จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่จำกัดการแก้ไข และแสดงความเห็นคัดค้านการเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคการเมือง โดยเสนอให้แยกคุณสมบัติสมาชิกพรรคออกจากผู้สมัคร ส.ส. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยไม่ถูกกีดกันด้วยภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองให้ชัดเจน ยกเลิกบทบัญญัติที่เป็นภาระ และกำหนดหลักเกณฑ์การยุบพรรคให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรม เช่น การละเมิดระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงการย้ายหรือลาออกของผู้นำ รวมถึงเสนอปรับปรุงกระบวนการไพรมารีโหวตและกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับบริบทของประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาธิปไตยเติบโตอย่างแท้จริงและเปิดพื้นที่ให้เสียงของพี่น้องประชาชนได้รับการสะท้อนอย่างเป็นธรรม
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ผ่านมาแล้ว ๕ ปี ฟังหลายท่านนั้นก็ยังกอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่อยากจะให้มีการแก้ไข กันอยู่นั่นละ ของที่มันใช้ไปแล้วมันก็มีโอกาสที่จะนำกลับมาแล้วแก้ไขปรับปรุงได้ ลองฟัง ความคิดที่หลากหลายของพรรคเพื่อไทยครับท่านประธานครับ หลายท่านคงจะเข้าใจว่า การร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ตอนร่างปิดหน้าต่างไว้ ไม่ได้เปิดหน้าต่างออกไปดูเลยว่า พี่น้องประชาคมโลกที่เขามีระบอบประชาธิปไตยเขาทำกันแบบไหน อย่างไร ผ่านมาแล้ว ๕ ปี ก็ยังล็อกกลอนหน้าต่างของตัวเองอยู่อีกท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากไปยัง พี่น้องประชาชนว่า ๕ ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งการบังคับใช้ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา สภาพปัญหาเกิดขึ้นจริงครับ ก็ยังวังวนอยู่ที่เดิม เผานาไล่หนูตัวเดียวบ้าง ปิดประตูตีแมวบ้าง ซึ่งผมไม่ติดใจครับ ก็เป็นความคิดของแต่ละท่าน แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ การยกเลิกเก็บค่าบำรุงสมาชิกพรรคการเมืองผมไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นครับ เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภานี้ ประชาชนเขาจ่ายกันจริงเท่าไร ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาครับ ใครอยากจะออกให้ เขาไม่มีสตางค์ แต่เขาอยากสมัครก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า ท่านนำพรรคพลังประชาชน รวมกับพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักไทย ผมเชื่อว่าสมาชิกพรรควันนี้มากโขอยู่ และนอกจากนี้ท่านประธานครับ ผมไปในท้องที่เขตคลองสามวาผมบ้าง ไปอีสานบ้าง ไปหลายจังหวัดมา ไปเจอพี่น้องประชาชนน่าตกใจครับ เขาโชว์บัตรเขาบอกนี่ผมเป็นสมาชิก ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ท่าน ส.ส.จิรายุ นี่อย่างไรท่านประธานครับ เขายังเก็บเป็นที่ระลึก อยู่ถึงทุกวันนี้ ผมจึงถามว่าบัตรกับความรู้สึกและความชอบในพรรคการเมืองอันไหน มีค่ามากกว่ากันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การไปสร้างข้อจำกัดในลักษณะเช่นนี้ ต้องจ่าย ๑๐๐ บาท คนมีสตางค์ เศษสตางค์ครับ ๑๐๐ บาท แต่คนไม่มีสตางค์แต่ติดใจชอบ ลำบากนะครับ พี่น้องชาวไร่ชาวนา ๑๐๐ บาท ข้าวได้ ๓ จานนะท่านประธานครับ แล้วเผลอ ๆ ๒ ปีไม่ต่ออายุหมดสภาพอีก กับคนที่ไปสมัครแบบตลอดชีพจ่าย ๒,๐๐๐ บาท ผมถามว่า มีใครบ้างครับ อยากจ่ายตลอดชีพ ๒,๐๐๐ บาท มี แต่ถ้าอนาคตพรรคการเมืองนั้น ๆ ทำงาน แบบใช้ไม่ได้ ก่อนเลือกตั้งก็หาเสียงแบบขี้โม้โอ้อวดว่าจะทำนโยบายนั่นจะทำนโยบายนี่ สุดท้ายทำไม่ได้สักอย่าง อย่างนี้สิครับเขาจึงต้องเปลี่ยนพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ความเป็นสมาชิกพรรค พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดว่าขอให้ยกเลิกการกำหนด คุณสมบัติของการเป็นสมาชิกพรรค แยกออกจากสมาชิกที่จะสมัคร ส.ส. อย่างจิรายุจะลง สมัคร ส.ส. แน่นอนครับมันต้องตรวจหนักหน่อย แต่สมาชิกที่เขาเป็นพี่น้องชาวไร่ชาวนา พี่น้องประชาชนไปตรวจอะไรเยอะแยะ ก็ชอบ ชอบพรรคเพื่อไทย ชอบพรรคไทยรักไทย ชอบพรรคพลังประชาชน แล้วมันผิดตรงไหนล่ะครับไปเก็บเขาทำไม
ประเด็นที่ ๓ มีการพูดคุยกันมายาวนานนับตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบันครับ มีความพยายามจะโยงบุคคลภายนอก บุคคลภายนอกซึ่งผม เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาพยายามจะโยงไปที่ใคร แต่ทำไมเราไม่โยงไปถึงนักธุรกิจที่เขามาก ความรู้ นักการเมืองที่เขามากประสบการณ์ นักข่าวที่เขามีความรู้ความคิดเห็น หรือนักอะไร ก็แล้วแต่ในสังคมไทยจะให้ความคิดเห็นไม่ได้เลยหรือ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการ ยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำ ควบคุม และสั่งการทำให้พรรคการเมืองขาดความเป็น อิสระที่ถือเป็นความผิดขั้นยุบพรรคนั้นมันต้องเขียนให้ชัดเจน ระบุไปเลยว่าห้ามนาย ก ห้ามนาย ท ห้ามนาย ข มันจะได้ชัดเจนอย่างไรครับ เพราะไม่อย่างนั้นใครโทรศัพท์เข้ามา หน่อย ใครพูดคุยหน่อย บางทีก็อยากได้คำปรึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาสั่งซ้าย หัน ขวาหัน ซึ่งท่านหลายท่านก็อาจจะคิดว่าไม่จริงหรอก แหมหลายพรรคก็มี หลายพรรค ก็ให้คำปรึกษาไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคทั้งนั้น แต่ท่านไปรังเกียจเฉพาะพรรคเพื่อไทย ได้อย่างไรละ ท่านประธานที่เคารพครับ การให้คำปรึกษาหารือ คำแนะนำ แต่ว่าพรรคยังเป็นอิสระในการ ตัดสินใจ ผมอยู่พรรคเพื่อไทยมาหลายครั้ง แล้วเวลาประชุมพรรคทุกวันอังคารช่วงบ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถาม กระทู้สด พระราชบัญญัติ ญัตติอะไรต่าง ๆ หัวหน้าพรรค เลขาธิการ พรรคจะถามเสมอ ท่านใดมีมติเช่นไร ผมมีมติผมก็ยก ถ้าผมไม่เห็นด้วยผมก็ไม่ยก มันก็เป็น เสรีภาพความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องแก้ให้ชัดในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญครั้งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผ่านมา การยุบพรรคเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกตกใจและเคียดแค้น ทำให้สังคม ไม่เกิดความสามัคคีเลยนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ไหนละครับ แก้ไขระบบความปรองดองของชาติตรงไหนล่ะครับ คนยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝัก ๒ ฝ่าย อยู่เสมอ แล้วท่านอ้างการเข้ามา และร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพ ครับ บทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำนโยบายที่ต้องแสดงที่มาของรายได้ และต้องแสดงความ คุ้มค่าและความเสี่ยง เอาจริงเถอะครับ พรรคพลังประชารัฐนี่หลายนโยบายยังไม่ได้ทำ ที่ผมกล่าวพาดพิงเพราะอยากให้ท่านรีบทำ เดี๋ยวยุบสภาแล้วชาวบ้านเขาจะด่า อย่างนี้ ท่านต้องอธิบายสิครับว่า มันไม่ทำเพราะอะไร ทำเพราะอะไร แล้วเหตุมันจะเกิดแบบไหน อย่างไร ทำไม่ได้เพราะอะไร คณะรัฐมนตรีต้องมาชี้แจง อย่างนี้ควรยกเลิกหรือไม่ล่ะครับ ท่านประธาน เพราะอะไรครับ ถ้าพรรคเพื่อไทย เพื่อนสมาชิกนั่งอยู่นี่ทั้งหมดช่วยกันคิด นโยบาย หัวหน้าพรรคไปประกาศนโยบาย ทำประกาศเรียบร้อยขึ้นป้ายโน่นนี่นั่น แล้วไม่ทำ ก็ด่าพรรคเพื่อไทย อย่าไปเลือก อันนี้คือวิธีการหลักการง่าย ๆ ไม่ต้องไปเขียนกฎกติกาให้มัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เวลาในอดีตมันก็จะหลอนปัจจุบันเป็นประจำเหมือนที่ผมพูด ถ้าใครเถียง ก็ลุกขึ้นประท้วง แต่มันเป็นเรื่องจริงท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาที่พรรคเพื่อไทยมีความเห็น การยกเลิกพรรคการเมืองที่ต้อง ผ่านที่ประชุมโดยเอกฉันท์ ถ้ามี ๑๐ คนมันก็ ๑๐ เป๊ะ จะมา ๕ : ๖ ๖ : ๔ ๓ : ๗ อะไรอย่างนี้ มันคาอารมณ์คน เขาอ่านสำนวนท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างพรรคพระพุทธเจ้า ผมจำชื่อพรรคไม่ได้ เอาพรรคประชาชนปฏิรูปของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน อันนี้เป็นตัวอย่าง ที่ย่ำแย่ที่สุดของรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว เอาให้ชัดได้ไหมครับ นึกวันดีคืนดีฉันอยากจะย้ายไปอยู่ พรรคพลังประชารัฐ ฉันก็ยุบตัวเอง แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ต้องเขียนให้ชัดว่า หลักการในการยุบพรรคจะทำแบบไหนอย่างไร คนเขาเลือกคุณไพบูลย์ ในฐานะพรรคประชาชนปฏิรูป ขึ้นรูปพระพุทธเจ้า ชอบ ใจถึง ด่าทักษิณเป็นประจำ คนต้อง ชอบเลยเลือก แต่อยู่ดี ๆ ท่านก็ลาออกแล้วก็ยุบพรรค อย่างนี้มันต้องเขียนให้ชัดว่า ยุบเพราะอะไร ยุบเพราะย้ายพรรค ไม่ได้ แต่ถ้ายุบเพราะละเมิดกฎหมาย เช่น การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างนี้ยุบได้ท่านประธานครับ ผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน และท่านสมาชิกรัฐสภาครับว่า กรณีดังกล่าวนี้เป็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และเรานำกลับเข้ามาในรัฐสภาเพื่อแก้ไข
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับที่พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย เพราะเราปฏิบัติจริง ผมเป็นผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตในกรุงเทพมหานคร เวลาจัดทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) หรือว่าการหาตัวแทนเพื่อจะมาลงสมัครคัดเลือก เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ผมถามจริง ๆ เถอะครับ ประชาชนที่มาเขาก็ต้องชื่นชอบพรรคการเมืองนั้น ๆ เขาจึงมาประชุม ความจริง มันเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าท่านจะไปถามพี่น้องประชาชนในเขต ยากครับ เพราะบางคนก็ขี้เกียจ บางคนก็ติดภารกิจ บางคนก็ต้องไปทำงาน อันนี้ขยับไปเป็นระดับจังหวัดได้หรือไม่ ผู้แทนราษฎรขวามือผมจากขอนแก่น จากอุดรธานี ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ก็ถามระดับ จังหวัดไปเลยได้หรือไม่ว่า ส่งนาง ก นาย ข นาย ม แล้วมาเป็นผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ ทำไมเราต้องไปทำให้มันยากครับ เกิดความสิ้นเปลื้อง เกิดความลักลั่น และเกิดความแหกตา กัน ในกระบวนการประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะ เสนอในฐานะผู้ต่ำต้อยในสังคมเลยครับ ผมพูดแล้วน้ำตาจะไหล เป็นพรรคที่ถูกยุบมาแล้ว ๓ ครั้ง และเป็นพรรคการเมืองที่ต่ำต้อยถูกกระทำมัดมือมัดแขนมาโดยตลอด พวกเรา ก็พร้อมที่จะต่อสู้ในเวทีที่ท่านทั้งหลายได้กรุณากำหนดครับ แต่วันนี้ที่เสนอในการแก้ไข พ.ร.ป. เรื่องของพรรคการเมืองนั้น เพื่อจะสะท้อนสภาพปัญหาของจริงว่า ท่านเห็นหัวประชาชนเสียหน่อยเถอะครับ ท่านคิดเองไม่ได้ ท่านมีแรงเกลียดชังไม่พอแล้ว ท่านต้องเข้าใจและเข้าอกของพี่น้องประชาชนด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาที่ท่านไป บิดข้อมูลกันนี้ท่านเอาชุดความคิด ยกสมการคนที่ท่านพยายามพูดถึงออกไปก่อนแล้วมาดู รายมาตราครับที่เราแก้ไข สุดท้ายปลายทางการแก้ไขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัยครับ ของมันใช้มาแล้วมันไม่ดีมันก็ต้องปรับปรุงแก้ไข และลืมอดีตมองปัจจุบันไปถึงอนาคตครับว่า ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ