สมคิด เชื้อคง หารือถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.ป. พรรคการเมือง โดยชี้ว่ากฎหมายเดิมไม่ตอบโจทย์ผู้ปฏิบัติและต้องการลดขั้นตอนการสรรหาตัวแทน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพรรคเล็กและพรรคใหม่ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการปฏิรูปการเมืองต้องอาศัยความศรัทธาและความเชื่อมั่นมากกว่ากฎเกณฑ์หรือค่าใช้จ่ายในการตั้งสมาชิก สมคิด เชื้อคง อภิปรายเรื่องไพรมารีโหวตโดยชี้ว่าระบบนี้เหมือนหลอกตัวเองเพราะไม่ได้สะท้อนความศรัทธาที่แท้จริงของประชาชน แต่เป็นเพียงการเลือกตัวแทนจากสมาชิก 100 คน ซึ่งเสนอให้พรรคการเมืองแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาพรรคเล็กและยืนยันความพร้อมของพรรคเพื่อไทยที่จะรับทุกฉบับเพื่อนร่วมงานเพื่อร่วมกันทำงานต่อไป
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย อุบลราชธานี วันนี้ก็ได้ฟัง เหตุผลจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ได้พูดคุยกันมาทั้ง ๒ วันแล้ว กรณี ร่าง พ.ร.ป. ทั้งการเลือกตั้ง และวันนี้ก็เป็น พ.ร.ป. ของพรรคการเมือง ผมเรียนอย่างนี้ นะครับว่า หลาย ๆ ท่านก็ได้ให้ความเห็นที่น่ารับฟัง ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ว. ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านก็อยากมองว่า วันนี้การแก้ไขร่าง พ.ร.ป. พรรคการเมืองนั้นเน้นวัตถุประสงค์แต่ ละพรรคอาจจะไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน คล้าย ๆ กัน บางท่านซีก ส.ว. ก็บอกว่าจะไม่ขอรับ ร่างของพรรคการเมือง ๕ ฉบับ แล้วจะรับร่างเฉพาะของ ครม. ซึ่งอ้างว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ความจริงก็เป็นสิทธิของท่านครับจะรับหรือไม่รับ แต่เราก็ขออธิบายเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญนี้ ก็แก้ไขกันมาเรียบร้อยแล้วเรื่องบัตร ๒ ใบ อย่างไรเลือกตั้งใหม่เราก็ต้องใช้บัตร ๒ ใบ เพียงแต่เข้าไปใช้ในแง่รายละเอียดซึ่งกรรมาธิการจะต้องไปคุยกัน สิ่งหนึ่งที่บอกว่าของพรรค การเมือง ไม่ว่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่น ผมจะเอ่ยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ก็ได้ว่า เราก็ต้องปรับปรุงแก้ไขบางเรื่องเกี่ยวกับพรรคการเมือง ซึ่งสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ได้พูดไปบ้างแล้ว แต่อยากจะบอกว่าทำไมต้องแก้ รัฐธรรมนูญฉบับเก่ามันไม่ดีหรือ ที่แก้มา พ.ร.ป. พรรคการเมืองไม่ดีหรือ มันอาจจะดีในความรู้สึกของคนร่าง แต่มันไม่ดีในความรู้สึก ของผู้ปฏิบัติใช้มา ๓ ปีแล้วมันเห็น ผมว่าท่านเจ้าหน้าที่ กกต. ก็นั่งอยู่ด้วย ลองฟังดูนะครับ ว่าทำไมพรรคเพื่อไทยต้องเสนอแก้ในบางเรื่อง เช่น สาขาพรรคก็คือไพรมารีโหวต (Primary Vote) ทำไมต้องทำ ทั้ง ๆ ที่พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องสาขาพรรค เรื่องตัวแทน ประจำจังหวัด ผมเรียนแล้วนะครับว่า พรรคเราอาจจะมีสมาชิกหรืออาจจะมีผู้แทน ในเขตเยอะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องนี้นะครับที่เราแก้ ผมเอ่ยถึงท่านพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องสาขาพรรค เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด แต่คนที่เดือดร้อนก็คือพรรคเล็ก พรรคใหม่ เขาก็มีความเดือดร้อน เมื่อสักครู่ก็ได้ยินเพื่อน สมาชิกบอกต้องมีค่าใช้จ่าย ทำไม่ทัน เหล่านี้ละครับคือที่มาของต้องแก้ไข แก้ไขแปลว่า ปรับปรุงให้มันดีขึ้น ปรับปรุงให้มันทำงานร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องดูให้ครบถ้วน ถ้าดูฝั่งเดียวฝั่งเดียวก็เหมือนบอกว่า มันดีแล้ว ในเมื่อมีไพรมารีโหวต (Primary Vote) แล้ว เอาสมาชิกเลือกแล้ว มันก็ยังไม่จบหรอกครับ สมาชิกเลือกแล้วก็ต้องเข้ากรรมการสรรหาอีก ๒ ขั้นตอน ๓ ขั้นตอน ลดขั้นตอนลงก็ได้ ในขั้นตอนนั้น ๆ ผมถึงอยากบอกว่าพรรคไม่เท่ากัน สมาชิกไม่เท่ากัน พรรคการเมือง จะเข้มแข็งได้ตามที่เพื่อนวุฒิสมาชิกพูด มันก็ต้องต่อเนื่อง บางท่านบอกว่าอยากปฏิรูป การเมือง จนกระทั่งมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ปฏิรูปการเมืองอย่ายึด อำนาจก็พอ มันไปของมันเอง สมาชิกมันเดินของมันเอง มันไม่มีใครมากำหนดกฎเกณฑ์ ได้เท่าไรหรอก ความศรัทธา ความเชื่อมั่นนั่นต่างหากที่จะทำให้มีสมาชิก ต่อให้ตั้งค่าสมาชิก ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ๓๐๐ บาท มันก็ได้ประโยชน์ไม่เยอะเท่าให้ความศรัทธาของ พรรคการเมืองนั้น ๆ หรอกครับ การหาสมาชิกต่าง ๆ เราก็ทำมาหมด พรรคที่เขาอยู่เก่า ทำมาหมดแล้ว ทำมาหมด พรรคใหม่ก็เริ่มทำ แต่ว่าถ้าเขาจะแก้ไขผมก็มองว่าเป็นเหตุผล ที่เราควรจะรับฟังกัน
อีกเรื่องหนึ่งที่บอกว่าจะปฏิรูปการเมือง ก็เนื่องจากมีเพื่อนสมาชิกรัฐสภา บอกว่า สาเหตุเพราะว่านักการเมืองในยุคนั้นพูดถึงก็ถึงปี ๒๕๕๖ เลย บอกว่า ทำเป็นเสียง มากลากไป ก็เลยเกิดเรื่องกรณีลักหลับบ้าง กรณีออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ้าเรามอง ให้ชัดเจนถ้าผมไม่พูดเดี๋ยวก็จะไม่จบกระบวนความ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น พ.ร.บ. นิรโทษกรรมนั้นเขียนออกมารูปร่างดีหมดละครับ นิรโทษให้ทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อ พอเข้า กรรมาธิการก็มีเพิ่มเติมขึ้นมาอะไรก็สู้กันไป บางคนเลยเถิดถึงบอกจะคืนทรัพย์สิน มันเป็นไป ไม่ได้เลย เพราะถ้าเป็น พ.ร.บ. ฉบับต้องคืนทรัพย์สิน นายกรัฐมนตรีก็ต้องเซ็น อันนี้เป็น พ.ร.บ. ซึ่งเป็นความขัดแย้ง พอเป็นความขัดแย้งก็เป็นสาเหตุของบอกว่า ก็ต้องเกิดมวลมหา ประชาชน เกิดก็เกิดไป แต่เกิดแล้วปัญหาเสียวันนี้ เสียมาหมดหรือจะดีมาหมดท่านก็เห็นอยู่ มันดีขึ้นหรือไม่ล่ะครับ ปฏิรูปดีขึ้นหรือไม่ล่ะครับ บอกว่านิรโทษกรรม แล้วเวลาเขียน รัฐธรรมนูญนิรโทษตัวเองทำไมท่านไม่บ่นกันล่ะครับ ก็นิรโทษตัวเองอยู่ เรื่องนี้ถ้าพูดกัน ให้ครบ เปิดอกกันพูด เอาหัวใจมาใส่กัน ผมเชื่อว่ามันแก้ไขปัญหาได้ พรรคการเมือง ถูกกระทำอยู่ตลอด พอจะโตขึ้นหน่อยก็ดึงลงมา พอจะเดินขึ้นไปข้างบน อย่าไปมันยุ่งยาก มันวุ่นวาย มันเกะกะ ก็ถูกคนมีอำนาจ คนมีอาวุธดึงลงมา บางส่วนบอกว่าผมไม่ใช่ นักการเมืองนะ แต่อยู่ในแวดวงการเมืองตลอด บางท่านอยู่ในแวดวงการเมืองตั้งนาน โดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และวันนี้ก็อยู่ แต่ผมก็ไม่เคยบ่นเพราะท่านเหล่านั้นมาถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ พอใช้มาระดับหนึ่งเราควรจะแก้ก็ต้องแก้ ส่วนมีบอกว่าถ้าเราแก้เราแทรก ใบอื่นเข้ามาไม่รับก็สิทธิของท่าน แต่ผมเรียนว่าพอบอกว่าจะพูดถึงเหมือนพรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๘ ที่เราไปเพิ่มเติมขึ้นมา เราก็ไปเขียนว่า เรื่องข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำนี้ทำได้ ท่านสุทิน คลังแสง ได้อธิบายแล้ว แต่หลายท่านก็ให้ความเห็นที่ดี ผมยกตัวอย่างท่าน ส.ว. ที่อภิปราย การเสนอแนะต่าง ๆ นั้นมันมีเป็นประจำ ถ้าบอกว่าคนนอกมาครอบงำ ตกลงไม่ให้หายใจหรือครับ พรรคการเมืองหายใจอะไรไม่ได้หรือครับ มันต้องแก้ไขได้ อะไรมันไม่ดีมันต้องเข้าไปแก้ไข และผมเห็นว่าของพรรคเพื่อไทยหรือของพรรคอื่น ๆ ผมเรียนท่านประธานครับว่าพรรคเพื่อไทยรับทุกฉบับที่ส่งเข้ามา เพราะเราเห็นว่าหลักการ เหตุการณ์ใกล้เคียงกัน แม้ทั้ง ๕ พรรคอะไรก็แล้วแต่อาจจะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด แต่เราถือว่าเราเป็นพรรคการเมือง ในเมื่อพรรคการเมืองต้องการแก้ไข ต้องการปรับปรุง ให้มันดีขึ้นเราไม่อาจปฏิเสธได้เลย ส่วนจะแก้ได้ไม่ได้นั่นอีกประเด็นหนึ่ง
อีกเรื่องหนึ่ง แม้จะไม่รับร่างต่าง ๆ สุดท้ายเพื่อนสมาชิกรัฐสภานี้ก็สามารถ แปรญัตติเข้าไปได้ และผมก็ไม่เห็นว่าซีกที่ไม่รับไม่ต้องไปตกอกตกใจอะไรเลย แม้รับไป ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะในกรรมาธิการก็รู้อยู่แล้วว่าใครเสียงข้างมาก ก็รู้กันอยู่แล้ว เราก็ต่อสู้ไปตามนี้ละครับ อะไรที่บอกว่าควรจะดีขึ้นเราก็อยากทำ กรณีไพรมารีโหวต (Primary Vote) ผมเคยไปชี้แจงกับกรรมาธิการของสมาชิกวุฒิสภา ผมเล่าให้ฟังหมด ในฐานะคนที่อยู่ในสนามเลือกตั้งว่าเรื่องนี้เราเขียนเหมือนเราหลอกตัวเอง เราหลอกตัวเองกัน แล้วเขียนว่ามันจะดี เรื่องจริงคือมันดีไม่ทั้งหมด มันเหมือนหลอกตัวเอง ว่าเอาสมาชิก ๑๐๐ คน มาเลือกนายสมคิดไปเป็นตัวแทนนะ พรรคการเมืองจะส่งคนลง สมัครเขากว้างกว่านั้นเยอะ เขามองมากกว่านั้น เขาไม่ได้มองว่าเป็นนาย ก เขามองว่าคนนี้ ปอบปูลาร์ (Popular) หรือไม่ คนนี้ประชาชนศรัทธาหรือไม่ คนนี้เป็นคนที่กว้างขวาง ดีหรือไม่ ทำดีกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เขามองว่ากว้างกว่าสมาชิก ๑๐๐ คน เราทำเพื่อบอกว่า อยากให้มีการยึดโยงกับประชาชน อยากให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แน่นอนข้อคิดเห็น เหล่านั้นเป็นข้อคิดเห็นอีกมุมหนึ่ง แต่มุมของผม ผมก็ยังย้ำอีก พรรคการเมืองที่จะถูกศรัทธา มันมาจากความศรัทธาจริง ๆ ไม่ใช่มาจากเงิน ๑๐๐ บาทนะครับ ไม่ใช่เลย คำตอบไม่ใช่เลย ไม่ใช่มาจากเงิน ๒,๐๐๐ บาทตลอดชีพ ไม่ใช่เอาเงินเป็นตัวตั้ง ต้องเอางาน เอาความศรัทธา เอาความรักของประชาชน แต่ต้องใช้เวลา มันจะทำวันนี้ พรุ่งนี้ไม่ได้ มันจะทำปุ๊บปั๊บเลย ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าทำได้หลายร่างของพรรคไปแก้ไขเสีย ผมเรียนนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องตัวแทนประจำจังหวัด แต่พรรคเล็ก ๆ ที่อยู่ในสภาแห่งนี้มีจำนวนมาก เขามีปัญหา เราช่วยเขาสิครับ เขามีปัญหา ไม่อย่างนั้นเราอยู่ ในแวดวงการเมืองเราไม่ดูกันจะทำอย่างไร ฉะนั้นก็เรียนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีอะไร พิสดารเลย เพราะใช้มาแล้วมันปฏิบัติไม่ได้ มันก็เหมือนหลายท่านบอกว่ากฎหมายมาบังคับ ไม่ได้จะเป็นกฎหมายไปทำไม ก็เรียนท่านประธานสภาเพื่อบอกว่าวันนี้กรณีจะรับหรือไม่รับ เราไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร แต่เราอธิบายให้ฟังได้ว่ามันเป็นเพราะอะไร เพราะฉะนั้น ก็เรียนเพื่อนสมาชิกว่าเราจะใช้เวลาซึ่งไม่มากนัก สุดท้ายก็เข้าไปสู่กรรมาธิการแล้วก็เดิน ออกมาข้างนอก แล้วก็มาเจอกันอีกทีหนึ่ง ใครจะแปรญัตติอย่างไร แก้ไขกันอย่างไรก็แก้ไข อย่างนั้น ถึงท่านรับ ไม่รับ สมาชิกก็มีสิทธิที่จะยื่นแปรญัตติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็ฝากเรียนไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะรับทุกฉบับ พร้อมที่จะ ทำงานร่วมกันในรัฐสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ