรรคการเมืองมีศูนย์ประสานงาน มีที่ติดต่อสำหรับประชาชนเขาเข้ามาติดต่อเพื่อจะให้รู้ว่า นักการเมืองพึ่งได้ เพราะคนที่เป็นนักการเมืองต้องยอมรับว่าเป็นคนที่เสียสละ ปีนี้ผมได้รับ ส.ค.ส. จากท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นรูปที่ท่านประธานชวน ท่านนายก ชวน ไปเยี่ยม โรงเรียนบ้านหลังเขา อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ผมรู้เลยครับว่ากว่าคน ๆ หนึ่งจะมาเป็น นักการเมืองที่อยู่ในเวทีการเมืองยาวนานขนาดนั้นต้องสร้างสมมา แล้วมาผูกกับ พรรคการเมืองที่ท่านอยู่ พรรคการเมืองแบบนี้ละครับ นักการเมืองแล้วก็ผูกกับพรรค การเมืองที่อาจจะบอกเป็นพรรคของคนบางภาคก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วมันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อที่ว่าพรรคนี้จะทำให้คนชอบจนอยู่กันถึง ๘๐-๙๐ ปี ๗๐-๘๐ ปี ประเด็นที่ผมอภิปรายก็คือว่า เวลาเรามาอยู่พรรคการเมือง เราก็อยากจะเห็นว่าพรรคการเมืองนั้นนำนโยบายที่ตรงกับความคิดเราไปพัฒนาบ้านเรา ไปพัฒนาท้องถิ่น ไปพัฒนาประเทศ อยากจะเรียนท่านประธานว่าพรรคการเมืองจึงเป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก ผมอยู่ในบรรยากาศของการยุบพรรคการเมืองหนึ่ง ผมเป็นสมาชิก พรรคการเมืองที่ถูกยุบ สมาชิกในลำดับที่ ๑,๔๐๐ เศษ ๆ เท่านั้น ผมเคยฟังคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรค อ่านเป็นครึ่งวัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นน้อยที่สุดไม่ว่ากรณีใด ๆ ตอนที่ยุบพรรค ไทยรักไทย ผมเป็นสมาชิกที่ ๑,๔๘๒ ยังจำได้ดี เพราะฉะนั้นการยุบพรรคการเมืองเป็น ส่วนหนึ่งในการทำให้พรรคการเมืองไม่เติบโต แล้วก็ทำให้มันมีปัญหาเรื่อยมาจนทุกวันนี้ว่า จึงเกิดพรรคการเมืองที่เราต้องเข้าใจว่าพรรคการเมืองเป็นที่รวมอุดมการณ์ของคนที่มี ความคิดคล้ายกัน ๕๐๐ คน ก็มาตั้งเป็นพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรจะคิดไว้เหมือนกันว่า การยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่อง ที่ให้เกิดขึ้นได้ แต่ต้องให้น้อยที่สุดและอธิบายต่อสังคมได้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเวลาเรามาอยู่ในสภา กฎหมายรัฐธรรมนูญให้สิทธิเราในการที่จะแสดง ความคิดเห็นเป็นเอกสิทธิ์ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของบุคคลใด ๆ ไม่ว่าจะพรรคการเมือง หรือบุคคลภายนอก อยากจะกราบเรียนว่าบางครั้งเวลาเรามาอยู่ในสถานที่ที่เขาเรียกว่า สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นที่ที่รวมของคนที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง เมื่อที่ที่เราอยู่ มันไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ ไม่ตอบโจทย์ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิด บางครั้งเราไม่จำเป็น หรอกครับที่จะต้องผูกติดอยู่กับพรรคการเมือง แม้ว่าพรรคการเมืองนั้นจะทำให้เราเกิด ทำให้เราเป็น ส.ส. เพียงแต่มันต้องมีความเป็นธรรมกับคนที่เขาไม่เห็นด้วย การพูด การกล่าวหาต่าง ๆ โดยที่คนอื่นเสียหาย ผมจะขอใช้เวลาสั้น ๆ ว่าเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องพูด เพราะว่ามีการส่งกระจายเสียงไปทั่วประเทศ แท้จริงแล้วผมอยากจะเรียนว่าทุกคนที่เวลา ทำงานการเมืองเขาอยากจะพัฒนาบ้านเมืองพัฒนาประเทศ เขาไม่อยากจะไปทำอะไรที่มัน ขัดต่อกฎหมายแล้วทำให้เขาทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่เขาเห็นต่างจากพรรคและ เขาต้องเดินหนีไปจะมาว่า จะมากล่าว จะมาหาเขานี่นะครับ ผมเห็นว่าไม่ชอบธรรมครับ โดยเฉพาะการที่จะแก้บอกว่าเมื่อจะขับออกแล้วไปสังกัดพรรคใหม่ต้องได้รับความยินยอม อันนี้มันไม่มีหรอกครับ ผมไม่เห็นด้วยและเรื่องนี้ผมจะไม่รับ การเมืองก็เหมือนอาหารละครับ ท่านชอบอะไรท่านก็ทานไป ท่านชอบอาหารแบบที่ท่านชอบ ผมไม่ชอบ ผมก็ไม่ทาน จะมากล่าวหากันไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายพรรค การเมือง ไม่ว่าจะเป็นค่าสมาชิกหรือเรื่องการยุบพรรค ผมเห็นว่าอยู่ในส่วนที่จะแก้ไข จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสอภิปรายในเวลา ๗ นาที ขอบคุณครับ