บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ หารือถึงความจำเป็นในการส่งเสริมพรรคการเมืองให้เข้มแข็งและเป็นสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเสนอให้มีการใช้ไพรมารีโหวตเพื่อเพิ่มบทบาทของสมาชิกพรรค และเรียกร้องให้กฎหมายการเมืองสอดคล้องกับบริบทปัจจุบันเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย พะเยา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในวันนี้ ในปัจจุบันนี้ทั่วโลกยอมรับกันว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ของประเทศไทยก็มีความชัดเจนในเรื่องนี้ครับว่า ประเทศไทย เรานั้นยอมรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นตรงนี้จะต้องเป็นกรอบใหญ่ เป็นหลักใหญ่ แล้วแตกแขนงออกไปว่าจะไปถึง เรื่องอะไร ถ้าหากว่าจะพูดถึงเรื่องของประชาธิปไตยก็ต้องบอกว่าองค์ประกอบ โดยเฉพาะ เรื่องของพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เราบอกว่าเราอยากจะเห็นพรรคการเมือง เป็นสถาบันทางการเมือง แน่นอนครับ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเริ่มต้น ย่อมมีการพัฒนา เดินไปข้างหน้า เช่นเดียวกัน พรรคการเมืองของประเทศไทยเราก็ต้องยอมรับว่า ประชาธิปไตยของเรานั้นเดินมาในระยะหนึ่งเรารู้สึกว่าค่อนข้างจะยาวนาน แต่ถ้าหากว่า เปรียบเทียบกับประชาธิปไตยในโลกนี้ที่เขายาวนานกว่าเรามีอีกเยอะครับ ทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องมีการพัฒนาเป็นลำดับขั้นไป ถ้าหากจะมองว่าอยากจะเห็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบัน ก็ต้องมามองลึก ๆ เข้าไปในวันนี้ มีหลายคนครับมาคุยกับผม มาพูดกับผมบอกว่า พรรคการเมืองของเมืองไทยวันนี้มีสภาพที่ตั้งง่ายแต่อยู่ยาก มันจริงหรือไม่ ตรงนี้ต้องเอามา คิดมาตรึกมาตรองกันนะครับ วันนี้พรรคการเมืองของเรามีเยอะแต่อยู่ค่อนข้างยากมาก เรามีกฎเกณฑ์ เรามีระเบียบ เรามีอะไรค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นการที่จะส่งเสริมระบอบ ประชาธิปไตย ต้องส่งเสริมให้พรรคการเมืองให้มีความเข้มแข็ง ให้เป็นสถาบัน นั่นแปลว่าต้องให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนได้มีบทบาทเข้ามามีส่วนร่วม ต้องให้บทบาท กับพรรคการเมืองในการที่จะขับเคลื่อนพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันและขับเคลื่อน พรรคการเมืองให้สามารถในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเมือง ถ้าหากว่าเป็นเช่นนี้ เรามามองครับ เรามามองว่าวันนี้เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สัดส่วนระหว่าง ส.ส. บัญชีรายชื่อกับ ส.ส. เขต วันนี้เปลี่ยนเป็น ๔๐๐ กับ ๑๐๐ เรื่องของ บัตรเลือกตั้งเขาบอก ๒ ใบ เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ แต่ก็ยังมีปัญหา ๒ วันมานี้ เมื่อวานนี้ก็ยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน เป็นเรื่องปกติครับ มองเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ บ้างก็บอกว่ามันน่าจะเอาหมายเลขเดียวกันนะ บ้างก็บอกว่าไม่ได้ รัฐธรรมนูญบอกว่าต้องไป ลงสมัครเขตก่อนถึงจะไปบัญชีรายชื่อได้ ก็มีการถกเถียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติครับ ก็จะนำ เรื่องเหล่านี้ไปพูดคุยกันในขั้นตอนของกรรมาธิการ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนอยากจะพูด ในวันนี้ว่า การที่เราจะส่งเสริมพรรคการเมืองตรงนี้ เราอยากจะเห็นประชาธิปไตยแบบ มีส่วนร่วม นั่นก็คือพี่น้องประชาชนสามารถที่จะมาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ไม่ยากนัก ได้ง่ายหน่อย เมื่อมาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้วเขามีบทบาทร่วมอย่างไร จริง ๆ แล้ว ไม่อยากจะเห็นหรอกครับว่า สมาชิกพรรคการเมืองนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งทีหนึ่งเหมือนกับที่ เรากำลังพูดคุยกัน ๒ วันนี้ละ มีการเลือกตั้งทีหนึ่งก็จะไปถามครั้งหนึ่งจะเอาใครลงสมัคร ตรงนี้ก็เป็นประเด็นท่านประธานครับ หลายท่านบอกว่า ควรจะมีไพรมารีโหวต (Primary Vote) เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองได้มีบทบาทร่วม มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เพื่อที่จะแสดงออกว่าพรรคการเมืองไม่ใช่มีคน ๒ คนมาเป็นเจ้าของ ถูกต้องหรือไม่ จริง ๆ ก็ถูกต้อง แต่กระทำได้แค่ไหนเพียงไรเดี๋ยวว่ากันครับ ที่ผมบอกตรงนี้ เพราะอะไร หลายคนบอกว่าต้องมีไพรมารีโหวต (Primary Vote) แต่วันนี้ท่านประธาน เห็นหรือไม่ครับ พรรคการเมืองนั้นเยอะแยะไปหมด เดินสายกันไปแต่ละจังหวัด ๆ หาตัวผู้สมัคร บางทีว่าที่ผู้สมัครคนเดียว ๓-๔ พรรค ประกาศชื่อซ้อนกันก็มี นั่นแปลว่า อย่างไร นั่นแปลว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีการเตรียมตัวกันในการที่จะได้มาซึ่งผู้สมัคร ของพรรค นี่อีกปีเศษ ๆ นะครับ มีนาคมปีหน้าถึงจะครบวาระของสภาชุดนี้ อีกปีเศษ ๆ ถ้าไม่มีการยุบสภาเสียก่อน แต่ว่าวันนี้แต่ละพรรคเริ่มหาตัวผู้สมัคร เริ่มมีการประกาศ ใครลงเขตไหน มีการชูมือ มีการสวมเสื้อ นั่นแปลว่าอะไร นั่นแปลว่าถ้ามีการกำหนด กระบวนการเหล่านี้อยู่ในกฎหมายแปลว่าหลอกตัวเอง เพราะได้ว่าที่ ส.ส. มาก่อนแล้ว ตั้งแต่ ก่อนที่จะมีเลือกตั้งเป็นปี จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นกฎหมายออกมาจะต้องเป็นกฎหมาย ที่สอดคล้องกับบริบทของบ้านเมืองในปัจจุบัน อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องไปพูดคุยกัน ในรายละเอียดในขั้นตอนของกรรมาธิการครับท่านประธาน แต่สิ่งที่อยากจะเห็น สิ่งที่อยากจะให้มันเกิดขึ้นก็คือว่า ในการแก้ไขกฎหมายใดก็ตาม มันต้องเป็นการแก้ไข กฎหมายที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มันต้องเป็นการแก้ไขหรือออกกฎหมายที่เป็น ประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติ และเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ เป็นแนวทางที่พรรคเศรษฐกิจไทยพร้อมจะสนับสนุน แต่อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกรัฐสภาครับว่า นี่เป็นโอกาส ไม่ทราบว่าจะเป็นโอกาส ครั้งสุดท้ายหรือไม่ที่เราจะได้มีการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะวันนี้เราก็จะปิด สภาแล้ว อยากจะเห็นความร่วมมือของทุกฝ่ายเอาเป้าหมายเป็นที่ตั้ง เอาประโยชน์ของ บ้านเมืองเป็นที่ตั้ง อย่าเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง อย่าเอาประโยชน์ของพรรคพวก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นที่ตั้ง ถ้าอย่างนี้เราก็จะได้เห็นสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสภาชุดนี้ แล้วสามารถ ที่จะนำพาประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนเดินไปข้างหน้า วันนี้ต้องเห็นใจครับว่า โควิด (COVID) กำลังระบาดทุกพื้นที่ในประเทศไทยรุนแรงเหลือเกิน ทราบว่าท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะแบบแบ่งเขตมีความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่อยากจะ กลับไปลงพื้นที่ เพื่อที่จะไปดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งโควิด (COVID) กำลัง ระบาดหนัก พรรคเศรษฐกิจไทยได้สัดส่วนเวลา ๒๒ นาที แต่ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ เวลาที่เหลือตัดออก เพื่อจะให้พี่น้องประชาชน และให้ ส.ส. ได้ไปลงพื้นที่กัน ขอบคุณมากครับ