ซูการ์โน มะทา อภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับต่างๆ โดยเสนอให้แก้ไขบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับการบริหารพรรคในปัจจุบัน และเน้นความจำเป็นในการส่งเสริมความเป็นอิสระของพรรคการเมือง
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และคณะ แล้วก็สนับสนุนหลักการและเหตุผลของกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองอีก ๕ ฉบับด้วยกัน ซึ่งมีทั้งของพรรครัฐบาลที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรี ของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ ท่านวิเชียร ชวลิต และคณะ ท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และคณะ และของท่านอนันต์ ผลอำนวย และคณะ เช่นกัน ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้การเข้าสู่ทาง การเมืองระดับชาติ ในชีวิตทางการเมืองผมก็ต้องเจอกับการปฏิวัติรัฐประหาร ๒ ครั้ง มีการ ยุบพรรคการเมืองถึง ๒ พรรคการเมือง วันนี้ผมต้องขอบคุณสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติทุกท่าน ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ที่ได้ร่วมกันมีมติแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘๓ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นที่มา ที่ไปที่เราสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้จะต้องมาดำเนินการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญถึง ๒ ฉบับด้วยกัน ก็คือว่าด้วยเรื่องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อวานนี้สมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ฉบับไปแล้ว วันนี้เรากำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งตัวแทนพรรคการเมือง และรัฐบาลที่กุมอำนาจก็ได้เสนอกฎหมายเข้ามาสู่การพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้นมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ ความสำคัญว่า มันเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อต้องการปฏิรูปการเมือง ผมก็พยายามศึกษาและรับฟังคำอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าการปฏิรูป การเมืองโดยการเขียนกฎหมายที่ที่มันไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมให้พรรคการเมือง มีความเข้มแข็งนั้นมันจะเป็นการปฏิรูปการเมืองอย่างไร ดังนั้นผมขออนุญาตท่านประธาน ใช้เวลาที่มีอยู่ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ เพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และคณะเป็นผู้เสนอ ในมุมมองเพื่อตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่ได้ตั้งข้อสังเกต และเพื่อเป็นข้อมูลให้กับท่านสมาชิกรัฐสภาที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็น คณะกรรมาธิการได้นำมาคิดและยกร่างกฎหมายที่เป็นกฎกติกา ท่านประธานครับ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้นเปรียบเสมือนกฎหมายที่สำคัญที่จะทำให้ พรรคการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนนั้น สามารถปฏิบัติตัวและกำหนดกิจกรรมได้อย่างมีความลื่นไหล ฉะนั้นในหลักการและเหตุผล ที่พรรคประชาชาติได้นำเสนอโดยท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ไปแล้วนั้น ผมอยากให้เพิ่มเติมว่า เหตุผลที่ผมและคณะของพรรคประชาชาติจำเป็นจะต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งพรรคการเมือง การดำเนินการ ของพรรคการเมือง และการส่งเสริมผู้สมัครรับเลือกตั้งมีบทบัญญัติบางประการที่มัน ไม่สอดคล้องกับการบริหารของพรรคการเมืองในปัจจุบัน สมควรที่จะมีการแก้ไขและตรา บทบัญญัติขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เช่น ข้อบังคับพรรคการเมือง การกระทำ อันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือการชี้นำ กิจกรรมพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองมีความเป็นอิสระหรือไม่ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชาติมีทั้งหมด ๑๗ มาตราด้วยกัน เราก็มีการพูดถึงมาตราที่สำคัญ ๆ ผมอยากนำเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาถึงเพื่อนสมาชิก รัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า เราให้ความสำคัญในมาตราที่เกี่ยวข้องว่าจำเป็นอย่างไร ในมาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ เรามาดูมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งยกร่างขึ้น ผมเชื่อว่ามีพรรคการเมือง อีกหลายพรรคการเมืองไม่มีตัวแทนในการยกร่างด้วยเช่นกัน โดยในกฎหมายมาตรา ๒๘ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ เขียนว่า ห้ามมิให้ พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใด อันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็น การควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อม ผมต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกรัฐสภาท่านสุทิน คลังแสง และเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความเห็นตรงนี้ เหตุผลที่พรรคประชาชาติให้ความสำคัญตรงนี้ว่า ทำไมจะต้องยกเลิกในมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ว่าด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายท่านก็มาแย้งว่า การดำเนินการเสนอกฎหมายของ พรรคประชาชาตินั้นอาจจะไปขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๕ ท่านประธานครับ มาตรา ๔๕ วรรคสอง ได้เขียนไว้ว่า กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อย ต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผย และตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบาย การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการกำหนดมาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูก ครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น รวมทั้งมาตรการกำกับดูแล มิให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๕ ไม่ได้เขียนคำว่า ห้าม คำว่า ห้าม คือ กริยา แต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ในมาตรา ๔๕ เขียนว่า และกำหนดมาตรการ ให้สามารถดำเนินการโดยอิสระ ฉะนั้นการยกเลิกมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ นั้นผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คงจะมีความช่ำชอง อ่านข้อกฎหมายได้เข้าใจ ได้ถ่องแท้มากกว่าผม ผมในฐานะ ส.ส. บ้านนอก หรือสมาชิกสภาผู้แทนบ้านนอกที่มาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจว่ามาตรการที่เขียนในมาตรา ๔๕ นั้นจากการ ยกเลิกของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชาตินั้น ไม่น่าจะขัดกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ วันนี้หลาย ๆ ท่าน ก็พยายามตีประเด็นไปหลาย ๆ ประเด็นว่าจะมีการไม่รับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่เสนอโดยพรรคประชาชาติ ผมเข้าใจว่าโดยข้อสังเกตทั้งหมดนี้ ต้องเข้าใจนะครับว่า เราพยายามที่จะชี้แจงให้ท่านประธานอันทรงเกียรติ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบ ผมมีอีกประเด็นหนึ่งว่า พรรคประชาชาติได้มีการแก้ไขในมาตรา ๙ มาตรา ๙ ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วยว่าพรรคการเมืองของพรรคประชาชาตินั้นเขียนชัดเจน ว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้ยกเลิกทิ้งทั้งหมด ให้ยกเลิกความ หมายถึงยกเลิกข้อความในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ว่ามาตรา ๑๗ พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครรับ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ต้องมีสาขาพรรค การเมืองอย่างน้อยภาคละ ๑ สาขา เราไม่ได้ยกเลิก ผมก็ไม่เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกไปมองว่า เราไปทำการขัดรัฐธรรมนูญตรงไหน อันนี้สิ่งที่ผมอยากพยายามอภิปราย เพื่อให้เห็นเหตุผล ว่าสิ่งที่เราเขียนมาสมาชิกพรรคประชาชาติ คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และตัวแทนของพรรคประชาชาติเรามีการประชุมหารือแล้ว เรามองว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๐ นั้น มีการเขียนที่คลุมเครือ ทำให้การพัฒนาพรรค การเมืองไม่สามารถเป็นไปอย่างที่เจตนารมณ์ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนว่าต้องการ ปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้สะท้อนยังมีมาตราหลาย มาตราที่จะต้องแก้ไข แต่ผมก็อยากบอกเพื่อนสมาชิกว่าสิ่งหนึ่งที่เราอยากเห็น ให้มันมีความ สะดวกสบาย เรื่องของการดำเนินการของพรรคการเมือง ผมก็แปลกใจว่า ทำไม คณะกรรมการการเลือกตั้งไปกำหนดในเรื่องของข้อบังคับของพรรคการเมืองว่า การรับ สมัครสมาชิกพรรคการเมืองนั้นจะต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้าน ทั้ง ๆ ที่วันนี้รัฐบาลในยุค ๔.๐ ใช้บัตรประจำตัวประชาชน ท่านประธานรัฐสภา ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านเดินทางไปฉีดวัคซีนที่ศูนย์กลางบางซื่อหรือที่บำราศนราดูร ท่านก็ใช้ บัตรประจำตัวประชาชน ๑ ใบเท่านั้น สิ่งนี้สิ่งที่ผมอยากฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง อยากฝากให้บรรดาสมาชิกรัฐสภาอันทรงเกียรติที่จะไปเป็นคณะกรรมาธิการได้ตระหนักว่า ยังมีข้อสังเกตอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นรายละเอียดที่เราจะต้องไปแก้ไขว่าจะทำอย่างไร ข้อเท็จจริงมันปรากฏขึ้นทั้งในสภาแห่งนี้ มันปรากฏขึ้นในพื้นที่ที่เกิดขึ้นในแต่ละภูมิภาคว่า ปัญหาที่ทำให้พรรคการเมืองไม่เจริญ ไม่มีการพัฒนา ไม่สามารถเป็นสถาบันพรรคการเมืองนั้น ก็มาจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ผมต้องขอบคุณ พรรคประชาชาติและสมาชิกพรรคประชาชาติที่ให้โอกาสผมได้มาอภิปราย เป็นตัวแทนของ พรรคประชาชาติในการเสนอสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ผมก็ขออนุญาตนำเสนอ แล้วก็ขออนุญาต ท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผล ทั้งกฎหมายของพรรคประชาชาติที่เสนอมา และอีก ๕ ฉบับนะครับ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเพียงแค่นี้ ขอบคุณมากครับ