เฉลิมชัย ชี้การยกเลิกไพรมารีโหวตขัดรัฐธรรมนูญ-กระทบประชาธิปไตยพรรค

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เฉลิมชัย เฟื่องคอน อภิปรายร่าง พ.ร.บ. พรรคการเมืองและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 51 โดยตั้งข้อสังเกตว่าการยกเลิกกระบวนการไพรมารีโหวตและการเปลี่ยนเป็นการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นแทนนั้นขัดต่อหลักการประชาธิปไตยและบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการเลือกผู้สมัครและกำหนดนโยบาย พร้อมแสดงความกังวลว่าการผลักดันให้การสรรหาผู้สมัครเป็นอำนาจของข้อบังคับพรรคแทนกฎหมายอาจนำไปสู่การละเมิดหลักธรรมาภิบาลและเสี่ยงต่อการถูกลงโทษทางกฎหมายในอนาคต

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน และความมั่นคง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม เฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้นะครับ

ประเด็นที่ผมขออภิปรายในวันนี้มีประเด็นเดียวครับ คือกระบวนการจัดการ เลือกตั้งขั้นต้นหรือไพรมารีโหวต (Primary Vote) ตามที่มีร่างประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๖ ฉบับได้มีการแก้ไข ซึ่งกระผมได้พิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพรมารีโหวต (Primary Vote) ของพรรคการเมืองจำนวน ๓ มาตรา มาตราแรกคือมาตรา ๔๕ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ในการกำหนดนโยบาย และการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง มาตราที่ ๒ คือมาตรา ๙๐ วรรคสาม การจัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อต้องให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย และมาตรา สุดท้ายของรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งขั้นต้น กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๘ ก. ด้านการเมือง (๒) กำหนดให้มี กระบวนการให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริตและ มีคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ประเด็นที่จะอภิปรายได้พิจารณาตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้ว มีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองที่ยกเลิก ในร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้ง ๖ ร่าง ผมตรวจสอบแล้วมีร่างที่ยกเลิกการจัดการเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพรมารีโหวต (Primary Vote) ดังต่อไปนี้นะครับ

เรื่องเร่งด่วนที่ ๓ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในร่าง ฉบับนี้ มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ คือให้ยกเลิกการจัดทำกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นหรือไพรมารีโหวต (Primary Vote) ของพรรคการเมืองไปเลยนะครับ ซึ่งในร่างมาตรา ๑๐ นี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ วรรคสอง มาตรา ๙๐ วรรคสาม และมาตรา ๒๕๘ ก. ด้านการเมือง (๒)

เรื่องเร่งด่วนที่ ๗ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีประเด็นที่ขออภิปรายคือ ตามร่างมาตรา ๘ ยกเลิกมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ว่าด้วยการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และได้กำหนดบทบัญญัติขึ้นมาใหม่ ตามมาตรา ๕๐ (๓) โดยได้กำหนดให้ เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมือง ประจำจังหวัดได้รับรายชื่อผู้สมัครจากคณะกรรมการสรรหาแล้ว ให้หัวหน้าสาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากสมาชิกมาประกอบการพิจารณาในการสรรหาด้วย ซึ่งตามบทบัญญัติเดิม พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา ๕๐ (๓) ได้กำหนดให้สาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมือง ประจำจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหา ส่งมา ซึ่งเป็นกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคการเมือง แต่ที่แก้ไขใหม่ จัดประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกเท่านั้น ผมก็ยังสงสัยว่ามันอาจจะไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ วรรคสอง มาตรา ๙๐ วรรคสาม และมาตรา ๒๕๘ ก. ด้านการเมือง (๒) อันนั้นเป็นเรื่องที่ ๑ ของท่าน ส.ส. วิเชียร กับคณะ เป็นผู้เสนอ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ตามร่างมาตรา ๙ ท่านยกเลิกมาตรา ๕๑ ของ พ.ร.ป. พรรคการเมืองว่าด้วยการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ และกำหนดบทบัญญัติขึ้นมาใหม่ ทำนองเดียวกันนะครับ ให้หัวหน้าสาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากสมาชิกมาประกอบการพิจารณาในการสรรหาด้วยเท่านั้น ซึ่งตามบทบัญญัติเดิม ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง มาตรา ๕๑ วรรคสาม เขาบอกให้จัดประชุมเพื่อให้สมาชิก ลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นไพรมารีโหวต (Primary Vote) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ วรรคสอง มาตรา ๙๐ วรรคสาม และมาตรา ๒๕๘ ก. ด้านการเมือง (๒) แต่ท่านแก้ไขใหม่ ให้จัดประชุมเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นเท่านั้น ย้ำนะครับว่า ท่านแก้ไขมาตรา ๕๑ ให้สาขาพรรคการเมืองและตัวแทน พรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๙ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ในร่างมาตรา ๑๒ ยกเลิกมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ คือการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในข้อบังคับ ไม่ได้กำหนดในกฎหมาย แต่ของเดิมเขาบอกว่า มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ ต้องมีการจัดกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้น โดยให้สมาชิก พรรคการเมืองผู้เป็นผู้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครขั้นต้น เพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญที่ผมกล่าวอ้างถึงนะครับ แต่ว่า ท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ บอกให้ไปกำหนดรายละเอียดในข้อบังคับ

เรื่องด่วนที่ ๑๐ เป็นเรื่องร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมืองเช่นเดียวกัน โดยท่าน ส.ส. อนันต์ ผลอำนวย กับคณะ เป็นผู้เสนอ มีประเด็นแก้ไข ที่ผมจะขออภิปรายก็คือ ในร่างมาตรา ๑๐ ท่านยกเลิกมาตรา ๕๐ การสรรหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็น ไม่ต้องทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) เพียงแต่จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกเท่านั้น และในร่างมาตรา ๑๑ ยกเลิก มาตรา ๕๑ การสรรหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เป็น ไม่ต้องทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ฟังความคิดเห็นจากสมาชิกเท่านั้นเช่นเดียวกัน ผมพิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องด่วนที่ ๓ ที่ ๗ ที่ ๙ ที่ ๑๐ อาจไม่สอดคล้องและขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ รวม ๓ มาตรา ดังนี้ ขัดมาตรา ๔๕ วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้ง พรรคการเมือง ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขตามที่กฎหมายบัญญัติ ตามที่กฎหมายบัญญัติก็คือกฎหมายพรรคการเมือง วรรคสอง ของมาตรา ๔๕ บอกว่า บอกว่ากฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้สมาชิก ผมย้ำนะครับว่า และต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่าง กว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้รับสมัครรับเลือกตั้ง มาตราที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๐ วรรคสาม การจัดทำบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ต้องให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย ย้ำว่าต้องมีส่วนร่วมในการ พิจารณาด้วย และอันสุดท้ายที่ขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้ยิ่งชัดเจนเลยนะครับ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ก. ด้านการเมือง (๒) ซึ่งกำหนดไว้ว่า ให้การดำเนินการกิจกรรมพรรคการเมือง เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เพื่อให้พรรคการเมืองพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมือง ของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน ทั้งมีกระบวนการให้สมาชิกพรรคการเมือง มีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และการ คัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาเป็นผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ดังนั้นการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อจึงต้องมีกระบวนการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นตามที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ วรรคสอง มาตรา ๙๐ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๕ ก. ด้านการเมือง หากไม่ดำเนินการตามนี้ก็มีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ กำหนดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ใดจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อาจถูก ป.ป.ช. ไต่สวนได้ตาม มาตรา ๒๓๕ และอาจผิดมาตรา ๑๕๗ ตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย ขอบคุณมากครับ